เชื้อราและโรคติดเชื้อทางผิวหนัง: กลาก เกลื้อน หิด หูด และงูสวัด
- 19 มิ.ย.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา
โรคติดเชื้อทางผิวหนังเป็นกลุ่มโรคที่พบได้บ่อยในเวชปฏิบัติ เกิดได้จากทั้งเชื้อรา ตัวไร (parasite) และไวรัส แต่ละชนิดมีลักษณะผื่น ตำแหน่ง และวิธีรักษาที่แตกต่างกันชัดเจน ปัญหาที่พบบ่อยคือผู้ป่วยจำนวนมากซื้อยามาทาเองโดยไม่ทราบว่าเป็นเชื้อชนิดใด ทำให้ผื่นไม่หายหรือลุกลามมากขึ้น การวินิจฉัยให้ถูกชนิดและเลือกยาให้ตรงกับเชื้อโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังจึงมีความสำคัญมาก บทความนี้อธิบายโรคติดเชื้อผิวหนังที่พบบ่อย 5 ชนิด ได้แก่ กลาก เกลื้อน หิด หูด และงูสวัด พร้อมวิธีสังเกตและแนวทางการรักษา
กลาก (Tinea corporis) — ผื่นวงจากเชื้อรา
กลากเกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophyte ซึ่งชอบเจริญบริเวณผิวหนังที่อับชื้น เชื้อชนิดนี้ติดต่อได้จากคน สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน
ลักษณะเด่นและอาการ:
ผื่นวงขอบชัด: ผื่นเป็นวงแดง ขอบชัดและนูนกว่าตรงกลาง มักลุกลามออกด้านนอกเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
คัน: มีอาการคัน โดยเฉพาะเมื่อเหงื่อออกหรืออากาศร้อนชื้น
ตำแหน่ง: พบได้ทั่วตัว บริเวณที่อับชื้น เช่น ขาหนีบ ใต้ราวนม ลำตัว
การรักษา:
ยาทา: ยาต้านเชื้อราชนิดทา Clotrimazole หรือ Terbinafine ทาบริเวณผื่นต่อเนื่อง 2–4 สัปดาห์ และควรทาเลยขอบผื่นออกไปเล็กน้อย
รายที่ลุกลาม: กรณีผื่นเป็นวงกว้างหรือดื้อยาทา แพทย์อาจพิจารณายารับประทานร่วมด้วย
เกลื้อน (Pityriasis / Tinea Versicolor) — ผิวด่างจากยีสต์
เกลื้อนเกิดจากยีสต์ Malassezia ที่อยู่บนผิวหนังตามปกติ แต่เจริญมากขึ้นในภาวะผิวมัน เหงื่อออกมาก และอากาศร้อนชื้น ทำให้เกิดผื่นด่างสีที่ผิว
ลักษณะเด่นและอาการ:
ผิวด่าง: ผื่นเป็นดวงหรือปื้นสีจาง อาจเป็นจุดสีขาว น้ำตาลอ่อน หรือชมพู มักมีขุยละเอียดบาง ๆ
ตำแหน่ง: พบบ่อยบริเวณหน้าอก หลัง คอ และต้นแขน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก
อาการคัน: มักไม่ค่อยคัน หรือคันเล็กน้อยเมื่อเหงื่อออก
การรักษา:
ยาทา: ยาต้านเชื้อราชนิดทา Clotrimazole หรือ Terbinafine ทา 2–4 สัปดาห์
แชมพู: แชมพูที่มีตัวยา Ketoconazole ใช้ฟอกบริเวณที่เป็นแล้วทิ้งไว้ก่อนล้างออก ช่วยลดเชื้อยีสต์และป้องกันการเป็นซ้ำ
ข้อควรทราบ: สีผิวที่ด่างอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกว่าจะกลับมาเสมอกัน แม้เชื้อจะหายแล้ว จึงไม่ได้แปลว่ารักษาไม่หาย
หิด (Scabies) — คันรุนแรงตอนกลางคืน
หิดเกิดจากตัวไรหิด Sarcoptes scabiei ที่ชอนไชเข้าไปวางไข่ในชั้นผิวหนัง ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสใกล้ชิดหรือใช้เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอนร่วมกัน จึงมักพบเป็นพร้อมกันหลายคนในบ้านเดียวกัน
ลักษณะเด่นและอาการ:
คันตอนกลางคืน: คันมาก โดยเฉพาะเวลากลางคืน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่ช่วยแยกจากผื่นชนิดอื่น
ตำแหน่ง: มีตุ่มแดงเล็ก ๆ หรือรอยเส้นคดเคี้ยว มักพบตามซอกนิ้วมือ ข้อมือ รักแร้ รอบเอว และอวัยวะเพศ
ติดต่อกันในบ้าน: มักมีคนในบ้านหรือคนใกล้ชิดคันพร้อมกัน
การรักษา:
ยาทา: ยา Permethrin 5% ทาให้ทั่วตัวตั้งแต่คอลงมา ทิ้งค้างไว้ข้ามคืนแล้วล้างออก
รักษาพร้อมกัน: ควรรักษาสมาชิกในบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิดพร้อมกันแม้ยังไม่มีอาการ ร่วมกับซักเสื้อผ้าและเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดตัวไร
หูด (Warts) — ก้อนจากไวรัส HPV
หูดเกิดจากไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ที่เข้าสู่ผิวหนังทางรอยถลอกเล็ก ๆ ติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรงหรือใช้ของร่วมกัน
ลักษณะเด่นและอาการ:
ลักษณะ: ตุ่มหรือก้อนนูนแข็ง ผิวขรุขระ อาจมีจุดดำเล็ก ๆ ตรงกลาง มักไม่เจ็บ ยกเว้นหูดที่ฝ่าเท้า
ตำแหน่ง: พบได้ตามมือ นิ้ว ฝ่าเท้า ใบหน้า และสามารถกระจายหรือติดต่อไปยังบริเวณอื่นได้
การรักษา:
จี้เย็น: การจี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy) เพื่อทำลายเนื้อหูด
จี้ไฟฟ้า/เลเซอร์: การจี้ไฟฟ้า (Electrocautery) หรือเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Laser) สำหรับหูดที่ดื้อต่อการรักษาหรือมีขนาดใหญ่
งูสวัด (Herpes Zoster) — ตุ่มน้ำตามแนวเส้นประสาท
งูสวัดเกิดจากไวรัส VZV (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดอีสุกอีใส หลังหายจากอีสุกอีใส เชื้อจะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทและกำเริบขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันลดลง
ลักษณะเด่นและอาการ:
ตุ่มน้ำตามแนวเส้นประสาท: ตุ่มน้ำใสเรียงเป็นกลุ่มตามแนวเส้นประสาท มักเป็นแถบเพียงซีกเดียวของร่างกาย ไม่ข้ามแนวกลางลำตัว
ปวดนำ: มักมีอาการปวดแสบร้อนหรือปวดลึกนำมาก่อนที่ผื่นจะขึ้น
การรักษา:
ยาต้านไวรัส: ยาต้านไวรัส Acyclovir หรือ Valacyclovir โดยควรเริ่มยาภายใน 72 ชั่วโมงแรกหลังผื่นขึ้น เพื่อลดความรุนแรงและลดโอกาสเกิดอาการปวดปลายประสาทเรื้อรังตามหลัง
รีบพบแพทย์: ควรรีบพบแพทย์ทันทีที่สงสัย เพราะประสิทธิภาพของยาขึ้นกับการเริ่มยาให้เร็ว
วิธีสังเกตแยกโรคติดเชื้อผิวหนังแต่ละชนิด
วงแดงขอบชัด: ผื่นเป็นวงแดง ขอบชัด ลุกลามออกด้านนอก คัน — นึกถึงกลาก
ผิวด่างมีขุย: ผื่นด่างสีจาง มีขุยบาง ไม่ค่อยคัน บริเวณอกและหลัง — นึกถึงเกลื้อน
คันกลางคืน: คันมากตอนกลางคืน มีคนในบ้านคันพร้อมกัน ตุ่มตามซอกนิ้ว — นึกถึงหิด
ก้อนขรุขระ: ก้อนนูนแข็ง ผิวขรุขระ ไม่เจ็บ — นึกถึงหูด
ตุ่มน้ำเป็นแถบ: ตุ่มน้ำเรียงเป็นแถบซีกเดียว ปวดแสบร้อนนำ — นึกถึงงูสวัด
การป้องกันโรคติดเชื้อผิวหนัง
ผิวสะอาดและแห้ง: รักษาความสะอาดร่างกาย เช็ดตัวให้แห้งหลังอาบน้ำหรือเหงื่อออก โดยเฉพาะบริเวณข้อพับที่อับชื้น
ไม่ใช้ของร่วมกัน: ไม่ใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เพราะหลายโรคติดต่อได้
เลี่ยงการสัมผัส: หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นติดเชื้อ และรักษาผู้ที่ติดเชื้อในบ้านพร้อมกัน
คำถามที่พบบ่อย
กลากกับเกลื้อนต่างกันอย่างไร กลาก (Tinea) เกิดจากเชื้อรา Dermatophyte มีลักษณะเป็นผื่นวงแดง ขอบชัด คัน และลุกลามออกด้านนอก ส่วนเกลื้อน (Pityriasis Versicolor) เกิดจากยีสต์ Malassezia เป็นผื่นด่างสีจางมีขุยบาง ๆ ไม่ค่อยคัน มักพบที่หน้าอกและหลัง ทั้งสองโรคใช้ยาต้านเชื้อราทา แต่เกลื้อนมักใช้แชมพู Ketoconazole ร่วมด้วย
หิดต้องรักษาคนในบ้านด้วยไหม ควรรักษาพร้อมกัน หิดติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสใกล้ชิดและใช้ของร่วมกัน จึงแนะนำให้รักษาสมาชิกในบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิดพร้อมกันแม้ยังไม่มีอาการ ร่วมกับซักเสื้อผ้าและเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำไปมา
งูสวัดต้องรีบพบแพทย์ภายในกี่วัน ควรพบแพทย์และเริ่มยาต้านไวรัส Acyclovir หรือ Valacyclovir ภายใน 72 ชั่วโมงแรกหลังผื่นขึ้น เพราะยาจะได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มเร็ว ช่วยลดความรุนแรงของผื่นและลดโอกาสเกิดอาการปวดปลายประสาทเรื้อรังตามมา
ซื้อยาทาเชื้อรามาทาเองได้ไหม ทำไมทาแล้วไม่หาย หลายครั้งผื่นไม่หายเพราะไม่ใช่เชื้อราตามที่เข้าใจ หรือใช้ยาไม่ตรงชนิดและทาไม่นานพอ เชื้อราส่วนใหญ่ต้องทายาต่อเนื่อง 2–4 สัปดาห์ หากทาแล้วไม่ดีขึ้น ผื่นลุกลาม หรือไม่แน่ใจว่าเป็นเชื้อชนิดใด ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยและเลือกยาให้ถูกต้อง
หากมีผื่นที่สงสัยว่าเป็นโรคติดเชื้อผิวหนัง ทายาเองแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่แน่ใจว่าเป็นเชื้อชนิดใด ควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น