
การรักษาด้วยแสง LED (LED Light Therapy) ฟื้นฟูผิวและรักษาสิวอักเสบอย่างอ่อนโยน
- 23 มี.ค.
- ยาว 1 นาที
การรักษาด้วยแสง LED (Light Emitting Diode) เป็นการรักษาผิวหนังด้วยแสงความยาวคลื่นเฉพาะที่ไม่ใช้ความร้อนและไม่มีรังสียูวี จึงปลอดภัยสูงสำหรับทุกสภาพผิว แสง LED แต่ละสีมีคุณสมบัติแตกต่างกันในการรักษาโรคผิวหนังและฟื้นฟูสภาพผิว ที่คลินิกสยามเดอร์มาโทโลจี เราใช้แสง LED ระดับมืออาชีพเพื่อเสริมผลการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย
หลักการทำงานของแสง LED ในการรักษาผิวหนัง
แสง LED ทำงานโดยหลักการโฟโตไบโอมอดูเลชัน (Photobiomodulation) ซึ่งแสงจะถูกดูดซึมโดยไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ภายในเซลล์ผิวหนัง โดยเฉพาะเอนไซม์ไซโตโครมซีออกซิเดส (Cytochrome C Oxidase) การกระตุ้นนี้ทำให้เซลล์ผลิตพลังงาน ATP เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลล์ ส่งผลให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์เร็วขึ้น การสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น และการอักเสบลดลง แสงแต่ละสีมีความยาวคลื่นแตกต่างกัน จึงออกฤทธิ์ต่อเซลล์ผิวหนังต่างกัน
สีแสง LED แต่ละสีใช้รักษาอะไรบ้าง
แสงสีแดง (Red LED, 630-660 nm) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดริ้วรอยและฟื้นฟูผิว แสงอินฟราเรดใกล้ (Near-Infrared, 830 nm) ช่วยลดการอักเสบและเร่งการสมานแผล แสงสีน้ำเงิน (Blue LED, 415 nm) ทำลายแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว โดยเฉพาะเชื้อ Cutibacterium acnes (P. acnes) โดยกระตุ้นสารพอร์ฟีริน (Porphyrin) ในแบคทีเรียให้สร้างอนุมูลอิสระทำลายเชื้อโรค แสงสีเหลือง (Yellow LED, 590 nm) ช่วยลดรอยแดงและการอักเสบของผิวหนัง งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Photomedicine and Laser Surgery ยืนยันประสิทธิภาพของแสง LED ในการรักษาสิวอักเสบและการฟื้นฟูผิวหนัง
ขั้นตอนการรักษาด้วยแสง LED
การรักษาด้วยแสง LED เป็นขั้นตอนที่ง่ายและสะดวกสบาย แพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้าและให้ผู้ป่วยนอนหลับตาในท่าที่สบาย จากนั้นแพทย์จะเลือกสีแสงที่เหมาะสมกับปัญหาผิวและวางแผง LED เหนือใบหน้าในระยะห่างที่เหมาะสม การรักษาแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ระหว่างการรักษา อาจรู้สึกอุ่นสบายเท่านั้น โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 8-12 ครั้ง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ข้อดีของการรักษาด้วยแสง LED
การรักษาด้วยแสง LED มีข้อดีหลายประการ ประการแรก ไม่เจ็บปวดเลย จึงเหมาะกับผู้ที่กลัวความเจ็บหรือทนความเจ็บได้ไม่ดี ประการที่สอง ไม่มีระยะพักฟื้น สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีหลังทำ ประการที่สาม ปลอดภัยสำหรับทุกสีผิว แม้แต่ผิวสีเข้ม ประการที่สี่ สามารถใช้เสริมการรักษาอื่น ๆ เช่น หลังทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่น ๆ เพื่อเร่งการฟื้นตัวของผิว และประการสุดท้าย เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาที่อ่อนโยนแต่มีประสิทธิภาพ
การดูแลตัวเองหลังรับการรักษา
หลังการรักษาด้วยแสง LED ไม่มีการดูแลหลังทำเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่ทำลายผิวหนังและไม่ทำให้เกิดแผล อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรทาครีมบำรุงผิวและทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์รุนแรงบนผิวหนังเป็นเวลา 24 ชั่วโมงหากทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแสง LED
แสง LED รักษาสิวได้จริงไหม? ใช่ค่ะ แสง LED สีน้ำเงินความยาวคลื่น 415 นาโนเมตรสามารถทำลายแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบได้ดี โดยเฉพาะสิวอักเสบระดับเล็กถึงปานกลาง แต่ไม่สามารถทดแทนยากินได้ทั้งหมด
ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล? สำหรับการรักษาสิว อาจเห็นผลได้ตั้งแต่ 4-6 ครั้งแรก แต่แนะนำให้ทำครบ 8-12 ครั้งเพื่อผลที่ดี สำหรับการฟื้นฟูผิวอาจเห็นผลเร็วกว่าภายใน 3-4 ครั้ง
แสง LED ที่คลินิกกับเครื่องใช้ที่บ้านต่างกันอย่างไร? เครื่องระดับคลินิกมีพลังงานสูงกว่าและความยาวคลื่นที่แม่นยำกว่า จึงให้ผลการรักษาที่ดีกว่า เครื่องใช้ที่บ้านอาจช่วยบำรุงผิวได้บ้างแต่ไม่สามารถรักษาโรคผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับเครื่องระดับคลินิก
ใครไม่ควรทำแสง LED? ผู้ที่ใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เช่น ยากลุ่มซัลโฟนาไมด์ หรือเตตร้าไซคลีนบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ป่วยโรคลมชัก (SLE) และหญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเช่นกัน
หากคุณสนใจการรักษาด้วยแสง LED เพื่อฟื้นฟูผิว รักษาสิว หรือเสริมการรักษาอื่น ๆ สามารถปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางที่คลินิกสยามเดอร์มาโทโลจีเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
แหล่งอ้างอิง: Avci P, et al. Low-level laser (light) therapy (LLLT) in skin: stimulating, healing, restoring. Seminars in Cutaneous Medicine and Surgery. 2013;32(1):41-52. / Sadick NS. Handheld LED array device in the treatment of acne vulgaris. Journal of Cosmetic Dermatology. 2008;7(4):347-350.

ความคิดเห็น