
การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในขณะตั้งครรภ์ (Pregnancy Skin): สิ่งที่ควรรู้
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคุณแม่เปลี่ยนแปลงอย่างมาก และผิวหนังก็เป็นอวัยวะหนึ่งที่ได้รับผลกระทบชัดเจน สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้น และการเผาผลาญทางโภชนาการที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์และมักดีขึ้นเองหลังคลอด แต่การเข้าใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และดูแลผิวอย่างไรให้ปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อย จะช่วยให้คุณแม่ผ่านช่วงเวลานี้ได้อย่างสบายใจมากขึ้น บทความนี้เรียบเรียงจากหลักฐานทางการแพทย์เพื่อให้คุณแม่ตั้งครรภ์เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและการดูแลที่ถูกต้อง
ผิวหนังเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงตั้งครรภ์
การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่พบได้บ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ มีดังนี้
ฝ้า (Melasma / Chloasma): ผื่นคล้ำเป็นปื้นบนใบหน้า มักขึ้นบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก และริมฝีปากบน เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนที่สูงขึ้นกระตุ้นการสร้างเม็ดสี ทำให้เห็นเป็นรอยคล้ำชัดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อโดนแดด
ท้องลาย / รอยแตกลาย (Stretch Marks): รอยแตกลายที่มักปรากฏบริเวณหน้าท้อง เต้านม สะโพก และต้นขา เกิดจากผิวหนังถูกยืดขยายอย่างรวดเร็วเมื่อหน้าท้องขยายออกตามการเจริญเติบโตของทารก
เส้นสีเข้มกลางท้อง (Linea Nigra): เส้นสีเข้มที่ลากเป็นแนวตั้งกลางหน้าท้อง เป็นการเพิ่มขึ้นของเม็ดสีตามการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์
ผิวหนังคัน PUPPP (Pruritic Urticarial Papules and Plaques of Pregnancy): ผื่นนูนแดงและคันที่มักเริ่มจากบริเวณหน้าท้อง (โดยเฉพาะตามรอยแตกลาย) แล้วอาจกระจายออกไป เป็นภาวะผิวหนังคันจากการตั้งครรภ์ที่พบได้และมักสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนที่สูงขึ้น
สิวจากฮอร์โมน: บางคนอาจมีสิวเห่อขึ้นมากกว่าปกติในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนแอนโดรเจนกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นภาวะปกติของการตั้งครรภ์ ฝ้าและเส้นสีเข้มกลางท้องมักจางลงเองหลังคลอด ขณะที่รอยแตกลายอาจจางลงแต่บางส่วนอาจยังคงอยู่เป็นรอยถาวร
การดูแลผิวระหว่างตั้งครรภ์อย่างถูกต้องและปลอดภัย
หัวใจสำคัญของการดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์คือ ความปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และทารก ควรปฏิบัติดังนี้
ใช้ครีมที่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์เท่านั้น: เพราะสารบางชนิดในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอาจไม่เหมาะกับการตั้งครรภ์ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์รับรองว่าปลอดภัยจึงเป็นทางที่ดีที่สุด
หลีกเลี่ยงสารบางชนิด: ควรหลีกเลี่ยง Retinoids ทุกชนิด, Salicylic Acid ความเข้มสูง และยาฟอกผิวขาว เช่น Hydroquinone ในช่วงตั้งครรภ์
ทาครีมกันแดดทุกวัน: การทาครีมกันแดดที่ปลอดภัย SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน ช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของฝ้าได้ดีมาก เพราะแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นฝ้าโดยตรง
บำรุงความชุ่มชื้น: การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มี Hyaluronic Acid ช่วยบำรุงความชุ่มชื้นให้ผิว และควรดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวันเพื่อรักษาความชุ่มชื้นจากภายใน
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
แม้การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ แต่ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังหรือสูติแพทย์ในกรณีต่อไปนี้
มีอาการคันรุนแรง คันทั้งตัว หรือคันจนรบกวนการนอน โดยเฉพาะหากคันบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ควรได้รับการตรวจประเมิน
มีผื่น ตุ่มน้ำ หรือผื่นแดงที่ลุกลามเร็วผิดปกติ
ต้องการรักษาฝ้าหรือดูแลผิวเป็นพิเศษ เพื่อเลือกวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับช่วงตั้งครรภ์
มีความกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือยาที่กำลังใช้อยู่ ว่าปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ฝ้าที่เกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์จะหายเองไหม ฝ้า (Melasma/Chloasma) ที่เกิดจากฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์มักจางลงเองได้หลังคลอด การทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันและหลีกเลี่ยงแสงแดดจะช่วยป้องกันไม่ให้ฝ้าเข้มขึ้น หากฝ้ายังคงอยู่หลังคลอด ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
ตั้งครรภ์ใช้ครีมกันแดดได้ไหม ได้และควรใช้ทุกวัน การทาครีมกันแดดที่ปลอดภัย SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำช่วยป้องกันฝ้าได้ดีมาก เพราะแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นการเกิดฝ้าโดยตรง
ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงสารบำรุงผิวชนิดใดบ้าง ในช่วงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง Retinoids ทุกชนิด, Salicylic Acid ความเข้มสูง และยาฟอกผิวขาว เช่น Hydroquinone และควรใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์เท่านั้น
รอยแตกลายจากการตั้งครรภ์ป้องกันได้ไหม รอยแตกลาย (Stretch Marks) เกิดจากผิวหนังถูกยืดขยายอย่างรวดเร็วเมื่อหน้าท้องขยายออก การบำรุงความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มี Hyaluronic Acid และดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยดูแลผิวได้ รอยแตกลายมักจางลงหลังคลอดแม้บางส่วนอาจยังคงอยู่
หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีข้อกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง อาการคัน ฝ้า หรือต้องการคำแนะนำเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปลอดภัย สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น