Photodermatitis (ผื่นแพ้แสง): PMLE + Drug-induced Photosensitivity
- 17 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 16 ก.ค.
Photodermatitis หรือผื่นแพ้แสง คือผื่นผิวหนังที่เกิดจากแสงแดดหรือรังสี UV แบ่งได้เป็นกลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด (idiopathic) เช่น PMLE, Solar urticaria, Actinic prurigo และ Chronic actinic dermatitis กับกลุ่มที่มีปัจจัยภายนอกกระตุ้น (exogenous) เช่น ผื่นแพ้แสงจากยา และ phytophotodermatitis จุดสังเกตร่วมกันคือ ผื่นจะขึ้นเฉพาะบริเวณผิวหนังที่โดนแสง เช่น ใบหน้า คอ หน้าอก แขน และหลังมือ โดยเว้นบริเวณที่ถูกปกปิด เช่น ใต้คาง ใต้ร่มผ้า และหลังใบหู ซึ่งช่วยให้แพทย์แยกออกจากผื่นชนิดอื่นได้
PMLE — ผื่นแพ้แสงที่พบบ่อยที่สุด
Polymorphous Light Eruption (PMLE) เป็นผื่นแพ้แสงชนิดที่พบบ่อยที่สุด โดยมีลักษณะเด่น ดังนี้
กลุ่มที่พบบ่อย: พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย (สัดส่วน 4-5:1) มักอายุ 20-40 ปี
ช่วงเวลา: มักเกิดในช่วงต้นฤดูร้อนหลังออกแดดครั้งแรกหลังหมดหน้าฝน
ลักษณะผื่น: ผื่นขึ้น 30 นาทีถึงหลายชั่วโมงหลังโดนแสง เป็นตุ่ม ตุ่มน้ำ หรือปื้น และมีอาการคันมาก
การดำเนินโรค: หายได้เองภายใน 7-10 วันหากหลีกเลี่ยงแสง และมักดีขึ้นเองเมื่อผิวปรับตัวกับแสงหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ (hardening phenomenon)
ผื่นแพ้แสงจากยาและการแยกจาก Porphyria
ผื่นแพ้แสงจากยาและภาวะ porphyria เป็นสิ่งที่ต้องแยกออกให้ชัดเจนเพราะแนวทางดูแลต่างกัน
จากยา: แบบ phototoxic เกิดจากยา + UV สร้างอนุมูลอิสระ ยาที่เกี่ยวข้อง เช่น Doxycycline, Tetracycline, Thiazide (HCTZ), NSAID (Piroxicam, Naproxen), Voriconazole, Amiodarone, Quinolone
แพ้แสงจากยาทา: แบบ photoallergic มักเกิดจากส่วนผสมในครีมกันแดด (oxybenzone) หรือน้ำหอม
การแยกโรค: ต้องแยก porphyria (เช่น PCT, EPP) ที่มีตุ่มน้ำพองที่หลังมือ ผิวคล้ำ ขนขึ้นผิดปกติ และผิวเปราะ โดยส่งตรวจ urine/plasma porphyrins และการทำงานของตับ
การรักษาและการป้องกัน
หลักการดูแลผื่นแพ้แสงเน้นการป้องกันแสงเป็นสำคัญ ร่วมกับการรักษาตามอาการ
ครีมกันแดด: ใช้ครีมกันแดด broad-spectrum SPF 50+ PA++++ ที่ป้องกัน UVA ได้ดี (มองหา zinc/titanium ร่วมกับ Mexoryl หรือ Tinosorb)
เสื้อผ้าป้องกัน: สวมเสื้อผ้ากัน UV แขนยาว หมวกปีกกว้าง และแว่นกันแดด
รักษาระยะเฉียบพลัน: ระยะเฉียบพลันใช้สเตียรอยด์ทาความแรงปานกลางถึงสูง ร่วมกับยาแก้แพ้ รายที่รุนแรงอาจให้ prednisolone 7-14 วัน
ป้องกันล่วงหน้า: ทำ hardening ด้วย NB-UVB ช่วงสั้น ๆ 3 ครั้ง/สัปดาห์ รวม 12-15 ครั้ง ก่อนถึงฤดูร้อน เพื่อป้องกัน
ยาเพิ่มเติม: HCQ 200-400 มก./วัน ใช้ในบางรายของ PMLE และหยุดยาต้นเหตุหากเป็นผื่นแพ้แสงจากยา
คำถามที่พบบ่อย
ผื่นแพ้แสงต่างจากผื่นแพ้ชนิดอื่นอย่างไร? ผื่นแพ้แสงจะขึ้นเฉพาะบริเวณที่โดนแสงหลังออกแดด มีขอบเขตชัดเจนตามบริเวณที่โดนแสง
อาชีพแบบไหนเสี่ยงสูง? ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น เกษตรกร ก่อสร้าง ประมง และพนักงานชายหาด มีความเสี่ยงสูงกว่า
NB-UVB ปลอดภัยไหม? ปลอดภัยหากทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังและควบคุมจำนวนครั้งอย่างเหมาะสม
ยาที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง? เช่น Doxycycline, HCTZ, NSAID และ Voriconazole หากจำเป็นต้องใช้ ควรป้องกันแสงอย่างเข้มงวด
หากคุณมีผื่นคันที่ขึ้นเฉพาะบริเวณที่โดนแดด หรือสงสัยว่าผื่นสัมพันธ์กับยาที่ใช้ ควรได้รับการวินิจฉัยแยกโรค แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น