ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเด็ก: SCORAD, EASI-P, POEM — เครื่องมือวัดระดับความรุนแรง
อัปเดตเมื่อ 16 ก.ค.
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก การประเมิน "ระดับความรุนแรง" ของโรคอย่างเป็นระบบมีความสำคัญมาก เพราะเป็นตัวช่วยให้แพทย์ตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม (อาการน้อยมักใช้ยาทาเฉพาะที่ ส่วนอาการปานกลางถึงรุนแรงอาจต้องใช้ยาชนิดออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย) และยังใช้ติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง บทความนี้อธิบายเครื่องมือมาตรฐาน 4 ชนิดที่แพทย์เฉพาะทางใช้ประเมินผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก ได้แก่ SCORAD, EASI, IGA และ POEM
ทำไมต้องวัดความรุนแรงของผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก
การใช้เครื่องมือวัดความรุนแรงที่เป็นมาตรฐานทำให้การประเมินโรคมีความชัดเจน วัดซ้ำได้ และเปรียบเทียบผลก่อน–หลังการรักษาได้จริง ประโยชน์หลักมีดังนี้
เลือกการรักษาให้เหมาะกับความรุนแรง: อาการน้อย (mild) มักคุมได้ด้วยยาทาเฉพาะที่ ส่วนอาการปานกลางถึงรุนแรง (moderate–severe) อาจต้องพิจารณายาชนิดออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย
ติดตามผล: ประเมินการตอบสนองต่อยาได้เป็นตัวเลข ทำให้เห็นชัดว่าอาการดีขึ้นหรือกำเริบมากน้อยเพียงใด
สื่อสารตรงกัน: เป็นภาษากลางระหว่างแพทย์ ผู้ปกครอง และงานวิจัย ทำให้สื่อสารและวางแผนการดูแลไปในทิศทางเดียวกัน
SCORAD — เครื่องมือประเมินความรุนแรงแบบครบด้าน
SCORAD (Scoring Atopic Dermatitis) เป็นเครื่องมือที่รวมทั้งขอบเขตของผื่น ความรุนแรงของรอยโรค และอาการที่ผู้ป่วยรู้สึกเข้าไว้ด้วยกัน คำนวณจากสูตร A/5 + 7B/2 + C คะแนนรวมสูงสุด 103 คะแนน โดยแต่ละส่วนหมายถึง
A — ขอบเขตของผื่น (Extent): ประเมินพื้นที่ผิวที่มีผื่น (BSA) โดยใช้หลัก rule of nines คะแนน 0–100
B — ความรุนแรงของรอยโรค (Intensity): ประเมินลักษณะรอยโรค 6 อย่าง ได้แก่ ผื่นแดง (erythema), บวม/ตุ่มนูน (edema/papulation), น้ำเหลืองเยิ้ม/สะเก็ด (oozing/crust), รอยเกา (excoriation), ผิวหนา (lichenification) และผิวแห้ง (dryness) ให้คะแนนแต่ละอย่าง 0–3 รวม 0–18
C — อาการเชิงอัตวิสัย (Subjective): อาการที่ผู้ป่วยหรือผู้ปกครองรายงานเอง คือ อาการคัน (pruritus) และการนอนไม่หลับ (sleep loss) ให้คะแนนแต่ละอย่าง 0–10 รวม 0–20
แปลผลระดับความรุนแรง: น้อยกว่า 25 คะแนน = mild, 25–50 คะแนน = moderate, มากกว่า 50 คะแนน = severe นอกจากนี้ยังมี Objective SCORAD (A/5 + 7B/2) ที่ตัดคะแนนอาการเชิงอัตวิสัยออก ซึ่งมีประโยชน์เมื่อประเมินในเด็กเล็กที่ยังบอกอาการเองไม่ได้
EASI, IGA และ POEM — เครื่องมือเสริมที่ใช้บ่อย
EASI (Eczema Area Severity Index): แบ่งร่างกายเป็น 4 บริเวณ (ศีรษะ/แขน/ลำตัว/ขา) และถ่วงน้ำหนักตามอายุ ในเด็กอายุน้อยกว่า 8 ปีจะใช้ ศีรษะ×0.2, แขน×0.2, ลำตัว×0.3, ขา×0.3 แต่ละบริเวณรวมคะแนนผื่นแดง+ผิวหนา (induration)+รอยเกา+ผิวหนาเรื้อรัง (0–3) คูณด้วยพื้นที่ (0–6) ช่วงคะแนน 0–72 โดยทั่วไปถือว่าเข้าเกณฑ์พิจารณายา dupilumab เมื่อ EASI มากกว่า 16
IGA (Investigator Global Assessment): การประเมินภาพรวมโดยแพทย์ แบ่งเป็น 0 = ผิวปกติ (clear), 1 = เกือบปกติ (almost clear), 2 = น้อย (mild), 3 = ปานกลาง (moderate), 4 = รุนแรง (severe) จุดเด่นคือง่ายและรวดเร็ว จึงนิยมใช้เป็นตัวชี้วัดผลในงานวิจัยทางคลินิก
POEM (Patient-Oriented Eczema Measure): แบบสอบถามที่ผู้ป่วยหรือผู้ปกครองตอบเอง 7 ข้อ ครอบคลุมอาการคัน นอนไม่หลับ เลือดออก ผิวแตก ผิวแห้ง ผิวหยาบ และแสบผิว ช่วงคะแนน 0–28 สะท้อนมุมมองและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง
Dupilumab และการตัดสินใจรักษา
เมื่อประเมินแล้วพบว่าอาการอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรงและควบคุมไม่ได้ด้วยยาทาเฉพาะที่ แพทย์อาจพิจารณายาชีวโมเลกุล dupilumab ซึ่งเป็นยาฉีดที่ได้รับการรับรองให้ใช้ในเด็ก โดยมีข้อบ่งชี้และหลักการใช้ดังนี้
ข้อบ่งชี้: อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง (เช่น EASI มากกว่า 16 หรือ IGA ตั้งแต่ 3 ขึ้นไป หรือไม่ตอบสนองต่อยาทาเฉพาะที่อย่างเพียงพอ)
ขนาดยาในเด็ก: เด็กอายุ 6 เดือน–5 ปี ใช้ 200 มก. (น้ำหนักตั้งแต่ 5 กก.) หรือ 300 มก. ทุก 4 สัปดาห์; เด็กอายุ 6–17 ปี ใช้ขนาดตามน้ำหนักตัว 100/200/300 มก. ทุก 2 สัปดาห์; ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปี เริ่มด้วย 600 มก. แล้วตามด้วย 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์
การเฝ้าระวัง: โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดตรวจ lab เป็นประจำ แต่ควรเฝ้าระวังภาวะเยื่อบุตาอักเสบ (conjunctivitis พบ 8–15%) และผื่นบริเวณใบหน้า (facial dermatitis พบ 5–10%)
การนัดติดตาม: นัดติดตามตามระดับความรุนแรง — อาการน้อยทุก 3–6 เดือน, ปานกลางทุก 1–3 เดือน, รุนแรงทุก 2–4 สัปดาห์ในช่วงที่อาการกำเริบ
คำถามที่พบบ่อย
SCORAD กับ EASI ตัวไหนดีกว่ากัน? ทั้งสองเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้เสริมกัน EASI มีหลักฐานสนับสนุนมากในงานวิจัยทางคลินิก ส่วน SCORAD มีข้อดีที่รวมมุมมองเชิงอัตวิสัยของผู้ป่วย เช่น อาการคันและการนอน แพทย์จึงมักเลือกใช้ให้เหมาะกับบริบทของผู้ป่วยแต่ละราย
ลูกควรเริ่มใช้ Dupilumab เมื่อไร? พิจารณาเมื่ออาการอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรงและควบคุมไม่ได้ด้วยยาทาเฉพาะที่หรือยากลุ่ม calcineurin inhibitor โดยสามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป การตัดสินใจควรทำร่วมกับแพทย์เฉพาะทางที่ประเมินความรุนแรงอย่างเป็นระบบ
Dupilumab มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? ผลข้างเคียงที่พบได้คือภาวะเยื่อบุตาอักเสบ (conjunctivitis) ประมาณ 8–15% และปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีดยา โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดตรวจติดตามเป็นประจำ แต่ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์
ค่ายา Dupilumab เท่าไร? ค่ายาแตกต่างกันตามขนาดยาและแผนการรักษาของเด็กแต่ละราย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือคลินิกโดยตรงเพื่อประเมินและวางแผนค่าใช้จ่ายเป็นรายบุคคล
หากลูกของคุณมีผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเรื้อรังหรือควบคุมอาการได้ไม่ดี การประเมินความรุนแรงอย่างเป็นระบบจะช่วยวางแผนการรักษาได้ตรงจุด ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น