
โรคผิวหนังจากการทำงาน (Occupational Dermatitis): การป้องกันและการรักษา
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา
โรคผิวหนังจากการทำงาน (Occupational Dermatitis) คือการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสสารเคมีหรือสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานซ้ำ ๆ พบได้ราว 30-40% ของโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ จึงเป็นปัญหาสำคัญทางอาชีวอนามัยที่กระทบทั้งผลิตภาพการทำงานและคุณภาพชีวิต บทความนี้เรียบเรียงโดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อช่วยให้ผู้ที่ทำงานเสี่ยงเข้าใจสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และแนวทางป้องกันรักษาอย่างถูกต้อง
โรคผิวหนังจากการทำงานเกิดจากอะไร
โรคนี้เกิดจากการสัมผัสสารก่อโรคหรือสารระคายเคืองในที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก:
ผิวหนังอักเสบจากการระคายเคือง (Irritant Contact Dermatitis): เกิดจากการสัมผัสสารเคมีที่กระตุ้นและทำลายเกราะป้องกันผิวโดยตรง เป็นชนิดที่พบมากที่สุดถึงประมาณ 80% ของผู้ป่วย
ผิวหนังอักเสบจากการแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis): เกิดจากปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้เฉพาะตัว แม้สัมผัสในปริมาณเล็กน้อยก็กระตุ้นผื่นได้
กลุ่มอาชีพที่เสี่ยงและสารก่อโรคในแต่ละอาชีพ
แต่ละอาชีพสัมผัสสารก่อโรคที่แตกต่างกัน การรู้จักสารก่อโรคเฉพาะกลุ่มช่วยให้ป้องกันได้ตรงจุด:
บุคลากรทางการแพทย์ (แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วย): สัมผัสน้ำและการล้างมือบ่อย ๆ ผงทำความสะอาด เจลล้างมือ และถุงมือยาง Latex
ช่างทำผม: สัมผัสสารเคมีจัดแต่งผม โดยเฉพาะ PPD (Para-phenylenediamine) ในน้ำยาย้อมผม และ Thioglycolic acid ในน้ำยาดัดผม
พ่อครัวและลูกจ้างในห้องครัว: สัมผัสน้ำ ผงล้างจาน สารกำจัดไขมัน น้ำมัน และอาหารต่าง ๆ
ผู้ทำงานก่อสร้าง: สัมผัสซีเมนต์ (ที่มี Dichromate) Epoxy resins ฝุ่น และสารเคมีก่อสร้าง
เกษตรกร: สัมผัสปุ๋ย ยาฆ่าแมลงกลุ่ม Organophosphates สารเคมีป้องกันพืช และดิน
อาการของโรคผิวหนังจากการทำงาน
อาการมักปรากฏบริเวณที่สัมผัสสารก่อโรค เช่น มือและแขน โดยเรียงตามความรุนแรง:
อาการเริ่มต้น: รู้สึกปวดแสบร้อนและคันบริเวณผิวที่สัมผัส
เมื่อรุนแรงขึ้น: ผื่นแดง บวม มีน้ำเหลือง ผิวแห้ง และเกิดรอยแตก
ภาวะแทรกซ้อน: ผิวที่แตกและอักเสบเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
ลักษณะเฉพาะ: อาการมักดีขึ้นหลังหยุดสัมผัสสารก่อโรค แต่จะกำเริบและเรื้อรังหากกลับไปสัมผัสซ้ำ ๆ
การวินิจฉัยและ Patch Test
การวินิจฉัยอาศัยประวัติการทำงาน สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน และลักษณะทางคลินิกของผื่นเป็นหลัก โดยมี Patch test เป็นการตรวจสำคัญที่ช่วยระบุสารก่อการแพ้เฉพาะตัว:
วิธีทำ: แพทย์ติดแผ่นแปะที่มีสารเคมีมาตรฐานหลายชนิดไว้บนผิวหนังบริเวณหลัง
ระยะเวลา: อ่านผลการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังหลังติดแผ่นแปะประมาณ 48 ชั่วโมง
ประโยชน์: ระบุสารก่อโรคเฉพาะตัวเพื่อวางแผนหลีกเลี่ยงในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
การป้องกันและการรักษา
การป้องกันคือหัวใจสำคัญที่สุดของโรคผิวหนังจากการทำงาน ควบคู่ไปกับการรักษาเมื่อเกิดอาการ:
การป้องกัน: เลือกใช้ถุงมือที่เหมาะกับลักษณะงาน ทาครีมป้องกันผิว (Protective cream) ก่อนทำงาน ล้างผิวให้สะอาด และลดการสัมผัสสารเคมีเท่าที่ทำได้
การรักษาเบื้องต้น: เริ่มจากหยุดการสัมผัสสารก่อโรค ใช้ครีมมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว และยาแก้คัน (antihistamine)
กรณีรุนแรง: แพทย์อาจพิจารณาใช้ครีมคอร์ติโคสเตียรอยด์หรือยาต้านการอักเสบ และในบางรายอาจต้องปรับเปลี่ยนหน้าที่การทำงาน
สิทธิในการเบิกค่าทดแทน
ผู้ประกอบอาชีพที่ป่วยเป็นโรคผิวหนังจากการทำงานมีสิทธิเบิกค่าทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน โดยต้องมีใบรับรองจากแพทย์ว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับการทำงาน ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและออกเอกสารประกอบการเบิกค่าทดแทน
คำถามที่พบบ่อย
โรคผิวหนังจากการทำงานหายขาดได้ไหม? หากวินิจฉัยและหยุดสัมผัสสารก่อโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อาการมักดีขึ้นและหายได้ แต่หากยังสัมผัสสารก่อโรคซ้ำ ๆ ผื่นจะกำเริบและกลายเป็นเรื้อรัง การรักษาแต่เนิ่นจึงช่วยป้องกันการแพ้ที่ยาวนานได้
Patch test เจ็บไหม และใช้เวลานานเท่าไร? Patch test ทำโดยติดแผ่นแปะสารเคมีบนผิวหนังบริเวณหลัง ไม่ต้องเจาะหรือฉีด จึงไม่เจ็บ แพทย์จะอ่านผลหลังติดแผ่นแปะประมาณ 48 ชั่วโมง เพื่อระบุสารก่อการแพ้เฉพาะตัว
ทาครีมป้องกันผิวและใส่ถุงมือช่วยได้จริงหรือ? ช่วยได้จริง การเลือกถุงมือให้เหมาะกับงานและทาครีมป้องกันผิว (Protective cream) ก่อนทำงานช่วยลดการสัมผัสสารก่อโรคและปกป้องเกราะผิว ควบคู่กับการล้างผิวให้สะอาดหลังทำงาน
เป็นโรคนี้แล้วต้องเปลี่ยนงานเลยไหม? ไม่จำเป็นเสมอไป ส่วนใหญ่ควบคุมได้ด้วยการป้องกันและรักษา แต่ในบางรายที่อาการรุนแรงหรือหลีกเลี่ยงสารก่อโรคไม่ได้ แพทย์อาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนหน้าที่การทำงานเพื่อไม่ให้ผื่นเรื้อรัง
หากคุณมีอาการผื่นที่สงสัยว่าเกิดจากการทำงาน การวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นช่วยป้องกันไม่ให้อาการเรื้อรัง สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น