การดูแลผิวช่วงหน้าร้อน: เคล็ดลับรักษาผิวใสเมื่ออากาศร้อน
- 6 เม.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 6 เม.ย.

ประเทศไทยมีอากาศร้อนตลอดทั้งปี แต่ช่วงหน้าร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงกลางปีถือว่าเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดและอันตรายต่อผิวหนังมากที่สุด ความร้อนส่งผลให้ระดับ UV เพิ่มสูง ผิวหลั่งเหงื่อมากขึ้น และความชื้นผิวหนังลดลง การเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกต้องจึงช่วยป้องกันได้
ผลของความร้อนต่อผิวหนัง
ความร้อนและแสงแดดทำให้เกิดปัญหาผิวหนังหลายอย่าง ได้แก่ ผิวมัน (Seborrhea) เนื่องจากต่อมไขมันทำงานมากขึ้น สิวที่เพิ่มขึ้น ผิวไหม้จากแสงแดด รอยดำที่เพิ่มขึ้น ผิวแห้งและไวต่อการแพ้มากขึ้น และผิวหนังที่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
การป้องกันแดดอย่างถูกวิธี
การใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพคือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวหน้าร้อน ควรเลือกครีมกันแดดที่:
• มีค่า SPF 30 ขึ้นไป (PA+++ หรือมากกว่านั้นสำหรับการป้องกัน UVA) • ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเมื่ออยู่ท่ามกลางแดด • ทาปริมาณเทียบกับ 1 ช้อนชาต่อใบหน้า • ต้องทาตั้งแต่ตอนเช้า ขณะยังอยู่ในอาคาร ก่อนออกแดด 15-30 นาที
การล้างหน้าและควบคุมความมัน
ในหน้าร้อน ต่อมไขมันผิวหนังทำงานมากขึ้น ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยเครื่องล้างหน้าผิวมัน (Foaming Cleanser) เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกิน หลีกเลี่ยงเครื่องล้างหน้าที่ระคายเคืองหรือล้างแรงเกินไป เพราะจะดึงความชุ่มชื้นผิวหนังออก สำหรับคนเป็นสิวควรใช้เจลสร้างความชุ่มชื้น (Water-Based Moisturizer) แทน Cream เพื่อให้ผิวไม่อุดตันเกินไป
การป้องกันผิวไหม้และรอยดำ
แสง UV ในหน้าร้อนที่รุนแรงส่งเสริมการสร้างเมลานินมากขึ้น ทำให้ผิวหม่นและรอยดำเพิ่มขึ้นหลังออกแดด ควรใช้สารจำพวก Vitamin C, Niacinamide เพื่อลดการสร้าง Melanin หลีกเลี่ยงสารลดสีที่มีส่วนผสมของ Hydroquinone โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ นอกจากนี้การสวมเสื้อและหมวกกันแดดถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันรอยดำจาก UV
เทคนิคการรักษาผิวหน้าร้อนโดยเฉพาะ
แพทย์ผิวหนังมีวิธีการรักษาที่ช่วยให้ผิวดูดีขึ้นสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื้อรังผิวหนังจากแสงแดด เช่น การใช้เลเซอร์ลดรอยดำจากแสงแดด (IPL) การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peel) และครีมสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของ Vitamin C หรือ Tranexamic Acid เพื่อลดการสร้างสี โดยทั้งหมดต้องทำควบคู่ไปกับการกันแดดอย่างเคร่งครัด
คำแนะนำประจำหน้าร้อน
ปฏิบัติตามหลักพื้นฐานได้แก่: สวมเสื้อและหมวกกันแดด ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน หลีกเลี่ยงออกแดดช่วง 10.00-16.00 น. ใช้ครีมสร้างความชุ่มชื้น (Moisturizer) ทุกเช้าและเย็น และตรวจผิวหนังกับแพทย์ผิวหนังหากมีปัญหาที่น่ากังวล เช่น ผิวไหม้รุนแรง การเปลี่ยนสีผิวอย่างรวดเร็ว หรืออาการผิดปกติผิวหนังอื่นๆ
เอกสารอ้างอิง
1. Lim HW, et al. Photodermatology. American Academy of Dermatology. 2020. 2. Diffey BL. Sunscreens: what to recommend. Clin Exp Dermatol. 2009;34(7):726-729. 3. Scheinfeld NS, Dahdah MJ. Topical photoprotection for skin. Dermatol Ther. 2008. 4. Krutmann J, Bouloc A, Sore G, Bernard BA, Passeron T. The skin aging exposome. J Dermatol Sci. 2017;85(3):152-161. 5. ราชวิทยาลัยแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย. คำแนะนำการป้องกันแสงแดด. 2563.


ความคิดเห็น