top of page

โรคผิวหนังจากการทำงาน (Occupational Dermatitis): การป้องกันและการรักษา

  • 6 เม.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 7 เม.ย.

โรคผิวหนังจากการทำงาน (Occupational Dermatitis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสสารเคมีหรือสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน พบได้ 30-40% ของโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ เป็นปัญหาสำคัญทางสุขภาพอาชีวอนามัยที่ส่งผลกระทบต่อผลิตภาพการทำงานและคุณภาพชีวิต

โรคผิวหนังจากการทำงานคืออะไร

Occupational Dermatitis คือการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสซ้ำๆ กับสารก่อโรคหรือสารระคายเคืองในสภาพแวดล้อมการทำงาน โรคนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Irritant Contact Dermatitis (ประมาณ 80%) ซึ่งเกิดจากการสัมผัสสารเคมีที่กระตุ้นผิวหนัง และ Allergic Contact Dermatitis ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่อสารนั้นๆ

กลุ่มอาชีพที่เสี่ยงต่อโรคผิวหนังจากการทำงาน

บุคลากรทางการแพทย์ (แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่รักษาผู้ป่วย) มักสัมผัสน้ำ ผงปัดทำความสะอาด และตัวกลางทางเคมี ช่างทำผม สัมผัสสารเคมีจัดการผม ผงหรือสารทำให้ผมหลวม ลูกจ้างในห้องครัว/พ่อครัว สัมผัสน้ำ ผงล้างจาน และอาหาร ผู้ทำงานก่อสร้าง สัมผัสซีเมนต์ สารเคมี และฝุ่น เกษตรกร สัมผัสปุ๋ย สารเคมีฆ่าแมลง และดิน

สารก่อโรคในแต่ละอาชีพ

ในพื้นที่การแพทย์ สารก่อโรคหลักคือ Latex, เจลล้างมือ และผีวหนังที่เกิดจากการล้างมือบ่อยๆ สำหรับช่างทำผม ได้แก่ PPD (Para-phenylenediamine), Thioglycolic acid และสารเคมีจัดการผม บุคลากรสถานครัว สัมผัสสารกำจัดไขมัน น้ำมันและอาหารต่างๆ ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้แก่ Epoxy resins, Cement (Dichromate) และสารเคมีต่างๆ อุตสาหกรรมเกษตร สัมผัส Organophosphates และสารเคมีป้องกันพืช

อาการของโรคผิวหนังจากการทำงาน

อาการเริ่มต้นด้วยการปวดร้อนและคัน เมื่อรุนแรงขึ้นมีผื่นแดง บวม มีน้ำเหลว ผิวแห้งขึ้น เกิดรอยแตกลาย และอาจติดเชื้อแทรกซ้อนได้ อาการจะลดลงหลังจากหยุดการสัมผัสสารก่อโรค แต่หากได้รับการสัมผัสซ้ำๆ อาการจะกำเริบและเรื้อรังขึ้น

การวินิจฉัยและ Patch Test

การวินิจฉัยอาศัยประวัติการทำงาน สภาพแวดล้อมการทำงาน และลักษณะทางคลินิก Patch test เป็นการตรวจสอบการแพ้สารเคมีที่สำคัญ ทำโดยติดแผ่นแปะที่มีสารเคมีต่างๆ บนผิวหนัง แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลา 48 ชั่วโมง Patch test ช่วยระบุสารก่อโรคเฉพาะตัวเพื่อหลีกเลี่ยงในอนาคต

การป้องกันและรักษา

การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ใช้ถุงมือที่เหมาะสมกับการทำงาน ทาครีมป้องกันผิว (Protective cream) ก่อนทำงาน และล้างผิวให้สะอาด ลดการสัมผัสสารเคมีตามที่เป็นไปได้ การรักษาได้แก่ การหยุดการสัมผัสสารก่อโรค ใช้ครีมมอยุ๊สเจอร์ไรเซอร์ ยาแก้คัน หากรุนแรงอาจใช้ครีมคอร์ติโคสเตียรอยด์ หรือยาต้านการอักเสบ ในบางกรณีอาจต้องเปลี่ยนหน้าที่การทำงาน

สิทธิในการเบิกค่าทดแทน

ผู้ประกอบวิชาชีพที่เป็นโรคผิวหนังจากการทำงานมีสิทธิเบิกค่าทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน ต้องมีการรับรองจากแพทย์ว่าโรคเกี่ยวข้องกับการทำงาน โปรดติดต่อแพทย์เพื่อรับการประเมินและเอกสารสำหรับการเบิกค่าทดแทน

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากคุณมีอาการผิวหนังจากการทำงาน โปรดติดต่อแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัย Patch test และเข้ารับการรักษาทันที การรักษาแต่เนิ่นช่วยป้องกันการแพ้ที่ยาวนานและเรื้อรัง ที่ Siam Dermatology สมุทรปราการ-กรุงเทพฯ แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคผิวหนังจากการทำงาน และช่วยให้คุณกลับมายังสุขภาพผิวปกติ

อ้างอิง: (1) Roul S, et al. (2007). Occupational dermatosis in developing countries. Indian J Dermatol Venereol Leprol 73(5):307-311. (2) Diepgen TL, Nettis E (2010). Occupational contact dermatitis. Curr Opin Allergy Clin Immunol 10(2):121-126. (3) Cutuli D, et al. (2019). Health care worker dermatitis. J Occup Med Toxicol 14:8. (4) Sasseville D (2008). Occupational contact dermatitis. Dermatol Clin 26(1):69-79.

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
Mycosis Fungoides: มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ผิวหนังที่วินิจฉัยยากที่สุด

Mycosis Fungoides เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่พบที่ผิวหนังดำเนินช้า มักถูกวินิจฉัยช้า เช่นผื่นสะเก็ดหรือใช่ัภมาหลายปีกว่าจะให้ผื่นชัดเจนขึ้น

 
 
 
Lichen Planus โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิคุ้มกัน: อาการ สาเหตุ และการรักษา

Lichen Planus เป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดเรื้อรัง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีเซลล์เคอราติโนไซต์ชั้นผิวหนังตัวเอง สามารถเกิดได้ทั้งบนผิวหนัง เยื่อบุช่องปาก เล็บมือ และหนังศีรษะ อาการและลักษณะที่

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page