top of page

มะเร็งผิวหนัง Squamous Cell Carcinoma (SCC): ชนิดที่พบบ่อยอันดับสองและรักษาได้

  • 18 มิ.ย.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 16 ก.ค.

Squamous Cell Carcinoma (SCC) คือมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ keratinocyte ซึ่งเป็นเซลล์หลักของผิวหนังชั้นนอก เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยเป็นอันดับสองรองจาก Basal Cell Carcinoma (BCC) แต่มีความสำคัญเพราะมีโอกาสแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะอื่นได้แม้จะไม่บ่อยนัก ข่าวดีคือหากตรวจพบเร็ว SCC สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัด

SCC ต่างจาก BCC และ Melanoma อย่างไร

มะเร็งผิวหนัง 3 ชนิดหลักมีความแตกต่างกันในด้านการเติบโตและการแพร่กระจาย: BCC เติบโตช้าและแทบไม่แพร่กระจาย, SCC เติบโตเร็วกว่าและมีโอกาสแพร่กระจายต่ำแต่มีนัยสำคัญ, ส่วน Melanoma เป็นชนิดที่อันตรายที่สุดและแพร่กระจายเร็ว SCC มีอัตราการรักษาหายสูงมาก (มากกว่า 90%) ถ้าพบเร็ว แต่ถ้าปล่อยนานอาจต้องผ่าตัดใหญ่ขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงของ SCC

SCC สัมพันธ์กับปัจจัยหลายอย่างที่ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงเซลล์ผิวหนังในระยะยาว ได้แก่

  • แสง UV สะสม — เป็นปัจจัยหลักในคนผิวขาว และพบในคนเอเชียที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน

  • Actinic Keratosis (AK) — รอยโรคก่อนมะเร็งที่ถ้าไม่รักษาอาจกลายเป็น SCC ได้

  • เชื้อ HPV — การติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ SCC ที่อวัยวะเพศ

  • ภูมิคุ้มกันต่ำ — เช่น ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะและผู้ติดเชื้อ HIV มีความเสี่ยงสูงขึ้น

  • แผลเรื้อรัง — รอยแผลเรื้อรัง แผลไฟไหม้เก่า หรือรอยโรค lichen sclerosus

  • สารเคมี — การสัมผัสสารเคมี เช่น arsenic หรือ tar

อาการและลักษณะของ SCC

SCC มีลักษณะที่ควรสังเกตและรีบพบแพทย์ ได้แก่

  • แผลไม่หาย — แผลหรือตุ่มนูนที่ไม่หาย มีขอบนูนแข็ง

  • ผิวขรุขระ — พื้นแผลตกสะเก็ดหรือมีเนื้อนูนขรุขระคล้ายหูด (warty surface)

  • เลือดออกง่าย — บางรายมีเลือดออกง่ายหรือมีน้ำเหลืองซึม

  • ตำแหน่งที่พบบ่อย — มักพบบริเวณที่ถูกแดดบ่อย เช่น ริมฝีปากล่าง หน้า หู มือ

  • เยื่อบุ — อาจพบในเยื่อบุปากหรืออวัยวะเพศ ซึ่งสัมพันธ์กับ HPV

ความสัมพันธ์กับ Actinic Keratosis

Actinic Keratosis (AK) คือรอยโรคก่อนมะเร็ง (precancerous lesion) ที่เกิดจากแสง UV สะสม มีลักษณะเป็นผิวหยาบขรุขระสีชมพูหรือน้ำตาล พบบนหน้า หู มือ และหนังศีรษะ พบว่า AK ประมาณ 5–10% อาจพัฒนาเป็น SCC ถ้าไม่รักษา ดังนั้นการรักษา AK ตั้งแต่ต้นจึงเป็นการป้องกัน SCC ที่ดีที่สุด

การวินิจฉัย SCC

การวินิจฉัยยืนยันต้องทำการตัดชิ้นเนื้อผิวหนัง (skin biopsy) เพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา แพทย์ผิวหนังจะประเมินความลึกของรอยโรคและลักษณะเซลล์เพื่อจัดระดับความรุนแรง (grade) และความเสี่ยง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการรักษา

การรักษา SCC

แนวทางการรักษาขึ้นกับขนาด ตำแหน่ง และความเสี่ยงของรอยโรค ทางเลือกที่ใช้ ได้แก่

  • Mohs Micrographic Surgery — มาตรฐานทองสำหรับ SCC บนใบหน้าและบริเวณสำคัญ อัตราการรักษาหายมากกว่า 97%

  • การผ่าตัดมาตรฐาน — การผ่าตัดเอารอยโรคออก (excision) ในกรณีทั่วไป

  • Radiation therapy — ในบางตำแหน่งที่ผ่าตัดยากหรือในผู้สูงอายุ

  • Immunotherapy — ยา cemiplimab สำหรับ SCC ที่แพร่กระจายหรือผ่าตัดไม่ได้

  • การประเมินต่อมน้ำเหลือง — การตรวจต่อมน้ำเหลืองในรายที่มีความเสี่ยงสูง

การเลือกวิธีรักษาต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลโดยแพทย์ผิวหนัง จึงควรได้รับการประเมินและติดตามอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

SCC ต่างจาก BCC และ Melanoma อย่างไร มะเร็งผิวหนัง 3 ชนิดหลักมีความแตกต่างกัน: BCC เติบโตช้าและแทบไม่แพร่กระจาย, SCC เติบโตเร็วกว่าและมีโอกาสแพร่กระจายต่ำแต่มีนัยสำคัญ, ส่วน Melanoma เป็นชนิดที่อันตรายที่สุดและแพร่กระจายเร็ว SCC มีอัตราการรักษาหายสูงมาก (มากกว่า 90%) ถ้าพบเร็ว แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจต้องผ่าตัดใหญ่ขึ้น

SCC เกี่ยวข้องกับ Actinic Keratosis อย่างไร Actinic Keratosis (AK) คือรอยโรคก่อนมะเร็งที่เกิดจากแสง UV สะสม มีลักษณะเป็นผิวหยาบขรุขระสีชมพูหรือน้ำตาล พบบนหน้า หู มือ และหนังศีรษะ พบว่า AK ประมาณ 5–10% อาจพัฒนาเป็น SCC ถ้าไม่รักษา การรักษา AK ตั้งแต่ต้นจึงเป็นการป้องกัน SCC ที่ดีที่สุด

SCC รักษาหายได้ไหม SCC มีอัตราการรักษาหายสูงมากหากตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะแรก การผ่าตัดเอารอยโรคออกให้หมด โดยเฉพาะ Mohs Micrographic Surgery มีอัตราการรักษาหายสูงถึงกว่า 97% ในตำแหน่งใบหน้า จึงไม่ควรปล่อยแผลหรือตุ่มที่ไม่หายไว้นาน

แผลแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์ว่าอาจเป็น SCC ควรพบแพทย์ผิวหนังเมื่อมีแผลหรือตุ่มนูนที่ไม่หายภายในไม่กี่สัปดาห์ มีขอบนูนแข็ง ผิวตกสะเก็ดหรือขรุขระคล้ายหูด เลือดออกง่ายหรือมีน้ำเหลืองซึม โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแดดบ่อยอย่างริมฝีปากล่าง หน้า หู และมือ

หากคุณมีแผลหรือตุ่มที่ผิวหนังซึ่งไม่หายภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแดดบ่อย อย่านิ่งนอนใจ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology เพื่อตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ