
ดูแลผิวหลังคลอด (Postpartum Skin Care): ปัญหาผิวและวิธีแก้ไข
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา
หลังคลอด ร่างกายของคุณแม่ต้องปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างมาก ในช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเพิ่มสูงขึ้นมาก แล้วลดลงอย่างรวดเร็วหลังคลอด การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อทั้งผิวหนัง เส้นผม และร่างกายโดยรวม ปัญหาผิวหลังคลอดส่วนใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติและหายได้เองเมื่อฮอร์โมนกลับสู่สมดุล แต่บางอาการอาจต้องการการดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตรซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทารกเป็นสำคัญ
ปัญหาผิวที่พบบ่อยหลังคลอด
ผมร่วงหลังคลอด (Telogen Effluvium): ปัญหาที่พบมากที่สุด เกิดจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้ผมจากระยะ Anagen (เจริญเติบโต) เข้าสู่ระยะ Telogen (พักผ่อน) อย่างรวดเร็ว ผมร่วงเพิ่มขึ้นมักปรากฏชัดในช่วง 3-4 เดือนหลังคลอด
ฝ้า: อาจเข้มขึ้นหรือปรากฏใหม่ บริเวณใบหน้าและรอบปาก เกิดจากการผลิตเมลานิน (Melanin) เพิ่มขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดด
ผิวแห้ง: เกิดจากการลดลงของปริมาณน้ำมันธรรมชาติในผิว ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
รอยแตกลาย: เกิดจากการตึงตัวของผิวในช่วงตั้งครรภ์ มักพบบริเวณหน้าท้อง ต้นขา และหน้าอก
สิวหลังคลอด: ในบางคนสิวอาจกลับมาหรือเกิดใหม่หลังคลอด เนื่องจากฮอร์โมนแอนโดรเจนที่เพิ่มขึ้น
ผิวคันและไวต่อสารเคมี: จากการเปลี่ยนแปลงของความชุ่มชื้นในผิว และผิวอาจไวต่อการระคายเคืองได้ง่ายขึ้นในช่วงนี้
ผมร่วงหลังคลอดหายเองได้ไหม
ภาวะผมร่วงหลังคลอด (Telogen Effluvium) มักหายเองได้ในเวลา 3-6 เดือน เมื่อฮอร์โมนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในบางคนอาจใช้เวลานานถึง 12 เดือน ระหว่างนี้ควรดูแลเส้นผมอย่างอ่อนโยน ดังนี้
ใช้แชมพูและครีมนวด: เลือกสูตรอ่อนโยน หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะ
ดูแลเส้นผม: หลีกเลี่ยงการรัดผมแน่นหรือดึงผม และสระผมด้วยน้ำอุ่นไม่ร้อนจัด
เมื่อไรควรพบแพทย์: หากผมร่วงไม่หยุดหลังจาก 6 เดือน หรือหลังจากหยุดให้นมแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น
การดูแลผิวที่ปลอดภัยช่วงให้นมบุตร
สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงให้นมคือความปลอดภัยของทารก เนื่องจากส่วนประกอบบางชนิดในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอาจผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้ จึงควรเลือกใช้ส่วนผสมที่ได้รับการพิจารณาว่าปลอดภัย
ปลอดภัยสำหรับให้นม: Glycerin, Hyaluronic acid, Niacinamide, Centella asiatica, Ceramides, Zinc oxide, Titanium dioxide, Azelaic acid ในปริมาณต่ำ และ Adapalene (Differin) ในปริมาณต่ำ
รักษาสิวได้อย่างระมัดระวัง: Benzoyl peroxide ส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึม จึงถือว่าปลอดภัย และ Salicylic acid ในปริมาณน้อยถูกพิจารณาว่าปลอดภัยสำหรับการให้นม
ควรหลีกเลี่ยง: Tretinoin (Retinoic acid), Isotretinoin (Accutane), Retinol ในปริมาณสูง, Hydroquinone (อาจส่งผ่านเข้าน้ำนม), Salicylic acid ในปริมาณสูง, Chemical peels ที่แรง และ Essential oils ส่วนใหญ่
เมื่อไรควรพบแพทย์ผิวหนัง
ผมร่วงเรื้อรัง: ผมร่วงไม่หยุดหลังจาก 6 เดือน
ผื่นและอาการคัน: เกิดผื่นรุนแรง หรือผิวคันอย่างไม่หยุด
สัญญาณติดเชื้อ: เกิดการติดเชื้อในแผลคลอด หรือรอยแตกลายมีสีแดงและบวม
สิวรุนแรง: สิวรุนแรงและไม่ดีขึ้นด้วยการดูแลเบื้องต้น (Home care)
คำถามที่พบบ่อย
ผมร่วงหลังคลอดหายเองได้ไหม โดยทั่วไปหายเองได้ ภาวะ Telogen Effluvium หลังคลอดมักฟื้นตัวใน 3-6 เดือน เมื่อฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติ บางคนอาจใช้เวลานานถึง 12 เดือน หากผมร่วงไม่หยุดหลังจาก 6 เดือนหรือหลังหยุดให้นมแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์
ใช้ครีมรักษาสิวได้ไหมขณะให้นม ต้องเลือกส่วนผสมที่ปลอดภัย Benzoyl peroxide ส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึมจึงถือว่าปลอดภัย และ Salicylic acid ในปริมาณน้อยถือว่าปลอดภัย แต่ควรหลีกเลี่ยง Tretinoin, Isotretinoin และ Retinol ปริมาณสูง เพราะอาจส่งผลต่อทารก
ฝ้าหลังคลอดหายเองได้ไหม ฝ้าหลังคลอดบางส่วนอาจจางลงเองเมื่อฮอร์โมนกลับสู่สมดุล แต่การป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอเป็นหัวใจสำคัญ หากฝ้ายังเข้มอยู่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีรักษาที่ปลอดภัยสำหรับช่วงให้นม
รอยแตกลายหลังคลอดรักษาได้ไหม รอยแตกลายใหม่ที่ยังเป็นสีแดงมีโอกาสตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่ารอยเก่าที่เป็นสีขาว หากรอยแตกลายมีสีแดงหรือบวมผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน
ปัญหาผิวหลังคลอดส่วนใหญ่หายได้เองเมื่อร่างกายปรับสมดุลฮอร์โมน แต่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับช่วงให้นมและการดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผิวและเส้นผมฟื้นตัวได้เร็วขึ้น หากคุณมีข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรืออาการไม่ดีขึ้น ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น