Spironolactone (Aldactone) สิวฮอร์โมนผู้หญิง: ทางเลือกเมื่อ Isotretinoin ไม่เหมาะ — Siam Derm IOD
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
Spironolactone (ชื่อการค้า Aldactone) เป็นยาขับปัสสาวะกลุ่ม potassium-sparing diuretic ที่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย (anti-androgen) จึงถูกนำมาใช้รักษาสิวฮอร์โมนในผู้หญิงได้ดี โดยเฉพาะสิวที่ขึ้นบริเวณคาง กราม และคอ ในผู้หญิงที่มีสิวเห่อก่อนมีประจำเดือน สิวจากภาวะ PCOS หรือสิวที่เริ่มเป็นในวัยผู้ใหญ่ บทความนี้อาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายกลไก ผู้ที่เหมาะกับยา ขนาดยา การติดตามความปลอดภัย และข้อควรระวัง เพื่อให้เข้าใจว่าทำไม Spironolactone จึงเป็นทางเลือกสำคัญเมื่อ Isotretinoin ไม่เหมาะสม
Spironolactone รักษาสิวฮอร์โมนได้อย่างไร
Spironolactone ลดการทำงานของฮอร์โมนเพศชายที่กระตุ้นต่อมไขมัน ด้วยกลไกหลัก 2 ทาง คือลดการจับของ androgen กับตัวรับ (androgen receptor) และยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ผลคือลดการสร้างน้ำมัน (sebum) ที่ผิวหนัง ทำให้สิวแบบฮอร์โมน (hormonal pattern) บริเวณคาง กราม และคอ ดีขึ้น เหมาะกับสิวใน PCOS สิวที่เริ่มเป็นในวัยผู้ใหญ่ และสิวที่เห่อก่อนมีประจำเดือน
ใครเหมาะกับ Spironolactone
สิวฮอร์โมนในผู้ใหญ่: ผู้หญิงอายุ 25 ปีขึ้นไปที่มีสิวแบบฮอร์โมน (ขึ้นที่คาง กราม คอ และเห่อก่อนมีประจำเดือน)
PCOS: สิวที่สัมพันธ์กับภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ
ทางเลือกแทน Isotretinoin: ผู้ที่ใช้ Isotretinoin ไม่ได้ผลหรือใช้ไม่ได้ เช่น วางแผนมีบุตรในอนาคต มีไขมันในเลือดสูง มีปัญหาตับ หรือทนผลข้างเคียงไม่ได้
สิวดื้อยา: สิวที่ยังไม่ตอบสนองต่อยาทาและยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน
ข้อห้ามใช้: Spironolactone ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ (จัดเป็น Category C มีความเสี่ยงทำให้ทารกเพศชายมีลักษณะเพศไม่สมบูรณ์ หรือ feminization) ผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง (hyperkalemia) และผู้ที่มีการทำงานของไตบกพร่องรุนแรง
ขนาดยาและแนวทางการใช้
ขนาดเริ่มต้น: 25-50 มก./วัน นาน 1-2 เดือน แล้วค่อยปรับเพิ่มเป็น 100 มก./วัน หากยังไม่เห็นผลใน 2-3 เดือน
ขนาดสูงสุด: ไม่เกิน 200 มก./วัน (ตามบางการศึกษา)
ระยะเวลาออกฤทธิ์: เริ่มเห็นผลที่ 2-3 เดือน และเห็นผลชัดที่สุดราว 6 เดือน
ใช้ร่วมกับยาคุม: การใช้ร่วมกับยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (เช่น Yaz, Diane-35) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุมกำเนิดไปในตัว
ขนาดควบคุมอาการ: 50-100 มก./วัน ต่อเนื่อง 1-2 ปี
การติดตามความปลอดภัยและผลข้างเคียง
ก่อนเริ่มยา: ตรวจโพแทสเซียม (K+) ครีอะตินิน ความดันโลหิต และทดสอบการตั้งครรภ์
ระหว่างใช้ยา: ตรวจ K+ และครีอะตินินซ้ำที่ 1 และ 3 เดือนหลังเริ่มยาหรือปรับขนาด ทั้งนี้ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 45 ปีที่ไม่มีโรคไตหรือโรคหัวใจร่วม บางแนวทางอาจไม่จำเป็นต้องตรวจ K+ เป็นประจำ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย: ประจำเดือนมาผิดปกติ (แก้ได้ด้วยการใช้ยาคุมร่วม) เต้านมตึงคัด ปัสสาวะบ่อย และเวียนศีรษะ
ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง: ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง พบน้อยกว่า 1% ในคนที่สุขภาพแข็งแรง
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ยานานเท่าไรจึงเห็นผล? โดยทั่วไปเริ่มเห็นสิวลดลงที่ 2-3 เดือน และเห็นผลชัดเจนที่สุดราว 6 เดือน จึงต้องใช้อย่างต่อเนื่องและอดทน
ผู้ชายใช้รักษาสิวได้ไหม? ไม่แนะนำใช้ในขนาดที่รักษาสิวสำหรับผู้ชาย เพราะฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชายอาจทำให้เต้านมโตขึ้น (gynecomastia) และมีลักษณะเพศเปลี่ยนแปลง
หยุดยาแล้วสิวจะกลับมาไหม? สิวมักกลับมาเมื่อหยุดยา จึงมักต้องใช้ขนาดควบคุมอาการต่อเนื่อง หรือพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ Isotretinoin ตามความเหมาะสม
ต้องใช้ร่วมกับยาคุมกำเนิดเสมอไหม? การใช้ร่วมกับยาคุมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุมกำเนิดไปพร้อมกัน ซึ่งสำคัญมากเพราะห้ามตั้งครรภ์ขณะใช้ยานี้ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
สิวฮอร์โมนในผู้หญิงเป็นปัญหาที่รักษาได้ และ Spironolactone เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลเมื่ออยู่ในการดูแลของแพทย์ หากคุณมีสิวเรื้อรังบริเวณคาง กราม คอ ที่ดื้อต่อยาทั่วไป หรือใช้ Isotretinoin ไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

ความคิดเห็น