top of page

รังแค เซ็บเดิร์ม สาเหตุ อาการ รักษา | แพทย์ผิวหนัง

  • 30 พ.ค.
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 6 วันที่ผ่านมา

รังแค & เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) — สาเหตุ อาการ วิธีรักษา โดยแพทย์ผิวหนัง

หลายคนรู้สึกเขินเมื่อมีขุยสีขาวร่วงลงบ่าเสื้อ หรือสังเกตว่าข้างจมูกและคิ้วแดงเป็นผื่นมัน บางครั้งลองเปลี่ยนแชมพูหลายยี่ห้อแล้วก็ยังกลับมาใหม่ซ้ำๆ เหตุผลที่รักษาไม่หายสักทีคือ รังแคและผื่นเซ็บเดิร์มไม่ใช่ปัญหาจากสกปรกหรือหนังศีรษะแห้งธรรมดา แต่เป็นโรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม (seborrheic dermatitis) ที่มีต้นเหตุจากเชื้อยีสต์และกลไกภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งต้องอาศัยการรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์

บทความนี้เขียนโดยอ้างอิงแนวทางของ American Academy of Dermatology (AAD), DermNet NZ และ Cleveland Clinic เพื่อให้คุณเข้าใจภาวะนี้อย่างถูกต้องและรู้ว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร — รวมถึงเมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนังโดยตรง

รังแคและเซ็บเดิร์มคืออะไร

Seborrheic Dermatitis หรือ โรคผิวหนังอักเสบต่อมไขมัน เป็นภาวะอักเสบเรื้อรังที่เกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น หนังศีรษะ หน้า และลำตัวส่วนบน ลักษณะเด่นคือผื่นแดงมีขุยมัน สีเหลืองหรือขาว และคันระดับต่างๆ

รังแค (Dandruff) คือรูปแบบที่อ่อนที่สุดของเซ็บเดิร์ม เกิดเฉพาะบริเวณหนังศีรษะ มีขุยและหนังศีรษะลอกแต่ไม่มีการอักเสบรุนแรง ไม่แดงไม่คันมาก จึงมักถูกมองว่าเป็น "แค่ขุยผิวหนัง" ทั้งที่กลไกเดียวกัน

กลไกหลัก: Malassezia + ไขมัน + ภูมิคุ้มกัน

ร่างกายของทุกคนมีเชื้อยีสต์ Malassezia อาศัยอยู่บนผิวหนังตามธรรมชาติ แต่ในผู้ที่เป็นเซ็บเดิร์ม เชื้อชนิดนี้จะเพิ่มจำนวนและย่อยสลายไขมัน (sebum) ที่ต่อมไขมันผลิตออกมา กระบวนการนี้ก่อให้เกิดกรดไขมันอิสระที่ระคายผิวหนัง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองด้วยการอักเสบ ผิวหนังจึงลอกเร็วกว่าปกติจนเห็นเป็นขุย

ตำแหน่งที่พบเซ็บเดิร์มได้บ่อย

เซ็บเดิร์มไม่ได้เกิดแค่บนหนังศีรษะ ตำแหน่งที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • หนังศีรษะ — ขุยสีขาวหรือเหลือง อาจมีผื่นแดงที่ขอบผมด้านหน้าและหลังหู

  • ข้างจมูก (nasolabial folds) — ผื่นแดงมันมีขุยบางๆ มักเป็นสมมาตรทั้งสองข้าง

  • คิ้วและขอบคิ้ว — ขุยและผื่นที่อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสิว

  • หลังใบหูและในช่องหู — ขุยและความคันที่หลายคนไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกัน

  • ร่องจมูก-ริมฝีปาก และ เปลือกตา — อาจทำให้เปลือกตาอักเสบ (seborrheic blepharitis)

  • หน้าอกส่วนบน และ ระหว่างสะบัก — ผื่นแบบดอกไม้หรือกลีบกลม มักพบในผู้ชาย

รังแคแห้ง vs รังแคมัน (หนังศีรษะลอก) และการแยกโรคที่คล้ายกัน

รังแคแห้ง vs รังแคมัน

ลักษณะ

รังแคแห้ง (หนังศีรษะลอกแห้ง)

รังแคมัน (เซ็บเดิร์มเต็มขั้น)

ขุย

สีขาว บาง ลอยง่าย

สีเหลือง มัน จับเกาะหนังศีรษะ

ผิวหนัง

แห้ง

มัน แดง มีการอักเสบ

อาการคัน

เล็กน้อย

คันปานกลาง-มาก

บริเวณ

หนังศีรษะเท่านั้น

หนังศีรษะ หน้า หลังหู ลำตัว

สาเหตุหลัก

Malassezia + ผิวขาดความชุ่มชื้น

Malassezia + ไขมันมาก + การอักเสบ

ตารางแยกโรค: เซ็บเดิร์ม vs สะเก็ดเงินหนังศีรษะ vs กลากหนังศีรษะ

คุณสมบัติ

เซ็บเดิร์ม / รังแค

สะเก็ดเงินหนังศีรษะ (Scalp Psoriasis)

กลากหนังศีรษะ (Tinea Capitis)

ขุย

เหลือง มัน บาง

ขาวเงิน หนา ซ้อนกันเป็นชั้น

ขุยไม่สม่ำเสมอ แห้ง

สีผื่น

แดงอ่อน ชมพู

แดงเข้ม

แดง น้ำตาล

ขอบผื่น

ไม่ชัด ลามเรื่อยๆ

ขอบชัดเจนมาก

ขอบค่อนข้างชัด

ผมร่วง

ไม่ร่วง (หรือน้อยมาก)

ไม่ร่วง

ร่วงเป็นหย่อม ผมขาดกลางเส้น

เชื้อก่อโรค

Malassezia (ยีสต์)

ภาวะภูมิคุ้มกัน (autoimmune)

เชื้อรา Dermatophyte

ตรวจยืนยัน

วินิจฉัยทางคลินิก

วินิจฉัยทางคลินิก ± ชิ้นเนื้อ

KOH scraping ให้เห็นเส้นใยรา

ยาหลัก

ยาต้านเชื้อรา (antifungal)

ยาสเตียรอยด์ ยาชีววัตถุ

ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทาน

อายุที่พบบ่อย

ทุกวัย (ทารก + ผู้ใหญ่)

ผู้ใหญ่

เด็กเป็นหลัก

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคไหน อย่าซื้อยาใช้เอง เพราะยารักษาแต่ละโรคต่างกันมาก และการใช้ผิดอาจทำให้อาการแย่ลง

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้น

เซ็บเดิร์มเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด

ปัจจัยหลัก

  • Malassezia yeast — เชื้อที่อาศัยในชั้น lipid ของผิว เมื่อเพิ่มจำนวนผิดปกติจะกระตุ้นการอักเสบ

  • ต่อมไขมันที่ผลิตไขมันมาก — ยีสต์ใช้ไขมันเป็นอาหาร บริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่นจึงเสี่ยงกว่า

  • การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน — ร่างกายบางคนไวต่อผลพลอยได้จากการย่อยไขมันของ Malassezia มากกว่าคนอื่น

ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย

  • ความเครียดสะสม — กระตุ้นให้อาการกำเริบได้อย่างชัดเจน

  • อากาศ — อากาศหนาวแห้ง หรืออากาศร้อนชื้นในไทย ทำให้อาการขึ้นๆ ลงๆ ตามฤดูกาล

  • ฮอร์โมน — พบในทารกแรกเกิด (ได้รับฮอร์โมนจากแม่) และพุ่งสูงช่วงวัยรุ่น-ผู้ใหญ่ตอนต้น

  • ผมยาว ใส่หมวกนาน — อับชื้น กระตุ้นให้ Malassezia เพิ่มจำนวน

  • ผลิตภัณฑ์บนหนังศีรษะ — เจล วาสลีน สเปรย์ที่ไม่ล้างออกจนหมด

กลุ่มที่เสี่ยงรุนแรงเป็นพิเศษ

  • ผู้ติดเชื้อ HIV — เซ็บเดิร์มรุนแรง ดื้อยา และเป็นหนึ่งในอาการที่อาจบ่งชี้การกดภูมิ พบได้ใน 20–83% ของผู้ติดเชื้อ HIV โดยเฉพาะในระยะที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก

  • ผู้ป่วยโรค Parkinson — ระบบประสาทอัตโนมัติควบคุมต่อมไขมันผิดปกติ ทำให้หนังศีรษะมันและลอกมากกว่าปกติ

  • ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน — เช่น หลังปลูกถ่ายอวัยวะ หรือได้รับยาเคมีบำบัด

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีโรคเหล่านี้และเซ็บเดิร์มกำเริบรุนแรงผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินภูมิคุ้มกันด้วย ไม่ใช่แค่รักษาผิวหนัง

เซ็บเดิร์มในทารก (Cradle Cap / ขี้ครอก)

โรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์มในทารกแรกเกิดมีชื่อเรียกทั่วไปว่า "ขี้ครอก" หรือ cradle cap ลักษณะเป็นสะเก็ดสีเหลืองมันบนหนังศีรษะของทารก เกิดจากฮอร์โมนแม่ที่ถ่ายทอดให้ทารกในช่วงคลอด กระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากเกินไปชั่วคราว

ภาวะนี้ ไม่อันตราย มักหายเองภายใน 6–12 เดือน การดูแลเบื้องต้นทำได้โดยสระผมทารกด้วยแชมพูอ่อนโยนทุกวัน และนวดเบาๆ เพื่อช่วยให้สะเก็ดหลุดออก ไม่ควรแกะหรือขูดแรง หากสะเก็ดลามไปที่หน้า คอ หรือรักแร้ ควรพาทารกพบกุมารแพทย์หรือแพทย์ผิวหนัง

การรักษาเซ็บเดิร์มและรังแค

การรักษาแบ่งตามตำแหน่งและความรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนเลือกใช้ยา

แชมพูยา (สำหรับหนังศีรษะ)

แชมพูยาต้องทิ้งไว้บนหนังศีรษะ 5–10 นาทีก่อนล้างออก เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์เต็มที่

ตัวยา

กลไก

ข้อสังเกต

Ketoconazole 2%

ยับยั้งการสังเคราะห์ ergosterol ของเชื้อรา

หลักฐานแน่นที่สุด FDA อนุมัติ ใช้ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ระยะแรก

Selenium sulfide 2.5%

ต้านเชื้อรา + ลดการลอกของผิว

ประสิทธิภาพดี อาจมีกลิ่น

Zinc pyrithione

ต้านเชื้อรา + ต้านแบคทีเรีย

หาซื้อง่าย เหมาะบำรุงรักษา

Ciclopirox 1%

สเปกตรัมกว้าง ทั้งเชื้อราและอักเสบ

ทางเลือกเมื่อ ketoconazole ไม่ตอบสนอง

Salicylic acid

ละลายขุย เปิดทางให้ยาอื่นซึมเข้า

ใช้คู่กับตัวยาอื่น

Coal tar

ลดการแบ่งตัวของเซลล์ผิว

กลิ่นแรง อาจย้อมสีผม

ยาทาสำหรับผื่นบนหน้าและลำตัว

ผื่นเซ็บเดิร์มบนใบหน้าต้องการการรักษาต่างจากหนังศีรษะ เพราะผิวหน้าบางกว่าและไวกว่า

  • Antifungal cream เช่น ketoconazole cream หรือ ciclopirox cream — เป็นตัวเลือกแรก ปลอดภัยระยะยาว

  • Topical calcineurin inhibitors (tacrolimus, pimecrolimus) — ต้านการอักเสบโดยไม่ทำให้ผิวบาง เหมาะสำหรับใช้บนใบหน้าระยะยาว

  • Mild topical corticosteroid — เช่น hydrocortisone 1% ลดอาการอักเสบได้รวดเร็ว แต่ต้องใช้ระยะสั้นตามคำแนะนำแพทย์เท่านั้น การใช้ต่อเนื่องนานบนใบหน้าอาจทำให้ผิวบาง เส้นเลือดฝอยโป่ง และเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น

สเตียรอยด์ทาหน้าต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อใช้เองระยะยาว

เซ็บเดิร์มและรังแค "หายขาด" ได้ไหม

คำตอบตรงๆ คือ เซ็บเดิร์มเป็นโรคเรื้อรังที่กลับมาได้เสมอ (chronic-relapsing) แต่สามารถ ควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการรักษาที่ถูกต้อง

แนวทางของ AAD ระบุว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลดอาการให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบชีวิตประจำวันได้ หากรักษาสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น หลายคนอยู่ในระยะสงบได้นานหลายเดือนถึงหลายปี แต่ไม่มีใครรับประกันว่าจะไม่กลับมาอีก

การดูแลตัวเองและวิธีสระผมที่ถูกต้อง

  • สระผมบ่อยพอ — สระวันเว้นวันหรือทุกวันช่วยลดการสะสมของไขมันและ Malassezia ได้ อย่าเชื่อว่า "สระบ่อย = หนังศีรษะแห้ง" โดยไม่มีหลักฐาน

  • ทิ้งแชมพูยาไว้ก่อนล้างออก — อย่างน้อย 5 นาที กรณีที่แพทย์สั่ง อาจนานถึง 10 นาที

  • นวดเบาๆ อย่าขูด — การเกาหนังศีรษะแรงๆ กระตุ้นการอักเสบ

  • ล้างผมออกให้หมด — ยาที่ค้างบนหนังศีรษะนานเกินไปอาจระคายเคือง

  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์สูง บนหนังศีรษะหรือใบหน้า

  • จัดการความเครียด — พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกาย ลดความเครียดสะสม

  • ระวังน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันอื่น — แม้โฆษณาว่าดีต่อหนังศีรษะ แต่ไขมันอาจเป็นอาหารของ Malassezia และกระตุ้นอาการในบางคน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับรังแคและเซ็บเดิร์ม

"รังแคเกิดจากหนังศีรษะแห้ง" ไม่ถูกต้อง รังแคมักเกิดในคนที่หนังศีรษะมัน ไม่ใช่แห้ง ต้นเหตุคือ Malassezia และกระบวนการอักเสบ การทาน้ำมันมากขึ้นอาจกลับแย่ลง

"รังแคเกิดจากไม่สระผม / สกปรก" ไม่ถูกต้อง เซ็บเดิร์มพบได้แม้ในคนที่รักสะอาดมาก สาเหตุอยู่ที่กลไกภายในร่างกาย ไม่ใช่ความสกปรก

"เปลี่ยนแชมพูแล้วหาย ก็ไม่ต้องพบแพทย์" ระวัง หากอาการดีขึ้นชั่วคราวแล้วกลับมา หรือมีผื่นที่หน้า คิ้ว หรือตำแหน่งอื่น นั่นคือสัญญาณว่าต้องการการรักษาจากแพทย์ผิวหนัง ไม่ใช่แค่แชมพู

"ยาสเตียรอยด์ทาหน้าใช้ได้นานเท่าที่ต้องการ" อันตราย สเตียรอยด์บนใบหน้าต้องใช้ระยะสั้นภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรังแคและเซ็บเดิร์ม

รังแคเกิดจากอะไร

รังแคเกิดจากเชื้อยีสต์ Malassezia ที่อาศัยบนหนังศีรษะตามธรรมชาติ เมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนมากเกินไปและย่อยสลายไขมัน (sebum) ของต่อมไขมัน ก่อให้เกิดกรดไขมันอิสระที่ระคายผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวลอกเร็วกว่าปกติจนเห็นเป็นขุยและหนังศีรษะลอก ไม่ใช่เพราะสกปรกหรือไม่สระผม

รังแคหายขาดได้ไหม

เซ็บเดิร์มและรังแคเป็นโรคเรื้อรัง (chronic-relapsing) ที่สามารถกลับมาได้ แต่ควบคุมได้ดีด้วยการรักษาที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถอยู่ในระยะสงบนานหลายเดือนถึงหลายปี ขอแค่ไม่หยุดรักษาเองกลางคันและปรึกษาแพทย์เมื่ออาการกำเริบ ไม่มีการรักษาใดที่รับประกันว่าหายขาด 100%

รังแคเกิดจากหนังศีรษะแห้งจริงไหม

ไม่ถูกต้อง รังแคมักพบในคนที่หนังศีรษะมัน ไม่ใช่แห้ง เพราะ Malassezia ต้องการไขมันเป็นอาหาร การทาน้ำมันหรือครีมบำรุงเพิ่มบนหนังศีรษะอาจกลับกระตุ้นให้อาการแย่ลงในบางคน

เซ็บเดิร์มกับสะเก็ดเงินต่างกันอย่างไร

เซ็บเดิร์มมีขุยสีเหลืองมัน ผื่นแดงอ่อน ขอบไม่ชัด และเกิดจากเชื้อยีสต์ Malassezia ส่วนสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะมีขุยขาวเงินหนาซ้อนกัน ขอบผื่นชัดเจนมาก และเกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน (autoimmune) ยารักษาทั้งสองต่างกันโดยสิ้นเชิง ควรให้แพทย์ผิวหนังวินิจฉัยก่อนเริ่มยา

ผื่นแดงข้างจมูกและคิ้วเกี่ยวกับรังแคไหม

ใช่ ผื่นแดงมีขุยบางๆ ที่ข้างจมูก ร่องจมูก-ปาก และบริเวณคิ้ว เป็นอาการของเซ็บเดิร์มบนใบหน้าที่พบบ่อย รักษาด้วยยาต้านเชื้อรา (antifungal cream) หรือยากลุ่ม calcineurin inhibitor ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผิวหนัง ไม่ใช่แค่แชมพู

ควรใช้แชมพูยาอย่างไรให้ได้ผล

ทาแชมพูยาบนหนังศีรษะที่เปียก นวดเบาๆ แล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 5–10 นาทีก่อนล้างออก ช่วงแรกใช้ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ เมื่ออาการดีขึ้นอาจลดเป็นสัปดาห์ละครั้งเพื่อบำรุงรักษา ประสิทธิภาพดีกว่าการสระแล้วล้างออกทันที

เซ็บเดิร์มในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจะรุนแรงขึ้นไหม

ใช่ ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันมักมีเซ็บเดิร์มรุนแรงและรักษายากกว่าคนทั่วไป เซ็บเดิร์มที่กำเริบมากผิดปกติอาจเป็นสัญญาณของการกดภูมิคุ้มกัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนังแทนที่จะซื้อแชมพูใช้เอง

ควรพบแพทย์เมื่อ: ใช้แชมพูยาหาซื้อเองนาน 4–6 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น, มีผื่นที่ใบหน้าหรือลำตัว, ไม่แน่ใจว่าเป็นเซ็บเดิร์มหรือสะเก็ดเงินหรือกลาก, มีผมร่วงร่วมด้วย หรืออาการกำเริบบ่อยและรุนแรงขึ้น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนัง

ควรนัดพบแพทย์ผิวหนังเมื่อ

  • ใช้แชมพูยาที่หาซื้อเองแล้ว 4–6 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น

  • มีผื่นที่ใบหน้า คิ้ว ข้างจมูก หรือหลังหู ที่ไม่แน่ใจว่าคืออะไร

  • ผิวหนังแดงมาก ปวดแสบ มีสะเก็ดหนา หรือมีน้ำเหลือง (อาจติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน)

  • อาการกำเริบบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

  • ไม่แน่ใจว่าเป็นเซ็บเดิร์ม สะเก็ดเงิน หรือกลาก เพราะยาแต่ละชนิดต่างกันมาก

  • มีผมร่วงร่วมด้วย — อาจต้องตรวจเพิ่มเติม

พบแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางที่ สยาม เดอร์มาโทโลจี

คลินิกเฉพาะทางโรคผิวหนัง สยาม เดอร์มาโทโลจี ดูแลโดย นพ. ภัทร วรวุทธินนท์ (Dr. Patara Voravutinon, MD) แพทย์ผิวหนังที่ได้รับวุฒิบัตรจากราชวิทยาลัยแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (Diplomate, Thai Board of Dermatology) ใบอนุญาตแพทยสภาเลขที่ 54323 ไม่ใช่คลินิกความงามทั่วไป แต่เป็นคลินิกแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางที่วินิจฉัยและรักษาโรคผิวหนังตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์

หากคุณมีปัญหารังแคเรื้อรัง ผื่นข้างจมูก คิ้วแดง หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคอะไร เรายินดีตรวจประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

ที่อยู่: 420/141 ม.ทิพวัล 1 ถ.เทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 (ใกล้ BTS ทิพวัล)

เวลาทำการ:

  • จันทร์ / อังคาร / พุธ / ศุกร์ — 17:00–20:00 น.

  • เสาร์ / อาทิตย์ — 09:00–13:00 น.

  • ปิดทุกวันพฤหัสบดี

โทร: 061-448-7000 LINE: @siamderm

ดูประวัติและความเชี่ยวชาญของแพทย์ได้ที่ /dr-pat

อ่านเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิง

  1. American Academy of Dermatology — Seborrheic Dermatitis: Diagnosis and Treatment (aad.org)

  2. DermNet NZ — Seborrhoeic Dermatitis (dermnetnz.org)

  3. Cleveland Clinic — Seborrheic Dermatitis (my.clevelandclinic.org)

  4. Gupta AK et al. Role of Topical Ketoconazole Beyond Seborrhoeic Dermatitis and Dandruff. JEADV Clinical Practice, 2025. doi:10.1002/jvc2.70026

  5. NCBI PMC — Efficacy and Safety of Selenium Disulfide in Seborrheic Dermatitis (PMC12577802)

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนเริ่มการรักษาใดๆ

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
รังแคเกิดจากอะไร? แพทย์ผิวหนังแยก 5 โรคที่คนไทยเรียกรวมกันว่า "รังแค"

รังแค (Dandruff) คือภาวะที่หนังศีรษะผลัดเซลล์เร็วผิดปกติจนเห็นเป็นขุยหรือสะเก็ดสีขาว-เหลือง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อเชื้อรา Malassezia ที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะตามปกติ แต่ในห้องตรวจ คำว

 
 
 

ความคิดเห็น


ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโพสต์นี้ได้แล้ว เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเจ้าของเว็บไซต์
bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ