top of page

เล็บหลุด เกิดจากอะไร ดึงออกได้ไหม กี่เดือนงอกใหม่ แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีดูแลและสัญญาณอันตราย

6 ก.ย.
ยาว 5 นาที

อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา

ลักษณะเล็บหลุดลอกและผิวเล็บผิดปกติในเด็ก

เล็บหลุด (nail shedding) คือภาวะที่แผ่นเล็บแยกออกจากเนื้อเยื่อที่ยึดมันไว้จนหลุดออกมาทั้งแผ่นหรือบางส่วน ทางการแพทย์แบ่งตามตำแหน่งที่เริ่มแยกเป็นสองแบบ คือ เล็บหลุดจากโคน (onychomadesis) ซึ่งแผ่นเล็บขาดจากรากเล็บแล้วถูกเล็บใหม่ดันออกมาทั้งแผ่น กับ เล็บร่อนหรือหลุดจากปลาย (onycholysis) ซึ่งแผ่นเล็บลอยแยกจากพื้นเล็บตั้งแต่ปลายเล็บถอยเข้าหาโคน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด 5 อย่างคือ การกระแทกและเลือดคั่งใต้เล็บ · ไข้สูงหรือโรคมือเท้าปาก · เชื้อราที่เล็บ · สะเก็ดเงินที่เล็บ · และผลข้างเคียงจากยา

ข่าวดีคือเล็บส่วนใหญ่ งอกใหม่ได้ ตราบใดที่รากเล็บ (nail matrix) ใต้ผิวหนังโคนเล็บไม่ถูกทำลาย เล็บมือใช้เวลาประมาณ 4–6 เดือน เล็บเท้า 12–18 เดือน สิ่งที่ตัดสินว่าเล็บใหม่จะเรียบสวยหรือผิดรูปคือการดูแลใน 2 สัปดาห์แรกและการหาสาเหตุให้เจอ บทความนี้ตอบคำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดสามข้อ ดึงออกได้ไหม · กี่เดือนงอก · ทายาอะไร และบอกสัญญาณที่ไม่ควรรอดูอาการ

เล็บหลุดคืออะไร แบบไหนถึงเรียกว่าเล็บหลุด

เล็บที่แข็งแรงถูกยึดไว้สองจุด จุดแรกคือ รากเล็บ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังโคนเล็บ ทำหน้าที่เป็นโรงงานสร้างแผ่นเล็บและดันเล็บออกมาเรื่อย ๆ จุดที่สองคือ พื้นเล็บ ผิวหนังสีชมพูใต้แผ่นเล็บที่แผ่นเล็บเกาะแน่นตลอดความยาว เล็บจะหลุดเมื่อจุดใดจุดหนึ่งเสียหาย และคำถามสามข้อนี้ช่วยบอกได้ตั้งแต่ที่บ้านว่าเป็นแบบไหน

  • ช่องว่างเริ่มตรงไหน ถ้าเริ่มจากร่องขวางหรือเล็บกระดกที่ โคน แปลว่ารากเล็บเคยหยุดทำงาน ถ้าเริ่มจากสีขาวขุ่นที่ ปลาย แปลว่ามีอะไรแทรกระหว่างแผ่นเล็บกับพื้นเล็บ

  • เป็นนิ้วเดียวหรือหลายนิ้ว นิ้วเดียวมักเป็นเรื่องเฉพาะที่ เช่น กระแทก เชื้อรา หรืออักเสบรอบเล็บ หลายนิ้วพร้อมกันมักเป็นเรื่องทั้งตัว เช่น ไข้ ยา โรคมือเท้าปาก สะเก็ดเงิน หรือไทรอยด์

  • เมื่อ 1–2 เดือนก่อนมีอะไรเกิดขึ้น ไข้สูง ป่วยหนัก ผ่าตัด เริ่มยาใหม่ หรือลูกเป็นมือเท้าปาก คือคำตอบของเล็บหลุดจากโคนเกือบทุกราย

สองกลไกนี้ดูจากภายนอกคล้ายกัน แต่เล่าเรื่องคนละเรื่องและรักษาต่างกัน จึงขอแยกอธิบายทีละแบบ

เล็บหลุดจากโคน (Onychomadesis) รากเล็บหยุดสร้างชั่วคราว

ลักษณะ เริ่มจากร่องขวางลึกที่โคนเล็บ (ร่องโบ Beau's line) หรือเล็บส่วนโคนกระดกลอยขึ้นเป็นสันสีขาว ใต้ร่องมักเห็นเล็บใหม่บาง ๆ งอกตามมาแล้ว แผ่นเล็บเก่าจะค่อย ๆ ถูกดันไปข้างหน้าจนหลุดทั้งแผ่นภายในไม่กี่สัปดาห์ มักเป็น หลายนิ้วพร้อมกัน ทั้งมือและเท้า ไม่เจ็บหรือเจ็บน้อย ไม่มีเลือด และร่องอยู่ห่างจากโคนเล็บเท่า ๆ กันทุกนิ้ว

สาเหตุ รากเล็บหยุดสร้างเล็บชั่วคราวจากเหตุการณ์ที่กระทบทั้งร่างกาย ได้แก่ ไข้สูง โรคมือเท้าปาก (พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก) การเจ็บป่วยรุนแรงหรือผ่าตัดใหญ่ ยาเคมีบำบัด ยาเรตินอยด์ ยากันชักบางชนิด โรคคาวาซากิ และการแพ้ยารุนแรงชนิดสตีเวนส์-จอห์นสัน ส่วนน้อยเกิดเฉพาะนิ้วเดียวจากการกระแทกที่โคนเล็บอย่างแรงหรือการอักเสบรอบเล็บที่ลามถึงรากเล็บ

ความเร่งด่วน ต่ำ ถ้าสาเหตุคือไข้หรือโรคมือเท้าปากที่หายไปแล้ว เล็บใหม่จะงอกตามมาเองและไม่ต้องรักษาเพิ่ม

เมื่อไรต้องพบแพทย์ หลุดจากโคนโดยไม่มีไข้หรือการเจ็บป่วยนำมาก่อนใน 1–3 เดือน เกิดซ้ำหลายรอบ มีอาการอื่นร่วม เช่น น้ำหนักลด ผมร่วงมาก ผื่นตามตัว หรือกำลังได้ยาตัวใหม่ที่สงสัยว่าเป็นต้นเหตุ

เล็บร่อน เล็บหลุดจากปลาย (Onycholysis) แผ่นเล็บลอยจากพื้นเล็บ

ลักษณะ ปลายเล็บหรือขอบข้างเล็บเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นหรือเหลืองเพราะมีอากาศแทรกระหว่างแผ่นเล็บกับพื้นเล็บ ขอบของส่วนที่ลอยเป็นเส้นโค้งไม่เรียบ ค่อย ๆ ถอยเข้าหาโคนเป็นสัปดาห์ถึงเดือน ส่วนที่ลอยกดแล้วไม่เจ็บแต่สะสมสิ่งสกปรกได้ง่าย พบที่นิ้วเดียวหรือหลายนิ้วก็ได้ ถ้ามีแบคทีเรียซูโดโมแนสเข้าไปอาศัยใต้เล็บจะเห็นเป็นสีเขียว

สาเหตุ แรงกระทำซ้ำ ๆ ที่ปลายเล็บ (เล็บยาวเกาะขอบโต๊ะ พิมพ์งาน แคะใต้เล็บด้วยของแหลม ทำเล็บเจลหรืออะคริลิก) ความชื้นและสารเคมี (ล้างจาน น้ำยาทำความสะอาด) เชื้อราที่เล็บ สะเก็ดเงิน ไทรอยด์เป็นพิษ การขาดธาตุเหล็ก และยาที่ทำให้เล็บไวต่อแสง (photo-onycholysis) เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลิน

ความเร่งด่วน ต่ำถึงปานกลาง ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน แต่ยิ่งปล่อยนาน พื้นเล็บใต้ส่วนที่ลอยจะค่อย ๆ กลายเป็นผิวหนังธรรมดาที่เล็บไม่กลับมาเกาะอีก

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ลอยกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่เลี่ยงแรงกระทำและความชื้นแล้ว 6–8 สัปดาห์ · เล็บหนา ผิดสี มีขุยเหลืองสะสมใต้เล็บ (สงสัยเชื้อรา) · มีหลุมเล็ก ๆ บนเล็บหรือมีผื่นสะเก็ดเงิน · ใจสั่น มือสั่น น้ำหนักลด (สงสัยไทรอยด์) · เล็บลอยหลายนิ้วหลังเริ่มยาใหม่

เล็บหลุดจากการกระแทกและเลือดคั่งใต้เล็บ

เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของเล็บหลุดนิ้วเดียวในคนทั่วไป ทั้งจากประตูหนีบ ของหนักหล่นใส่ เตะขอบโต๊ะ และแรงกระแทกซ้ำ ๆ จากรองเท้าที่คับตอนวิ่งลงเขาหรือเดินไกล ที่นักวิ่งเรียกกันว่า runner's toe

กลไก แรงกระแทกทำให้เส้นเลือดใต้เล็บฉีก เลือดคั่งระหว่างแผ่นเล็บกับพื้นเล็บ เห็นเป็นสีแดงคล้ำ กลายเป็นเล็บม่วง แล้วดำภายใน 1–2 วัน เลือดที่คั่งดันแผ่นเล็บให้ลอยจากพื้นเล็บ ถ้ากินพื้นที่มาก เล็บมักลอยทั้งแผ่นและหลุดออกในเวลาหลายสัปดาห์ถึง 2–3 เดือน โดยมีเล็บใหม่งอกตามมาข้างใต้

สิ่งที่ควรทำใน 48 ชั่วโมงแรก

  1. ประคบเย็นทันที ครั้งละ 15–20 นาที และยกมือหรือเท้าสูง เพื่อลดเลือดออกใต้เล็บ

  2. เลือดคั่งเกินประมาณ 1 ใน 4 ของเล็บ หรือปวดตุบมาก ให้พบแพทย์ภายใน 24–48 ชั่วโมง แพทย์จะเจาะรูเล็กที่แผ่นเล็บให้เลือดระบายออก (trephination) ซึ่งลดปวดทันทีและลดโอกาสที่เล็บจะหลุด ทำได้ผลดีเฉพาะช่วงที่เลือดยังไม่แข็งตัว

  3. ห้ามเจาะเอง ด้วยเข็มหรือคลิปลนไฟ เพราะกะความลึกไม่ได้และเสี่ยงติดเชื้อ

  4. กระแทกแรง ปลายนิ้วผิดรูป หรือปวดมากผิดปกติ ควรเอกซเรย์ เพราะพบกระดูกปลายนิ้วร้าวร่วมด้วยได้บ่อย และแผลเปิดที่มีกระดูกร้าวต้องได้ยาปฏิชีวนะ

สังเกตต่อไป จุดเลือดคั่งต้อง เคลื่อนออกไปทางปลายเล็บพร้อมกับเล็บที่งอก และมีขอบชัด ถ้ารอยดำอยู่ที่เดิม กว้างขึ้น หรือลามเข้าผิวหนังรอบเล็บทั้งที่ไม่มีประวัติกระแทก ต้องตรวจแยกจากมะเร็งผิวหนังใต้เล็บ อ่านวิธีแยกโดยละเอียดที่ เล็บดำ เกิดจากอะไร อันตรายไหม ส่วนอาการเจ็บเล็บเท้าจากรองเท้าที่ยังไม่ถึงขั้นเลือดคั่ง อ่านที่ เจ็บเล็บเท้า แต่ไม่ใช่เล็บขบ

เล็บหลุดหลังไข้สูงหรือหลังเป็นมือเท้าปาก

พ่อแม่จำนวนมากตกใจเมื่อลูกเล็บหลุดทีละหลายนิ้วทั้งที่ลูกแข็งแรงดี ถ้าย้อนดูจะพบว่าเมื่อ 3–8 สัปดาห์ก่อน ลูกเพิ่งเป็นโรคมือเท้าปาก (HFMD) ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของเล็บหลุดจากโคนในเด็ก โดยเฉพาะเชื้อค็อกแซกกีสายพันธุ์ A6 ที่ทำให้เล็บหลุดได้บ่อยกว่าสายพันธุ์อื่น และเกิดในผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อได้เช่นกัน

เกิดอะไรขึ้น ไวรัสและไข้ทำให้รากเล็บหยุดสร้างเล็บชั่วคราว พอหายป่วยรากเล็บกลับมาทำงาน เล็บใหม่ที่งอกออกมาจึงดันเล็บเก่าที่ขาดตอนออกไป จึงเห็นร่องขวางที่โคนเล็บก่อน แล้วเล็บเก่าจึงหลุด มักเป็น 2–10 นิ้ว ทั้งมือและเท้า ไม่เจ็บ ไม่มีเลือด

สิ่งที่ต้องทำ แทบไม่ต้องทำอะไร ตัดขอบเล็บเก่าที่ห้อยให้สั้นเพื่อไม่ให้เกี่ยวเสื้อผ้า ใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าหุ้มส้นในเด็กที่วิ่งเล่น เล็บใหม่ในเด็กงอกเร็ว ส่วนใหญ่กลับมาปกติภายใน 1–4 เดือนและไม่มีผลระยะยาว การดูแลลูกในช่วงที่ยังป่วยอ่านได้ที่ โรคมือเท้าปาก อาการ สาเหตุ และการดูแลลูก

ไข้สูงจากสาเหตุอื่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ หรือการผ่าตัดใหญ่ ทำให้เกิดร่องโบหรือเล็บหลุดจากโคนได้ด้วยกลไกเดียวกัน ระยะห่างของร่องจากโคนเล็บบอกได้คร่าว ๆ ว่าเหตุการณ์เกิดเมื่อไร เล็บมืองอกประมาณ 3 มม. ต่อเดือน ร่องที่อยู่ห่างโคนเล็บ 6 มม. จึงตรงกับเหตุการณ์เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน

เชื้อราที่เล็บ ทำให้เล็บหลุดได้อย่างไร

เชื้อราที่เล็บ เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของเล็บร่อนที่ เล็บเท้า โดยเฉพาะนิ้วโป้ง เชื้อราเข้าทางปลายเล็บหรือขอบข้าง ย่อยเคราตินและสะสมขุยหนาสีเหลืองใต้เล็บ ขุยนี้แทรกระหว่างแผ่นเล็บกับพื้นเล็บ ดันให้เล็บลอย หนา เปราะ และหลุดเป็นชิ้น ๆ ในที่สุด

จุดสังเกตที่ต่างจากเล็บหลุดจากการกระแทก

  • เป็นทีละน้อยนานหลายเดือน ไม่มีเหตุการณ์กระแทกที่จำได้

  • เล็บหนาขึ้น สีเหลืองน้ำตาลขุ่น ผิวขรุขระ มีขุยร่วนใต้เล็บ

  • มักมีเชื้อราที่ผิวหนังฝ่าเท้าหรือซอกนิ้ว (น้ำกัดเท้า) ร่วมด้วย

  • ลามจากนิ้วหนึ่งไปอีกนิ้วหนึ่งได้ และมักเป็นในคนที่เท้าอับชื้นหรือมีเบาหวาน

การรักษา ต้องยืนยันเชื้อก่อนด้วยการขูดขุยใต้เล็บส่องกล้องหรือเพาะเชื้อ เพราะเล็บที่หนาเหลืองประมาณครึ่งหนึ่งไม่ได้เกิดจากเชื้อรา (เล็บเหลืองมีสาเหตุอื่นอีกหลายอย่าง อ่านที่ เล็บเหลือง เกิดจากอะไร) เมื่อยืนยันแล้ว รายที่เป็นน้อยและไม่ถึงโคนเล็บใช้ยาต้านเชื้อราชนิดน้ำยาทาเล็บต่อเนื่องนานหลายเดือน รายที่เป็นมากหรือถึงรากเล็บใช้ยากินตามที่แพทย์กำหนด โดยทั่วไปประมาณ 6 สัปดาห์สำหรับเล็บมือและ 12 สัปดาห์สำหรับเล็บเท้า ส่วนที่หลุดไปแล้วจะไม่กลับมา ต้องรอเล็บใหม่ที่ปลอดเชื้องอกออกมาแทนซึ่งใช้เวลาเท่ากับรอบการงอกของนิ้วนั้น

สะเก็ดเงินที่เล็บ เล็บลอยที่มีขอบสีแดงส้ม

ผู้ป่วยสะเก็ดเงินประมาณครึ่งหนึ่งมีอาการที่เล็บ และบางรายมีที่เล็บก่อนมีผื่นที่ผิวหนังเสียอีก สะเก็ดเงินที่เล็บ ทำให้เล็บลอยได้เพราะการอักเสบที่พื้นเล็บสร้างชั้นขุยหนาดันแผ่นเล็บขึ้น ลักษณะจึงคล้ายเชื้อรามากจนแพทย์เองยังต้องขูดตรวจแยก

สัญญาณที่บอกว่าเป็นสะเก็ดเงิน ไม่ใช่เชื้อรา

  • หลุมเล็ก ๆ กระจายบนผิวเล็บเหมือนถูกปลายเข็มจิ้ม

  • จุดสีส้มน้ำตาลใต้เล็บ คล้ายหยดน้ำมัน (oil-drop sign) และ ขอบสีแดงส้ม ตรงรอยต่อของส่วนที่ลอย

  • เส้นสีน้ำตาลแดงเล็ก ๆ ตามยาวใต้เล็บจากเส้นเลือดฝอยแตก

  • มีผื่นหนาสีแดงมีสะเก็ดสีเงินที่ศอก เข่า หนังศีรษะ หรือมีข้อบวม ปวดข้อ ปวดหลังตอนเช้า

สะเก็ดเงินที่เล็บสัมพันธ์กับข้ออักเสบสะเก็ดเงิน แพทย์จึงมักถามเรื่องข้อร่วมด้วยเสมอ การรักษาใช้ยาทาความแรงสูงตามแพทย์กำหนด ฉีดยาเข้าที่โคนเล็บ หรือยากินและยาชีวภาพในรายที่เป็นมาก ร่วมกับตัดเล็บสั้นและเลี่ยงแรงกระทำ เพราะการกระแทกกระตุ้นให้สะเก็ดเงินขึ้นที่เล็บนั้นได้

ยา เคมีบำบัด และเรตินอยด์ ทำให้เล็บหลุด

เล็บลอยหรือหลุดหลายนิ้วพร้อมกันหลังเริ่มยาใหม่ 1–3 เดือน ให้สงสัยยาก่อนเสมอ กลุ่มที่พบบ่อย

  • ยาเคมีบำบัด โดยเฉพาะกลุ่มแท็กเซนที่ใช้ในมะเร็งเต้านมและปอด ทำให้เล็บลอย เลือดออกใต้เล็บ มีหนองใต้เล็บ และหลุดได้หลายนิ้ว รวมทั้งเกิดร่องขวางหลายเส้นตามจำนวนรอบที่ให้ยา การสวมถุงมือและถุงเท้าเย็นระหว่างให้ยาช่วยลดความรุนแรงได้ในบางราย

  • ยาเรตินอยด์ชนิดกิน ที่ใช้รักษาสิวรุนแรงและสะเก็ดเงิน ทำให้เล็บบาง เปราะ ลอย และเกิดการอักเสบรอบเล็บ ส่วนใหญ่ดีขึ้นหลังหยุดยา

  • ยาที่ทำให้ไวต่อแสง เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลินและยาโซราเลน ทำให้เล็บลอยหลังตากแดดจัด (photo-onycholysis) มักมีอาการเจ็บเล็บนำมาก่อน และเกิดตามหลังการโดนแดดประมาณ 2–3 สัปดาห์

  • ยากันชักบางชนิด ยาปฏิชีวนะบางชนิด และยาในกลุ่มอื่น เกิดได้แต่พบน้อยกว่า

ข้อควรรู้ ห้ามหยุดยาเองโดยเฉพาะยารักษามะเร็ง ให้แจ้งแพทย์ผู้สั่งยา ส่วนใหญ่จัดการได้ด้วยการดูแลเล็บ ป้องกันแสงแดด และรักษาเฉพาะที่ เล็บจะกลับมาเป็นปกติในรอบการงอกถัดไปหลังครบคอร์สยา

โรคไทรอยด์และการขาดสารอาหาร

เล็บเป็นอวัยวะที่สร้างใหม่ตลอดเวลา จึงสะท้อนภาวะทั้งตัวได้ไวกว่าที่คิด

  • ไทรอยด์เป็นพิษ เล็บงอกเร็ว นิ่ม และลอยจากปลายโดยเฉพาะนิ้วนาง (Plummer's nail) มักมีใจสั่น มือสั่น น้ำหนักลด ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก

  • ไทรอยด์ต่ำ เล็บงอกช้า เปราะ แตกเป็นชั้น มีร่องตามยาว ร่วมกับผิวแห้ง ผมร่วง อ่อนเพลีย หนาวง่าย

  • ขาดธาตุเหล็ก เล็บบาง เปราะ เว้าเป็นช้อน (koilonychia) และลอยจากปลายได้ มักมีอ่อนเพลีย ซีด ประจำเดือนมาก

  • ขาดโปรตีน สังกะสี หรือลดน้ำหนักเร็วมาก รากเล็บหยุดสร้างชั่วคราวเหมือนตอนไข้สูง ทำให้เกิดร่องขวางหรือเล็บหลุดจากโคนหลายนิ้ว

ถ้าเล็บหลุดหรือลอยหลายนิ้วโดยหาสาเหตุเฉพาะที่ไม่เจอ แพทย์อาจส่งตรวจเลือดดูการทำงานของไทรอยด์และระดับธาตุเหล็ก ส่วนอาหารเสริมบำรุงเล็บโดยทั่วไปยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยในคนที่ไม่ได้ขาดสารอาหารจริง

เล็บม่วง เล็บเขียว เล็บดำ บอกอะไร

สีของเล็บที่กำลังจะหลุดบอกสาเหตุได้มาก และแยกเรื่องเล็ก ๆ ออกจากเรื่องที่ต้องรีบได้ตั้งแต่แรกเห็น

  • เล็บม่วงหรือแดงคล้ำนิ้วเดียว หลังกระแทก = เลือดคั่งใต้เล็บ สีจะเปลี่ยนจากแดง เป็นม่วง แล้วน้ำตาลดำภายในไม่กี่วัน จากนั้นเคลื่อนออกไปพร้อมเล็บที่งอก

  • เล็บม่วงหรือน้ำเงินคล้ำทุกนิ้วพร้อมกัน โดยเฉพาะถ้าริมฝีปากคล้ำด้วยและหอบเหนื่อย = ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ (cyanosis) ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่เรื่องเล็บ

  • ปลายนิ้วขาวซีด แล้วม่วง แล้วแดง เมื่อโดนความเย็นหรือเครียด = ภาวะเรย์โนด์ ควรตรวจหาโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันร่วมถ้าเป็นบ่อยหรือมีแผลที่ปลายนิ้ว

  • เล็บเขียวหรือเขียวอมดำใต้เล็บที่ลอย = แบคทีเรียซูโดโมแนส (green nail syndrome) ซึ่งชอบความชื้นที่ค้างใต้เล็บลอย พบในคนที่มือเปียกบ่อยหรือต่อเล็บ สีเขียวมาจากสารสีที่เชื้อสร้าง ไม่ใช่เชื้อรา

  • เล็บดำหรือน้ำตาลเป็นแถบตามยาวจากโคนถึงปลาย ที่ไม่เคลื่อนที่ ไม่มีประวัติกระแทก โดยเฉพาะนิ้วเดียว กว้างขึ้น หรือสีลามเข้าผิวหนังรอบเล็บ = ต้องตรวจแยกมะเร็งผิวหนังใต้เล็บ อ่านที่ เล็บดำ

ถ้าเป็นเล็บเขียว สิ่งที่ได้ผลคือทำให้ใต้เล็บแห้ง ตัดส่วนที่ลอยออกให้หมด งดแช่น้ำ สวมถุงมือ และแพทย์อาจให้แช่น้ำส้มสายชูเจือจางหรือใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ ส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์เมื่อใต้เล็บแห้งจริง ๆ

เล็บหลุดครึ่งเดียว ห้อยอยู่ ดึงออกได้ไหม โปรโตคอลเล็บห้อย

นี่คือคำถามที่ถูกถามมากที่สุด คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ดึง เล็บที่ยังติดอยู่แม้เพียงบางส่วนกำลังทำหน้าที่เป็นผ้าปิดแผลธรรมชาติและเฝือกดามพื้นเล็บ การกระชากออกทำให้พื้นเล็บฉีก เจ็บมาก เลือดออก และเสี่ยงให้เล็บใหม่งอกผิดรูป

ทำตามลำดับนี้

  1. ล้าง ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ ซับให้แห้ง ห้ามราดแอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ลงบนพื้นเล็บ

  2. ตัดเฉพาะส่วนที่หลุดแล้วจริง ๆ ด้วยกรรไกรตัดเล็บที่สะอาด ตัดขอบเล็บที่ห้อยและเกี่ยวสิ่งของออก ให้เหลือทุกส่วนที่ยังยึดกับผิวหนังไว้

  3. เก็บส่วนที่ยังติดไว้ วางแผ่นเล็บลงบนพื้นเล็บตามตำแหน่งเดิม ทาปิโตรเลียมเจลลี่หรือยาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้งบาง ๆ ปิดด้วยผ้าปิดแผลชนิดไม่ติดแผล แล้วพันเทปยึดให้แผ่นเล็บไม่ขยับ

  4. เปลี่ยนผ้าปิดแผลวันละครั้ง หรือเมื่อเปียก ทำต่อเนื่อง 7–10 วัน จนพื้นเล็บแห้งและไม่เจ็บเมื่อสัมผัส

  5. ไม่แช่น้ำนาน ทั้งล้างจาน ว่ายน้ำ และแช่อ่าง เพราะน้ำทำให้แผลเปื่อยและติดเชื้อง่าย อาบน้ำได้ตามปกติแล้วซับแห้ง

  6. ใส่รองเท้าเปิดหน้าหรือรองเท้าหลวม ถ้าเป็นเล็บเท้า และงดวิ่งจนกว่าจะไม่เจ็บ

  7. ตรวจวัคซีนบาดทะยัก ถ้าแผลเปิดและเข็มล่าสุดเกิน 10 ปี หรือเกิน 5 ปีในแผลสกปรก

เมื่อไรที่ควรให้แพทย์เป็นคนถอด เล็บหลุดเกินครึ่งและส่วนที่เหลือติดแค่ที่โคน · แผ่นเล็บแตกเป็นสองซีกลึกถึงพื้นเล็บ · เห็นพื้นเล็บฉีกขาดหรือเลือดออกไม่หยุด · เลือดคั่งใหญ่กว่าครึ่งเล็บ · ปลายนิ้วผิดรูป · หรือมีเบาหวาน หลอดเลือดส่วนปลายตีบ ภูมิคุ้มกันต่ำ แพทย์จะฉีดยาชาที่โคนนิ้ว ถอดเล็บอย่างระมัดระวัง เย็บซ่อมพื้นเล็บถ้าฉีก และมักวางแผ่นเล็บเดิมหรือวัสดุกลับเข้าไปใต้ผิวหนังโคนเล็บ เพื่อกันไม่ให้ผิวหนังส่วนนั้นสมานติดกับพื้นเล็บ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของเล็บใหม่ผิดรูป

ดูแลแผลใต้เล็บหลังเล็บหลุด วันต่อวัน

พื้นเล็บที่เพิ่งเปิดโล่งไวต่อความรู้สึกมากเพราะปลายประสาทหนาแน่น แต่ผิวส่วนนี้จะแข็งและด้านขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์

  • วันที่ 1–3 เจ็บและแสบมากที่สุด ล้างด้วยน้ำสะอาดวันละ 1–2 ครั้ง ทาปิโตรเลียมเจลลี่ ปิดผ้าปิดแผลไม่ติดแผล ยกสูง กินยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ตามฉลาก

  • วันที่ 4–10 เจ็บลดลงชัดเจน พื้นเล็บเปลี่ยนจากแดงเป็นชมพูและเริ่มด้าน ยังคงปิดแผลเมื่อออกนอกบ้าน เริ่มเปิดโล่งได้ในบ้าน

  • สัปดาห์ที่ 2–4 พื้นเล็บด้านและแทบไม่เจ็บ ทาครีมบำรุงให้ผิวไม่แห้งแตก ระวังแรงกระแทกเพราะยังไม่มีเล็บป้องกัน

  • เดือนที่ 1–2 เห็นเล็บใหม่โผล่จากโคน สีอาจขาวขุ่นและผิวไม่เรียบ เป็นเรื่องปกติของเล็บชุดแรก

สิ่งที่ห้ามทำ แช่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือแอลกอฮอล์ซ้ำ ๆ เพราะทำลายเซลล์ที่กำลังซ่อม · ติดเล็บปลอมหรือทาสีเล็บบนพื้นเล็บที่ยังไม่มีเล็บ · แกะสะเก็ดหรือดึงหนังที่โคนเล็บ · ใช้ผ้าปิดแผลชนิดติดแน่นที่ดึงออกแล้วเจ็บ

สัญญาณติดเชื้อและเปื่อยรอบเล็บอักเสบ (Paronychia)

แผลที่พื้นเล็บและซอกเล็บเป็นทางเข้าของแบคทีเรีย ส่วนใหญ่ไม่ติดเชื้อถ้าดูแลตามข้างต้น แต่ให้พบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อพบข้อใดข้อหนึ่ง

  • แดง บวม ร้อน ลามเกินขอบเล็บเข้าไปในนิ้ว หรือมีเส้นแดงลามขึ้นไปตามแขนหรือขา

  • ปวดตุบ ๆ ตามจังหวะชีพจร ที่แย่ลงหลังวันที่ 2–3 แทนที่จะดีขึ้น

  • มีหนอง มีกลิ่น หรือของเหลวสีเหลืองขุ่นซึมออกจากใต้เล็บหรือซอกเล็บ

  • มีไข้ หรือคลำได้ต่อมน้ำเหลืองโตกดเจ็บที่ข้อศอก รักแร้ หรือขาหนีบ

  • เป็นเบาหวาน มีโรคหลอดเลือด ได้ยากดภูมิ หรือแผลไม่ดีขึ้นเลยใน 7 วัน

การอักเสบของผิวหนังรอบเล็บที่บวมแดงและมีหนองสะสมเรียกว่า เปื่อยรอบเล็บอักเสบ (paronychia) แพทย์อาจต้องกรีดระบายหนองและให้ยาปฏิชีวนะ ที่สำคัญคือการติดเชื้อที่ลามถึงรากเล็บทำให้เล็บใหม่งอกผิดรูปถาวรได้ จึงไม่ควรรอ

เล็บหลุดแล้วกี่เดือนงอกใหม่ ตารางเวลาแยกเล็บมือ เล็บเท้า

เล็บงอกจากรากเล็บที่โคนเสมอ ไม่ได้งอกจากพื้นเล็บ ฉะนั้นเล็บที่หลุดไปแล้วจะไม่กลับมาติด แต่จะมีเล็บใหม่งอกออกมาแทนทั้งแผ่น

  • เล็บมือ งอกประมาณ 3 มม. ต่อเดือน (ราว 0.1 มม. ต่อวัน) เล็บใหม่โผล่จากโคนภายใน 4–8 สัปดาห์ และยาวเต็มแผ่นใน 4–6 เดือน นิ้วกลางงอกเร็วกว่านิ้วก้อย มือข้างถนัดงอกเร็วกว่าเล็กน้อย

  • เล็บเท้า งอกช้ากว่ามาก ประมาณ 1–1.5 มม. ต่อเดือน เล็บนิ้วโป้งเท้าใช้เวลา 12–18 เดือน จึงยาวเต็มแผ่น นิ้วเล็ก ๆ อาจเร็วกว่าเล็กน้อย

  • เด็กและวัยรุ่น งอกเร็วกว่าผู้สูงอายุ และเล็บสั้นกว่า จึงครบแผ่นเร็วกว่า เล็บมือหลังโรคมือเท้าปากมักปกติใน 1–4 เดือน

  • งอกช้าลงเมื่อ อายุมาก อากาศเย็น เจ็บป่วยเรื้อรัง โลหิตจาง ไทรอยด์ต่ำ เลือดไปเลี้ยงปลายนิ้วน้อย (เบาหวาน หลอดเลือดตีบ) และระหว่างได้เคมีบำบัด

ระยะที่เล็บใหม่ยังบางและอ่อน 2–3 เดือนแรก เล็บใหม่ยังบาง ผิวขรุขระ และเปราะกว่าปกติ ควรตัดสั้น ทาปิโตรเลียมเจลลี่หรือครีมบำรุงที่โคนเล็บ และเลี่ยงการทำเล็บที่ต้องขัดหรือแช่สารเคมี

เมื่อไรถือว่านานผิดปกติ เล็บมือไม่มีเล็บใหม่โผล่ที่โคนเลยหลัง 3 เดือน หรือเล็บเท้าไม่โผล่หลัง 6 เดือน ควรพบแพทย์ประเมินรากเล็บ

เล็บงอกใหม่ผิดรูป หมายความว่าอะไร

เล็บใหม่ชุดแรกหลังหลุดมักไม่สมบูรณ์ สิ่งที่ปกติและจะดีขึ้นเอง คือเล็บบาง มีร่องตามขวางหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย สีขาวขุ่น และหนากว่าเดิมเล็กน้อย รอบการงอกที่สองมักกลับมาเรียบ ถ้าอยากรู้ว่าคลื่นแบบไหนปกติแบบไหนไม่ปกติ อ่านที่ เล็บเป็นคลื่น เกิดจากอะไร

สิ่งที่บอกว่ารากเล็บหรือพื้นเล็บมีแผลเป็น และควรพบแพทย์ผิวหนัง

  • เล็บแยกเป็นร่องตามยาวถาวร หรือแตกเป็นสองซีกทุกรอบที่งอก (split nail) = รอยแผลเป็นที่รากเล็บตำแหน่งเดียว

  • ผิวหนังโคนเล็บงอกยื่นติดกับพื้นเล็บ (pterygium) เล็บงอกออกมาไม่ได้ในบริเวณนั้น

  • เล็บใหม่ไม่ยอมเกาะพื้นเล็บ ลอยตลอดแม้งอกยาว = พื้นเล็บกลายเป็นแผลเป็น หรือมีโรคที่ยังไม่ได้รักษา

  • เล็บงอกออกมาเป็นเสี้ยนแหลม หรือไม่งอกเลย หลังจากรอครบเวลาที่ควรงอก = รากเล็บถูกทำลายบางส่วนหรือทั้งหมด

  • เล็บใหม่หนามาก งุ้ม ผิดสี อาจเป็นเชื้อราที่ยังไม่หาย หรือเล็บงุ้ม (onychogryphosis) จากพื้นเล็บที่เสียหาย

  • มีแถบสีดำหรือน้ำตาลตามยาวบนเล็บใหม่ ต้องตรวจแยกจากมะเร็งผิวหนังใต้เล็บ

แผลเป็นที่รากเล็บส่วนใหญ่แก้ยาก การป้องกันคือดูแลตอนหลุดให้ถูก ไม่กระชาก ให้แพทย์ซ่อมพื้นเล็บที่ฉีก และรักษาการติดเชื้อให้เร็ว ซึ่งได้ผลกว่าการแก้ทีหลังมาก

ป้องกันเล็บหลุดซ้ำ

  • รองเท้า ปลายรองเท้าเหลือที่ว่างหน้านิ้วโป้งประมาณ 1 ซม. หรือเท่าความกว้างนิ้วโป้งมือ ผูกเชือกให้กระชับที่ข้อเท้าเพื่อกันเท้าไถลไปข้างหน้าตอนลงเขาหรือเบรก นักวิ่งระยะไกลมักต้องใช้รองเท้าใหญ่กว่ารองเท้าปกติครึ่งถึงหนึ่งเบอร์

  • ตัดเล็บเท้าตรง ไม่สั้นจนเกินไป และตัดก่อนวิ่งระยะไกลหรือเดินป่า เล็บที่ยาวเกินขอบนิ้วจะโดนรองเท้ากระแทกซ้ำทุกก้าว

  • ถุงเท้า ไม่หนาหรือบางเกินไป แห้งอยู่เสมอ เปลี่ยนทันทีเมื่อเปียก

  • มือ สวมถุงมือยางที่มีซับในผ้าฝ้ายเมื่อทำงานเปียกหรือสัมผัสน้ำยา เล็บที่ลอยควรตัดสั้นชิดไปตลอดจนกว่าจะเกาะกลับ

  • การทำเล็บ งดตัดหนังกำพร้าโคนเล็บซึ่งเป็นซีลกันเชื้อของรากเล็บ งดแคะใต้เล็บด้วยของแหลม ถอดเจลหรืออะคริลิกด้วยการแช่ละลายตามวิธี ไม่แกะไม่ขูด และพักเล็บระหว่างรอบ

  • ควบคุมโรคที่เป็นต้นเหตุ เชื้อรา สะเก็ดเงิน ไทรอยด์ เบาหวาน เล็บจะกลับมาเกาะและแข็งแรงต่อเมื่อโรคสงบ

  • ช่วงมือเท้าปากระบาด ล้างมือบ่อย ไม่ใช้แก้วและช้อนร่วมกัน เล็บหลุดหลังโรคป้องกันไม่ได้แต่ไม่อันตรายและหายเอง

เมื่อไรควรพบแพทย์ผิวหนัง

พบแพทย์ ภายใน 24–48 ชั่วโมง

  • กระแทกแรงจนเลือดคั่งเกิน 1 ใน 4 ของเล็บ ปวดตุบมาก หรือปลายนิ้วผิดรูป

  • เล็บหลุดเกินครึ่งและพื้นเล็บฉีกขาด หรือเลือดออกไม่หยุด

  • มีสัญญาณติดเชื้อ หนอง ไข้ เส้นแดงลาม

  • เป็นเบาหวาน หลอดเลือดส่วนปลายตีบ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

พบแพทย์ ตามนัดปกติภายใน 1–2 สัปดาห์

  • เล็บลอยหรือหลุดหลายนิ้วโดยไม่มีประวัติกระแทก ไข้ หรือมือเท้าปาก

  • เล็บหนา เหลือง มีขุยใต้เล็บ สงสัยเชื้อรา ยิ่งรักษาเร็วเล็บยิ่งเสียหายน้อย

  • มีหลุมบนเล็บ ผื่นสะเก็ดเงิน หรือปวดข้อ

  • เล็บลอยไม่ดีขึ้นใน 6–8 สัปดาห์ทั้งที่เลี่ยงสาเหตุแล้ว

  • แถบสีดำน้ำตาลตามยาวที่ไม่เคลื่อนที่ หรือสีลามเข้าผิวหนังรอบเล็บ

  • เล็บใหม่งอกผิดรูปหลังรอครบเวลา หรือไม่งอกเลย

แพทย์ผิวหนังจะดูเล็บด้วยกล้องขยายผิวหนัง ขูดตรวจเชื้อรา และตรวจเลือดเมื่อจำเป็น เพื่อให้รู้ว่าเป็นแบบไหนใน 5 สาเหตุหลัก เพราะการรักษาต่างกันมาก ตั้งแต่ไม่ต้องทำอะไรเลยไปจนถึงยากินหลายเดือน โรคเล็บและโรคผิวหนังอื่น ๆ อ่านเพิ่มได้ที่ รวมบทความโรคผิวหนัง

สรุปสั้น ๆ

  • เล็บหลุดมี 2 กลไก หลุดจากโคน (รากเล็บหยุดสร้างชั่วคราว มักหลายนิ้ว หลังไข้ มือเท้าปาก หรือยา) กับหลุดจากปลาย (มีอะไรแทรกใต้เล็บ เช่น เลือดคั่ง เชื้อรา สะเก็ดเงิน)

  • ห้ามดึง ตัดเฉพาะส่วนที่หลุดแล้ว เก็บส่วนที่ติด ทาปิโตรเลียมเจลลี่ ปิดแผลไม่ติดแผล เปลี่ยนทุกวัน 7–10 วัน ไม่แช่น้ำ

  • เลือดคั่งเกิน 1 ใน 4 ของเล็บและปวดมาก ให้แพทย์เจาะระบายภายใน 48 ชั่วโมง ห้ามเจาะเอง

  • กี่เดือนงอก เล็บมือ 4–6 เดือน เล็บเท้า 12–18 เดือน เด็กเร็วกว่า เล็บชุดแรกบางและเป็นคลื่นได้ จะดีขึ้นในรอบถัดไป

  • สีบอกสาเหตุ ม่วงหรือดำหลังกระแทกและเคลื่อนออก = เลือดคั่ง · เขียวใต้เล็บลอย = แบคทีเรีย · แถบดำที่ไม่เคลื่อน = ตรวจแยกมะเร็ง · ม่วงทุกนิ้วพร้อมเหนื่อย = ฉุกเฉิน

  • พบแพทย์เมื่อ มีสัญญาณติดเชื้อ หลุดหลายนิ้วไร้สาเหตุ สงสัยเชื้อราหรือสะเก็ดเงิน หรือเล็บใหม่ผิดรูป

คำถามที่พบบ่อย

เล็บหลุดควรไปหาหมอไหม

ไม่จำเป็นทุกราย ถ้าเล็บหลุดจากโคนหลายนิ้วหลังไข้หรือมือเท้าปากเมื่อ 1–2 เดือนก่อน หรือหลุดจากการกระแทกเบา ๆ ไม่มีเลือดออก และดูแลแผลเองแล้วเจ็บลดลงใน 2–3 วัน สามารถรอเล็บงอกเองได้ ควรพบแพทย์เมื่อเลือดคั่งเกิน 1 ใน 4 ของเล็บและปวดตุบ พื้นเล็บฉีกหรือเลือดไม่หยุด เล็บหลุดเกินครึ่งจนต้องถอด มีหนอง แดงลาม หรือไข้ เล็บลอยหลายนิ้วโดยไม่มีเหตุ สงสัยเชื้อราหรือสะเก็ดเงิน มีเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ และเมื่อเล็บใหม่ไม่งอกหรืองอกผิดรูปหลังรอครบเวลา

เล็บหลุดควรทำยังไง

ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ ซับแห้ง ห้ามดึงหรือกระชากส่วนที่ยังติดอยู่ ตัดเฉพาะขอบเล็บที่หลุดแล้วและเกี่ยวสิ่งของออกด้วยกรรไกรสะอาด วางส่วนที่เหลือกลับตำแหน่งเดิม ทาปิโตรเลียมเจลลี่บาง ๆ ปิดด้วยผ้าปิดแผลไม่ติดแผลและพันเทปยึด เปลี่ยนวันละครั้งหรือเมื่อเปียกประมาณ 7–10 วัน ไม่แช่น้ำนาน ยกมือหรือเท้าสูงและกินยาแก้ปวดพาราเซตามอลในวันแรก ๆ ใส่รองเท้าเปิดหน้าถ้าเป็นเล็บเท้า และตรวจดูวัคซีนบาดทะยักถ้าแผลเปิด ถ้าเลือดคั่งมาก ปวดมาก หรือพื้นเล็บฉีก ให้แพทย์เป็นผู้ระบายเลือดหรือถอดเล็บ

เล็บหลุดกี่วันหายเจ็บ

ความเจ็บที่พื้นเล็บมากที่สุดใน 1–3 วันแรก ลดลงชัดเจนภายใน 7–10 วันเมื่อพื้นเล็บเริ่มแห้งและด้าน และมักหายเจ็บเกือบสนิทใน 2–3 สัปดาห์ แม้จะยังไวต่อการกดหรือกระแทกจนกว่าเล็บใหม่จะงอกคลุม ถ้าเจ็บเพิ่มขึ้นหลังวันที่ 3 แทนที่จะลดลง ปวดตุบตามจังหวะชีพจร บวมแดงลาม หรือมีหนอง เป็นสัญญาณติดเชื้อที่ควรพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนเล็บที่หลุดจากโคนหลังไข้หรือมือเท้าปากมักไม่เจ็บเลย เพราะเล็บใหม่งอกคลุมพื้นเล็บอยู่แล้วก่อนที่เล็บเก่าจะหลุด

เล็บจะหลุดเกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด 5 อย่างคือ การกระแทกหรือแรงกดซ้ำ ๆ จนเลือดคั่งใต้เล็บ ซึ่งพบมากที่เล็บโป้งเท้าของนักวิ่ง ไข้สูงหรือโรคมือเท้าปากที่ทำให้รากเล็บหยุดสร้างชั่วคราวและเล็บหลุดจากโคนหลายนิ้วในอีก 3–8 สัปดาห์ต่อมา เชื้อราที่เล็บที่สะสมขุยใต้เล็บจนเล็บลอย สะเก็ดเงินที่เล็บ และผลข้างเคียงของยาโดยเฉพาะยาเคมีบำบัด ยาเรตินอยด์ และยาที่ทำให้ไวต่อแสง สาเหตุที่พบน้อยกว่า ได้แก่ ไทรอยด์เป็นพิษ การขาดธาตุเหล็ก การทำเล็บที่ทำร้ายเล็บ และการอักเสบรอบเล็บที่ลามถึงรากเล็บ

เล็บหลุด จะงอกไหม

งอกใหม่ได้เกือบทุกราย เพราะเล็บสร้างจากรากเล็บที่อยู่ใต้ผิวหนังโคนเล็บ ไม่ได้สร้างจากแผ่นเล็บที่หลุดไป เล็บมืองอกประมาณ 3 มม. ต่อเดือน เล็บใหม่โผล่จากโคนใน 4–8 สัปดาห์และเต็มแผ่นใน 4–6 เดือน เล็บเท้างอกช้ากว่า ประมาณ 1–1.5 มม. ต่อเดือน นิ้วโป้งเท้าใช้เวลา 12–18 เดือน เล็บชุดแรกอาจบาง เป็นคลื่น หรือขาวขุ่น และมักเรียบขึ้นในรอบถัดไป กรณีที่เล็บอาจไม่งอกหรืองอกผิดรูปถาวรคือรากเล็บถูกทำลายจากการกระแทกรุนแรง การติดเชื้อลึก การกระชากเล็บออก หรือโรคเรื้อรังที่ไม่ได้รักษา

เล็บหลุด ทายาอะไร

แผลจากเล็บหลุดหลังกระแทกที่สะอาดและไม่ติดเชื้อ ใช้เพียงปิโตรเลียมเจลลี่หรือยาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้งทาบาง ๆ เพื่อให้แผลชุ่มและผ้าปิดแผลไม่ติด ไม่ต้องใช้ยาแรง และไม่ควรราดแอลกอฮอล์ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือยาสมุนไพร ยาทาที่ต้องเลือกตามสาเหตุมีอีกสามกลุ่ม ได้แก่ ยาต้านเชื้อราชนิดน้ำยาทาเล็บสำหรับเชื้อราที่ยืนยันแล้ว ยาทาสเตียรอยด์หรือยาอนุพันธ์วิตามินดีตามแพทย์กำหนดสำหรับสะเก็ดเงินที่เล็บ และยาปฏิชีวนะเฉพาะที่หรือน้ำส้มสายชูเจือจางสำหรับเล็บเขียวจากแบคทีเรีย ส่วนเล็บที่หลุดจากโคนหลังไข้ไม่ต้องทายาใด ๆ ชนิดและความแรงของยาควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้กำหนด

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะบุคคล การประเมินความผิดปกติของเล็บและการเลือกใช้ยาควรทำโดยแพทย์

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 7 กันยายน 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ไขมันที่เปลือกตา (Xanthelasma) คืออะไร อันตรายไหม และรักษาอย่างไร

ไขมันที่เปลือกตา Xanthelasma คืออะไร เกี่ยวกับไขมันในเลือดไหม แยกจากสิวข้าวสารและสิวหิน พร้อมเปรียบเทียบวิธีรักษา ความเสี่ยง และการกลับเป็นซ้ำ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page