ผิวหนังบอกโรคภายใน: สัญญาณที่ร่างกายส่งออกมาทางผิวหนัง
- Apr 23
- 1 min read
Updated: May 22
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายและทำหน้าที่สะท้อนสุขภาพโดยรวมได้อย่างชัดเจน โรคหลายชนิดที่เกิดในอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ต่อมไทรอยด์ หรือระบบภูมิคุ้มกัน มักมีการแสดงออกทางผิวหนังที่สังเกตได้ก่อนที่โรคจะได้รับการวินิจฉัย การรู้จักสัญญาณเหล่านี้อาจช่วยให้พบโรคได้เร็วขึ้น
ผิวหนังและโรคตับ
โรคตับมีสัญญาณทางผิวหนังที่เด่นชัดหลายอย่าง ได้แก่:
ดีซ่าน (Jaundice) — ผิวหนังและตาขาวเหลือง เกิดจาก bilirubin สูง
Spider angioma — เส้นเลือดฝอยรูปแมงมุมบนหน้าอกและแขน พบในตับแข็ง
Palmar erythema — ฝ่ามือแดงผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณ thenar และ hypothenar
Pruritus (คัน) ทั่วตัวโดยไม่มีผื่น — เกิดจาก bile salts สะสมในผิวหนัง
Caput medusae — เส้นเลือดดำขยายรอบสะดือในตับแข็งรุนแรง
ผิวหนังและโรคไต
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมักมีสัญญาณผิวหนัง ดังนี้:
ผิวซีดและเหลืองอ่อน (uremic pallor) — จากการขาดเลือดและสารพิษสะสม
Pruritus รุนแรง — อาการคันที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยไตวาย
Uremic frost — ผลึกสีขาวบนผิวในรายที่ไตวายรุนแรงมาก (หายากในปัจจุบัน)
Calciphylaxis — แผลเนื้อตายที่เกิดจาก calcium สะสมในหลอดเลือดเล็ก
บวมน้ำ (edema) โดยเฉพาะที่ขาและรอบดวงตา
ผิวหนังและโรคต่อมไทรอยด์
โรคไทรอยด์ทั้งสองชนิดมีผลต่อผิวหนังที่แตกต่างกัน:
Hypothyroidism: ผิวแห้งหยาบ ซีด บวมแน่น (myxedema) ไม่กดบุ๋ม ผมร่วงบาง เล็บเปราะ
Hyperthyroidism: ผิวชื้นนุ่ม เหงื่อออกมาก ผมร่วง และมีผื่น pretibial myxedema ที่หน้าแข้ง
Graves' disease: นิ้วมือบวมคล้ายกระบอง (clubbing) และผิวหนังหน้าแข้งหนาแข็ง
ผิวหนังและโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานมีสัญญาณทางผิวหนังได้หลายชนิด:
Acanthosis Nigricans — ผิวดำหนาหยาบที่คอ รักแร้ และขาหนีบ บ่งชี้ insulin resistance
Diabetic dermopathy — จุดน้ำตาลที่หน้าแข้ง พบบ่อยที่สุดในเบาหวาน
Necrobiosis lipoidica — ผื่นสีเหลืองส้มที่หน้าแข้ง
การติดเชื้อซ้ำซากทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย
แผลหายช้าและเสี่ยง diabetic foot ulcer
ผิวหนังและโรคภูมิคุ้มกัน/Autoimmune
Systemic Lupus Erythematosus (SLE): ผื่นรูปผีเสื้อที่จมูกและแก้ม photosensitivity
Dermatomyositis: ผื่นสีม่วงบนเปลือกตา (heliotrope) และข้อนิ้วมือ (Gottron's papules)
Systemic Sclerosis: ผิวหนังแข็งตึง Raynaud's phenomenon
เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
หากสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงผิวหนังที่ผิดปกติโดยเฉพาะที่เกิดทั่วตัวหรือพร้อมกับอาการอื่น เช่น ดีซ่าน บวม คันรุนแรง ควรพบแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์อายุรกรรมเพื่อตรวจหาสาเหตุ เนื่องจากบางอาการอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่รักษาได้ถ้าพบเร็ว


Comments