
กลากหนังศีรษะ (Tinea Capitis): อาการ สาเหตุ และการรักษาที่ได้ผล
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา
กลากหนังศีรษะ (Tinea Capitis) เป็นโรคติดเชื้อราที่ส่งผลต่อหนังศีรษะและเส้นผม พบบ่อยที่สุดในเด็กวัยเรียนอายุ 5–15 ปี ติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสโดยตรง การใช้ของร่วมกัน หรือผ่านสัตว์เลี้ยง จุดสำคัญคือหากปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้อราอาจทำลายรูขุมขนจนเกิดผมร่วงถาวรและแผลเป็น (cicatricial alopecia) ได้ บทความนี้อาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายอาการ การวินิจฉัย การรักษา และวิธีป้องกันการแพร่เชื้อ
อาการของกลากหนังศีรษะ
อาการของกลากหนังศีรษะมีได้หลากหลายตั้งแต่ผมร่วงเป็นวงจนถึงการอักเสบรุนแรง อาการที่พบบ่อย ได้แก่
ผมร่วงเป็นหย่อม: ผมร่วงเป็นวงกลม อาจเป็นวงเดียวหรือหลายวงบนหนังศีรษะ
จุดดำจากผมหัก: เส้นผมหักสั้นเหลือตอสีดำบนหนังศีรษะ เรียกว่ากลากชนิด black dot
อาการคันและสะเก็ด: คันหนังศีรษะมาก บางครั้งรุนแรงจนรบกวนการนอน อาจมีสะเก็ดหรือรังแคร่วมด้วย
การอักเสบรุนแรง: Kerion เป็นก้อนอักเสบบวมแดงและเจ็บที่เกิดในระยะลุกลาม ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพราะเสี่ยงเกิดแผลเป็นถาวร
การวินิจฉัยและการรักษา
แพทย์จะวินิจฉัยด้วยการเพาะเชื้อรา (fungal culture) หรือตรวจเส้นผมด้วยวิธี KOH preparation เพื่อยืนยันชนิดของเชื้อ จุดสำคัญของการรักษาคือกลากหนังศีรษะต้องใช้ยากินต้านเชื้อรา (oral antifungal) เพราะเชื้อฝังลึกในรูขุมขนซึ่งยาทาภายนอกเข้าไม่ถึง
ยากินต้านเชื้อรา: ยากินที่ใช้บ่อยคือ Griseofulvin หรือ Terbinafine โดยทั่วไปให้ต่อเนื่องนาน 6–8 สัปดาห์ตามการประเมินของแพทย์
แชมพูต้านเชื้อรา: ใช้ร่วมกับแชมพูที่มีสารต้านเชื้อราเพื่อลดการแพร่กระจายของสปอร์เชื้อไปสู่ผู้อื่น
ความต่อเนื่องของการรักษา: ควรรักษาต่อเนื่องจนครบตามที่แพทย์กำหนดและติดตามผล เพราะการหยุดยาเร็วเกินไปอาจทำให้เชื้อกลับมาเป็นซ้ำ
วิธีป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อ
เนื่องจากกลากหนังศีรษะติดต่อได้ง่ายในเด็กวัยเรียน การป้องกันจึงสำคัญไม่แพ้การรักษา แนวทางที่ควรปฏิบัติ ได้แก่
หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน: ไม่ใช้หวี หมวก หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น และไม่ใช้อุปกรณ์ตัดผมร่วมกัน
ระวังการสัมผัสสัตว์เลี้ยง: ล้างมือสม่ำเสมอหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยง เพราะสัตว์เลี้ยงเป็นแหล่งแพร่เชื้อราได้
สังเกตอาการและพบแพทย์เร็ว: หากพบเด็กมีผมร่วงเป็นวงร่วมกับอาการคันหรือมีสะเก็ด ควรพาพบแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว เพราะการรักษาช้าอาจทำให้สูญเสียผมถาวร
คำถามที่พบบ่อย
กลากหนังศีรษะใช้ยาทาอย่างเดียวได้ไหม? ไม่ได้ กลากหนังศีรษะจำเป็นต้องใช้ยากินต้านเชื้อรา เช่น Griseofulvin หรือ Terbinafine เพราะเชื้อฝังลึกในรูขุมขนที่ยาทาภายนอกเข้าไม่ถึง แชมพูต้านเชื้อราใช้เสริมเพื่อลดการแพร่เชื้อเท่านั้น
รักษานานแค่ไหน? โดยทั่วไปให้ยากินต่อเนื่องนานประมาณ 6–8 สัปดาห์ตามที่แพทย์ประเมิน และควรรักษาจนครบเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
กลากหนังศีรษะทำให้ผมร่วงถาวรไหม? หากรักษาทันเวลาผมมักงอกกลับได้ แต่ถ้าปล่อยไว้จนเกิดการอักเสบรุนแรง (Kerion) หรือรักษาช้า อาจเกิดแผลเป็นและผมร่วงถาวรได้ จึงควรพบแพทย์โดยเร็ว
ติดต่อกันในครอบครัวได้ไหม? ได้ กลากหนังศีรษะติดต่อผ่านการสัมผัสและการใช้ของร่วมกัน จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้หวี หมวก ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน และให้สมาชิกที่มีอาการเข้ารับการตรวจ
กลากหนังศีรษะเป็นโรคที่รักษาหายได้หากได้รับการวินิจฉัยและใช้ยาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง หากบุตรหลานมีผมร่วงเป็นวงร่วมกับคันหรือมีสะเก็ด ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น