Bullous Pemphigoid: ตุ่มน้ำพองในผู้สูงอายุ — anti-BP180/BP230 และแนวทางรักษา
- 18 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
Bullous Pemphigoid (BP) เป็นโรคตุ่มน้ำพองจากภูมิคุ้มกันที่พบบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ (60–80 ปี) เกิดจากภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีต่อโปรตีน BP180 (collagen XVII) และ BP230 ที่อยู่ในรอยต่อระหว่างหนังกำพร้ากับหนังแท้ (dermo-epidermal junction) ลักษณะเด่นต่างจาก Pemphigus Vulgaris ตรงที่ตุ่มน้ำของ BP จะตึง ไม่แตกง่าย มีอาการคันมาก มักพบที่ลำตัว ขาหนีบ รักแร้ และหน้าท้อง ส่วนน้อยที่พบรอยโรคในปาก บทความนี้สรุปแนวทางวินิจฉัยและรักษา BP เชิงปฏิบัติตามแนวทางของสถาบันโรคผิวหนัง (Institute of Dermatology, IOD)
ลักษณะทางคลินิก — ตุ่มน้ำตึงบนผิวหนังปกติ
อาการและลักษณะผื่นของ Bullous Pemphigoid มีดังนี้
ระยะนำ (prodromal): ในระยะเริ่มต้น 2–6 สัปดาห์ มักมีผื่นคันรุนแรงคล้ายลมพิษหรือผื่นผิวหนังอักเสบ (urticarial/eczematous) นำมาก่อนที่จะขึ้นเป็นตุ่มน้ำ
ลักษณะตุ่มน้ำ: ตุ่มน้ำตึง (tense) ไม่แตกง่ายเมื่อบีบ และ Nikolsky sign มักให้ผลลบ
ตำแหน่งที่พบบ่อย: ต้นขาด้านใน หน้าท้อง รักแร้ รอบสะดือ และฝ่ามือ
อาการคัน: ผู้ป่วยประมาณ 30% มีอาการคันรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิต
การวินิจฉัย — DIF และ ELISA anti-BP180
การวินิจฉัยยืนยันอาศัยการตรวจชิ้นเนื้อและการตรวจเลือด ดังนี้
การตรวจชิ้นเนื้อ: ตัดชิ้นเนื้อ 2 ชิ้น โดย H&E จากผิวรอยโรคพบตุ่มน้ำใต้หนังกำพร้าที่มี eosinophil และ DIF จากผิวข้างรอยโรคพบ IgG และ C3 เรียงตัวเป็นแนวเส้นตามรอยต่อผิวหนัง
การตรวจเลือด: ELISA anti-BP180 NC16A มีความไว 85–90% และ anti-BP230 ความไว 60–70% ใช้ติดตามระดับ titer เพื่อประเมินการตอบสนองต่อยา
การตรวจแยกโรค: Salt-split skin IIF ช่วยแยก BP (ติดด้านหนังกำพร้า) จาก Epidermolysis Bullosa Acquisita/EBA (ติดด้านหนังแท้)
แนวทางรักษา — Doxycycline และ Clobetasol ก่อนสเตียรอยด์ทั้งระบบ
แนวทางการรักษาเน้นเลือกวิธีที่ปลอดภัยในผู้สูงอายุก่อน (ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผิวหนัง)
รายอาการน้อย-ปานกลาง: จากการศึกษา BLISTER trial (Lancet 2017) พบว่า Doxycycline 200 มก./วัน ให้ผลไม่ด้อยกว่า Prednisolone 0.5 มก./กก./วัน ในกลุ่มอาการน้อยถึงปานกลาง และปลอดภัยกว่าในผู้สูงอายุ
รายอาการปานกลาง-มาก: Clobetasol propionate 0.05% cream 20–40 กรัม/วัน ทาทั่วตัว (การศึกษา Joly trial NEJM 2002 พบว่าได้ผลดีกว่าสเตียรอยด์รับประทานในผู้สูงอายุ)
รายไม่ตอบสนอง: หากไม่ตอบสนอง จึงเพิ่ม Prednisolone 0.5 มก./กก./วัน แล้วค่อย ๆ ลดยาช้า ๆ ตลอด 6–12 เดือน
ยาเสริม (adjuvant): Methotrexate, Azathioprine, Mycophenolate หรือ Rituximab ในรายที่ดื้อยา
คำถามที่พบบ่อย
Bullous Pemphigoid หายขาดไหม? ส่วนใหญ่โรคสงบได้ภายใน 6–12 เดือน แต่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำประมาณ 30% จึงมักต้องรักษาต่อเนื่องเพื่อควบคุมโรค
ต่างจาก Pemphigus อย่างไร? BP มีตุ่มน้ำตึง ไม่ค่อยมีแผลในปาก Nikolsky sign ให้ผลลบ พบในผู้สูงอายุ ตรวจพบแอนติบอดี BP180/230 ส่วน Pemphigus ตุ่มหย่อนแตกง่าย มีแผลในปาก Nikolsky บวก ตรวจพบแอนติบอดี Dsg3/1
ยาชนิดใดที่กระตุ้นให้เกิด BP ได้? ยากลุ่ม DPP-4 inhibitors (vildagliptin, sitagliptin), spironolactone, furosemide และยากลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัด PD-1/PD-L1 หาก BP เกิดจากยา ให้หยุดยาต้นเหตุและรักษาตามแนวทางปกติ
จำเป็นต้องเจาะระบายตุ่มน้ำไหม? ไม่จำเป็น หากตุ่มยังตึงให้ปล่อยไว้ หากตุ่มแตกให้ดูแลด้วยการประคบน้ำเกลือและใช้วัสดุปิดแผลป้องกันการติดเชื้อ
หากผู้สูงอายุมีผื่นคันรุนแรงหรือตุ่มน้ำพองตึงที่ผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย ปรึกษา Bullous Pemphigoid และโรคตุ่มน้ำพองในผู้สูงอายุกับแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น