top of page
A copy of Primary Logo CMYK-01.png

AHA BHA PHA กรดผลไม้คืออะไร? ประโยชน์และวิธีเลือกใช้ให้ถูกประเภท

  • Apr 6
  • 1 min read

Updated: May 22

AHA (Alpha Hydroxy Acid), BHA (Beta Hydroxy Acid) และ PHA (Polyhydroxy Acid) คือส่วนผสมประเภทกรดในสกินแคร์ที่ช่วยลอกเซลล์ผิวเก่าและลดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้ผิวดูใสและเรียบเนียนมากขึ้น

AHA, BHA, PHA ต่างกันอย่างไร?

  • AHA (Glycolic Acid, Lactic Acid): เป็นกรดที่ละน้ำได้ เหมาะสำหรับผิวแห้ง ช่วยขัดเซลล์ผิวชั้นบนสุด ลดรอยดำและสิว

  • BHA (Salicylic Acid): ละน้ำมันได้ เข้าลึกรูขุมขนได้ดี เหมาะสำหรับผิวมันหรือเป็นสิวหัวดำและสิว ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบอีกด้วย

  • PHA (Gluconolactone, Lactobionic Acid): ระคายน้อยกว่า AHA เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่บอบาง ยังมีคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้นผิวอีกด้วย

เลือกใช้ตามสภาพผิว

ความเข้มข้นที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นคือ 4-7% สำหรับ AHA และ 0.5-2% สำหรับ BHA ควรใช้ตอนเย็น 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวันในตอนเช้า เพราะกรดเหล่านี้ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น

ข้อควรระวังและการใช้อย่างปลอดภัย

ห้ามใช้ร่วมกับเรตินอลในคืนเดียวกันเพราะอาจระคายสูง สำหรับ AHA นั้น Glycolic Acid มีประสิทธิภาพสูงแต่อาจระคายได้หน่อยกว่า Lactic Acid หากมีอาการแสบ แดง หรือระคายรุนแรง ให้หยุดใช้และปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

เอกสารอ้างอิง

Recent Posts

See All
ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) ดูแลอย่างไรให้ผิวแข็งแรงและไม่ระคาย

ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนไทยหลายคน ผิวประเภทนี้มีเกราะป้องกันผิว (skin barrier) ที่อ่อนแอกว่าปกติ ทำให้สารระคายเคืองหรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ สามารถทำให้ผิวแดง แห้ง คัน หรือรู้ส

 
 
 
เซรามายด์ (Ceramide) สำคัญต่ออุปสรรคผิวอย่างไร?

เซรามายด์ (Ceramide) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นในชั้นผิวหนัง มีหน้าที่เป็นเหมือน "ซีเมนต์" ที่ยึดโครงสร้างผิวไว้ด้วยกัน คิดเป็น 50% ของไขมันทั้งหมดในชั้นผิวนอกสุด (Stratum Corneum) เมื่อเซร

 
 
 

Comments


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ