top of page

Cutaneous Sarcoidosis: โรคแกรนูโลมาที่ผิวหนัง—อาจแฝงรอยโรคระบบ

  • 18 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

Cutaneous Sarcoidosis คือรอยโรคทางผิวหนังของโรค Sarcoidosis ซึ่งเป็นโรคของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดการอักเสบชนิด non-caseating granuloma ในหลายอวัยวะ พบรอยโรคที่ผิวหนังราว 25–35% ของผู้ป่วย และในผู้ป่วยส่วนหนึ่ง รอยโรคทางผิวหนังเป็นสัญญาณที่ปรากฏก่อนตรวจพบความผิดปกติที่ปอดหรืออวัยวะอื่น การประเมินโรคนี้จึงต้องมองทั้งผิวหนังและระบบร่างกายควบคู่กัน ตามแนวทางของสถาบันโรคผิวหนัง (IOD)

ลักษณะทางคลินิกของ Cutaneous Sarcoidosis

  • Lupus pernio: รอยนูนแข็งสีม่วงคล้ำที่จมูก แก้ม หู และริมฝีปากบน สัมพันธ์กับพังผืดในปอดเรื้อรังและรอยโรคในทางเดินหายใจส่วนบน มักดื้อต่อการรักษา พบบ่อยในกลุ่ม Afro-Caribbean และ Asian

  • Papular sarcoidosis: ตุ่มสีน้ำตาลแดงขนาด 1–5 มม. บริเวณใบหน้าและรอบตา เมื่อกดด้วยกระจก (diascopy) จะเห็นสีคล้าย apple-jelly

  • Plaque sarcoidosis: ผื่นนูนเป็นวงหรือรูปโค้งบนลำตัวและแขนขา

  • Scar sarcoidosis: เกิดรอยโรคแกรนูโลมาบนรอยแผลเก่าหรือรอยสัก

  • Subcutaneous (Darier-Roussy): ก้อนใต้ผิวหนังแข็งบริเวณแขนขา

การวินิจฉัยและการตรวจระบบร่างกาย

การตัดชิ้นเนื้อผิวหนังจะพบ epithelioid non-caseating granuloma ที่มีเซลล์ lymphocyte น้อย (naked granuloma) โดยต้องแยกวัณโรค (TB) ออกก่อนเสมอด้วยการย้อมพิเศษ AFB, GMS, เพาะเชื้อ และ PCR จากนั้นจึงตรวจประเมินอวัยวะอื่น ๆ ดังนี้

  • ปอด: เอกซเรย์ปอด (CXR) แบ่งระยะ stage I–IV ตาม Scadding และตรวจสมรรถภาพปอด (DLCO)

  • หัวใจ: ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพราะพบการมีส่วนร่วมของหัวใจได้ 5–10% ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

  • ตา: ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ เพราะพบภาวะม่านตาอักเสบ (uveitis) ได้ราว 25%

  • เลือดและค่าอื่น: serum ACE (ความไว 40–60%), แคลเซียมในเลือดและปัสสาวะ 24 ชั่วโมง (อาจพบ hypercalcemia), การทำงานของตับ (LFT) และ CBC

หากมีอาการทางหัวใจหรือ ECG ผิดปกติ แพทย์อาจส่งตรวจ Holter, echocardiogram และ cardiac MRI เพิ่มเติมเพื่อประเมิน cardiac sarcoidosis

แนวทางการรักษา Cutaneous Sarcoidosis

  • โรคจำกัดที่ผิวหนัง: ยาทาสเตียรอยด์ความแรงสูง, ฉีด triamcinolone เข้ารอยโรค 5–10 mg/mL หรือ tacrolimus 0.1% ointment

  • โรคระดับปานกลาง: Hydroxychloroquine 200–400 mg/วัน (ต้องตรวจตาก่อนเริ่มและทุก 6–12 เดือน), Methotrexate 10–25 mg/สัปดาห์ ร่วมกับ folic acid (ตรวจ LFT และ CBC ทุก 3 เดือน) หรือ tetracycline กลุ่ม minocycline/doxycycline 100 mg วันละสองครั้ง

  • โรครุนแรง / lupus pernio / มีอวัยวะอื่นร่วม: Prednisolone 0.5 mg/kg/วัน หรือกลุ่ม Anti-TNF เช่น Infliximab 5 mg/kg ที่สัปดาห์ 0, 2, 6 แล้วให้ทุก 4–8 สัปดาห์ ซึ่งมีหลักฐานดีในรายที่ดื้อ ส่วน Adalimumab เป็นทางเลือก โดยต้องตรวจ HBV, HCV และ TB ก่อนเริ่มยากลุ่มนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cutaneous Sarcoidosis

Cutaneous Sarcoidosis รักษาหายไหม? ชนิดเฉียบพลัน (Löfgren syndrome ที่มี erythema nodosum ร่วมกับต่อมน้ำเหลืองขั้วปอดโตและปวดข้อ) หายเองได้ 70–90% ภายใน 2 ปี ส่วนชนิดเรื้อรังอย่าง lupus pernio มักดื้อและต้องใช้ยากดภูมิระยะยาว

ต้องตรวจปอดทุกคนไหม? ไม่จำเป็นต้องทำ HRCT ทุกคน หากเอกซเรย์ปอดปกติ แต่ถ้ามีอาการทางระบบหายใจ แพทย์จะประเมินเพิ่มเติม

Sarcoidosis ติดต่อไหม? ไม่ติดต่อ เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่โรคติดเชื้อ แต่แพทย์จะต้องแยกวัณโรคออกในผู้ป่วยทุกราย

ใช้ Hydroxychloroquine ระยะยาวปลอดภัยไหม? ใช้ได้หากตรวจตาเป็นระยะและไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยเมื่ออยู่ภายใต้การติดตามของแพทย์

Cutaneous Sarcoidosis อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่ในอวัยวะอื่น หากมีรอยโรคผิวหนังที่สงสัย ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและประเมินระบบร่างกายอย่างครบถ้วน ปรึกษาได้ที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ