top of page

ยกกระชับหน้า เลือกยังไงให้ตรงกับความหย่อนของตัวเอง แพทย์ผิวหนังอธิบายทีละชั้นผิว

27 ส.ค.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา

เวลาค้นคำว่า "ยกกระชับหน้า" สิ่งที่เจอส่วนใหญ่คือลิสต์ "7 วิธี" ที่เอาการนวดหน้า การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ครีมบำรุง และหัตถการทางการแพทย์หลายชนิดมากองรวมกัน โดยไม่บอกว่าแต่ละอย่างแก้คนละปัญหา

ความจริงคือ หน้าหย่อนไม่ได้มีแบบเดียว และสิ่งที่ตอบโจทย์ขึ้นกับว่าอะไรของคุณเปลี่ยนไป — ผิวบางลง ไขมันเลื่อนลง หรือชั้นพังผืดที่พยุงหน้าอยู่คลายตัว ถ้าเลือกวิธีไม่ตรงชั้น ต่อให้ทำหลายครั้งก็จะรู้สึกว่า "ไม่เห็นต่าง"

บทความนี้เรียงให้ตามชั้นผิว อธิบายว่าอะไรทำอะไรได้จริง อะไรทำไม่ได้ ผลข้างเคียงที่ต้องรู้ ใครไม่เหมาะ และจุดที่หัตถการไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป

หน้าหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร

ความหย่อนของใบหน้าไม่ได้เกิดที่ผิวชั้นเดียว แต่เกิดพร้อมกันหลายชั้น

  • ชั้นผิวหนัง คอลลาเจนและอีลาสตินลดลงตามอายุและจากแสงแดดสะสม ผิวจึงบางลงและคืนตัวช้าลง

  • ชั้นไขมันใต้ผิว ไขมันบางกลุ่มฝ่อลง บางกลุ่มเลื่อนต่ำลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดร่องแก้มและกรอบหน้าที่ไม่คม

  • ชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อ (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นที่ทำหน้าที่พยุงโครงหน้า เมื่อคลายตัวจะเห็นเป็นหน้าตกทั้งแผง

  • ชั้นกระดูก มวลกระดูกบริเวณเบ้าตาและขากรรไกรลดลงตามวัย ทำให้โครงที่รองรับเนื้อเยื่อด้านบนเล็กลง (อ่านเพิ่ม: การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามวัย)

ปัจจัยที่เร่งให้เร็วขึ้น ได้แก่ แสงแดดสะสม การสูบบุหรี่ การนอนไม่พอ น้ำหนักที่ขึ้นลงมาก และพันธุกรรม

จุดสำคัญคือ หัตถการผิวหนังทำงานกับชั้นผิวและชั้นพังผืดเป็นหลัก ส่วนที่เป็นเรื่องของกระดูกและไขมันที่เลื่อนไปมากแล้ว มีข้อจำกัดชัดเจน

แยกให้ออกก่อน: หย่อนจริง หรือแค่ดูโทรม

หลายคนมาด้วยคำว่า "หน้าหย่อน" แต่พอตรวจจริงกลับเป็นคนละเรื่อง ซึ่งใช้วิธีต่างกันโดยสิ้นเชิง

  • หย่อนจริง — กรอบหน้าไม่คม มีเนื้อส่วนเกินบริเวณขากรรไกร ร่องแก้มลึกขึ้นเวลานั่งตรง และดีขึ้นชัดเวลานอนราบ

  • ผิวไม่เรียบ — รูขุมขนกว้าง ผิวขรุขระ หลุมสิว ทำให้แสงตกกระทบไม่สม่ำเสมอจนดูโทรม แต่โครงหน้ายังอยู่

  • เม็ดสีและรอยแดง — ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงจากสิว ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ ดูหมองแม้ผิวยังตึง

  • บวมน้ำ — หน้าบวมตอนเช้าแล้วยุบตอนบ่าย มักสัมพันธ์กับการนอน เกลือ หรือแอลกอฮอล์ ไม่ใช่ความหย่อน

ถ้าปัญหาหลักคือผิวไม่เรียบหรือเม็ดสี การเลือกเครื่องที่เน้นยกกระชับจะไม่ตอบโจทย์ และกลับกันด้วยเช่นกัน — นี่คือเหตุผลที่ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ

ประเมินเบื้องต้นด้วยตัวเอง

ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่ช่วยให้คุยกับแพทย์ได้ตรงจุดขึ้น

  1. ทดสอบท่านอน ถ่ายรูปตัวเองท่านั่งตรงกับท่านอนราบ ถ้าท่านอนดูกระชับขึ้นชัด แปลว่ามีองค์ประกอบของความหย่อนจากแรงโน้มถ่วงจริง

  2. ดูกรอบหน้า ลากสายตาจากติ่งหูมาถึงคาง ถ้าเส้นนี้ไม่ต่อเนื่องและมีเนื้อล้นออกมา แปลว่าความหย่อนอยู่ที่กรอบล่าง

  3. ดูใต้คาง เนื้อใต้คางที่ย้อยลงเวลาก้ม สัมพันธ์กับทั้งไขมันและความหย่อนของผิว

  4. บีบผิวแก้มเบา ๆ แล้วปล่อย ถ้าผิวคืนตัวช้า แปลว่าความยืดหยุ่นลดลง

  5. ถ่ายรูปเก็บไว้ มุมเดิม แสงเดิม ไม่ใส่ฟิลเตอร์ เพื่อใช้เทียบตอนติดตามผล

ทางเลือกแบ่งตามชั้นที่ต้องการแก้

นี่คือหัวใจของเรื่องนี้ — แต่ละเทคโนโลยีลงลึกไม่เท่ากัน จึงแก้คนละปัญหา

  • ต้องการยกชั้นลึกที่พยุงโครงหน้า (SMAS) → กลุ่มอัลตราซาวด์โฟกัส

  • ต้องการกระชับผิวชั้นกลางและลดริ้วรอยตื้น → กลุ่มอัลตราซาวด์ชั้นกลาง หรือคลื่นวิทยุ

  • ต้องการกระชับกรอบหน้าและใต้คาง → กลุ่มคลื่นวิทยุ

  • ปัญหาหลักคือผิวไม่เรียบ รูขุมขน หรือรอยแดง → กลุ่มคลื่นวิทยุผ่านเข็ม หรือเลเซอร์ฟื้นฟูผิว ซึ่ง ไม่ใช่การยกกระชับ

  • ไขมันเลื่อนลงมากแล้ว หรือมีผิวส่วนเกินชัดเจน → หัตถการพลังงานมีข้อจำกัด ควรปรึกษาเรื่องการผ่าตัด

ด้านล่างนี้อธิบายตาม กลุ่มเทคโนโลยี ไม่ใช่ชื่อรุ่นของเครื่อง เพราะสิ่งที่กำหนดผลคือชนิดของพลังงานและชั้นผิวที่พลังงานลงไปถึง ไม่ใช่ยี่ห้อ และ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่ากรณีของแต่ละคนเหมาะกับกลุ่มใด

อัลตราซาวด์แบบโฟกัสลึก

  • กลไก: ส่งคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสให้เกิดจุดความร้อนในชั้นลึก รวมถึงชั้นพังผืดที่พยุงโครงหน้า (SMAS) ทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วงหลายเดือนถัดมา

  • เหมาะกับ: ความหย่อนที่มาจากชั้นลึก กรอบหน้าและใต้คางที่ไม่คม

  • ข้อจำกัดที่ต้องรู้: ผลไม่ได้เห็นทันที ต้องรอคอลลาเจนสร้างใหม่ และไม่ได้ทดแทนการผ่าตัดในรายที่หย่อนมาก

  • หมายเหตุ: บางระบบมีการแสดงภาพชั้นเนื้อเยื่อขณะทำ ช่วยให้แพทย์วางพลังงานตามความหนาของผิวแต่ละคนได้

อัลตราซาวด์ชั้นกลาง

  • กลไก: ปล่อยพลังงานอัลตราซาวด์ลงสู่ผิวหนังชั้นกลางเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

  • เหมาะกับ: กระชับผิวและลดริ้วรอยบริเวณใบหน้า ลำคอ และใต้คาง

  • ข้อจำกัดที่ต้องรู้: ทำงานตื้นกว่ากลุ่มโฟกัสลึก จึงเน้นคุณภาพผิวและริ้วรอยมากกว่าการยกโครงชั้นลึก

คลื่นวิทยุ (Radiofrequency)

  • กลไก: ให้ความร้อนกระจายในชั้นหนังแท้ ทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

  • เหมาะกับ: ผิวที่ขาดความยืดหยุ่น ริ้วรอย และความหย่อนระดับต้นถึงปานกลาง โดยเฉพาะกรอบหน้า แก้ม คาง และลำคอ

  • ข้อจำกัดที่ต้องรู้: ทำงานกับคุณภาพและความตึงของผิวเป็นหลัก ไม่ได้ยกชั้นพังผืดลึกเท่ากลุ่มอัลตราซาวด์โฟกัส

คลื่นวิทยุผ่านเข็ม (RF microneedling) — คนละหน้าที่กับการยกกระชับ

  • กลไก: ส่งคลื่นวิทยุผ่านเข็มขนาดเล็กลงสู่ชั้นหนังแท้

  • เหมาะกับ: ผิวไม่เรียบ รูขุมขน เม็ดสี และรอยแดง

  • ต้องเข้าใจให้ตรง: ช่วยเรื่อง คุณภาพผิว เป็นหลัก ไม่ได้ยกโครงหน้าแบบกลุ่มอัลตราซาวด์ลึก

เลเซอร์แบบแฟรกชัน — ปรับพื้นผิว ไม่ใช่ยกกระชับ

  • กลไก: สร้างจุดบาดเจ็บขนาดเล็กเป็นตาราง โดยเว้นเนื้อเยื่อดีไว้ระหว่างจุด เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมผิว

  • เหมาะกับ: หลุมสิว ผิวไม่เรียบ การฟื้นฟูพื้นผิว

  • ต้องเข้าใจให้ตรง: เป็นการปรับ พื้นผิว ไม่ใช่การยกกระชับ

ทำไมสองกลุ่มท้ายนี้สำคัญ: ถ้าเข้าใจผิดว่าเป็นการยกกระชับ จะรู้สึกว่า "ทำแล้วไม่เห็นยก" ทั้งที่เทคโนโลยีทำงานตรงตามหน้าที่ของมันแล้ว

ผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

หัตถการพลังงานทุกชนิดมีความเสี่ยง ไม่มีอันไหนที่ "ไม่มีผลข้างเคียงเลย"

พบได้บ่อยและมักหายเอง

  • แดง บวม ร้อน ในช่วงหลังทำ

  • รู้สึกตึงหรือระบมเวลากดในช่วงแรก

  • รอยจ้ำเล็ก ๆ ในบางราย โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เข็ม

พบน้อยแต่ต้องรู้

  • รอยไหม้หรือตุ่มน้ำ จากพลังงานที่สูงเกินไปหรือหัวจ่ายพลังงานสัมผัสผิวไม่สม่ำเสมอ

  • การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี ทั้งคล้ำขึ้นและจางลง พบได้มากขึ้นในผิวสีเข้มและเมื่อไม่กันแดดหลังทำ

  • อาการชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว จากการกระทบเส้นประสาท ซึ่งมักฟื้นตัวได้แต่ต้องติดตาม

  • ไขมันใต้ผิวยุบเป็นหย่อม ในรายที่ได้รับพลังงานผิดชั้นหรือผิดตำแหน่ง

  • กระตุ้นเริมกำเริบ ในผู้ที่มีประวัติเริมที่ปาก ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า

ความเสี่ยงลดลงชัดเจนเมื่อ ทำโดยแพทย์ที่ประเมินความหนาผิวและกำหนดพลังงานเอง ใช้เครื่องที่ได้มาตรฐาน และผู้รับบริการแจ้งประวัติครบถ้วน

ใครไม่เหมาะ และข้อควรระวัง

  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ข้อมูลความปลอดภัยยังจำกัด โดยทั่วไปจึงเลื่อนออกไปก่อน

  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือผื่นอักเสบบริเวณที่จะทำ ควรรักษาให้หายก่อน

  • ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

  • ผู้ที่ใช้ยาไอโซเตรทติโนอินอยู่หรือเพิ่งหยุด ต้องแจ้งแพทย์ เพราะมีผลต่อการหายของแผล

  • ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ต้องแจ้งก่อน โดยเฉพาะกลุ่มคลื่นวิทยุ

  • ผู้ที่มีฟิลเลอร์หรือวัสดุเสริมในบริเวณที่จะทำ ต้องแจ้งชนิดและเวลาที่ทำ

  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตนเองที่กำลังกำเริบ

  • ผู้ที่คาดหวังผลเท่าการผ่าตัด ควรได้คุยกันให้ตรงกันก่อน ไม่เช่นนั้นจะผิดหวังแม้ผลออกมาตามที่ควรจะเป็น

ความคาดหวังที่เป็นจริง

พูดกันตรง ๆ เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุของความไม่พอใจมากที่สุด

  • ไม่เห็นผลทันทีในวันที่ทำ ความรู้สึกตึงช่วงแรกส่วนหนึ่งมาจากอาการบวม ผลจากคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

  • มักต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง และแผนการทำขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน

  • ผลไม่ถาวร เพราะกระบวนการเสื่อมตามวัยยังดำเนินต่อ จึงต้องมีการดูแลต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ

  • ผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ ความหนาของผิว ระดับความหย่อน และการดูแลตัวเอง

  • ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัด โดยเฉพาะเมื่อความหย่อนมาจากไขมันที่เลื่อนลงมากหรือผิวส่วนเกินจำนวนมาก

วิธีวัดผลที่ตรงที่สุด คือถ่ายรูปมุมเดิม แสงเดิม ระยะเดิม ก่อนทำและตามนัด ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกในสัปดาห์แรก

เมื่อไรที่หัตถการไม่ใช่คำตอบ

นี่คือส่วนที่คลินิกส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูด แต่จำเป็นต้องพูด

เมื่อมี ผิวส่วนเกินจำนวนมาก หรือ เนื้อเยื่อเลื่อนลงมามากจนเห็นเป็นแผงชัดเจน หัตถการที่ใช้พลังงานจะให้ผลได้จำกัด เพราะกลไกของมันคือการทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ ไม่ใช่การตัดผิวส่วนเกินออก

ในกรณีเหล่านี้ การพูดคุยเรื่อง การผ่าตัดดึงหน้า กับศัลยแพทย์จะตรงกับปัญหามากกว่า และการฝืนทำหัตถการซ้ำหลายครั้งโดยหวังผลเท่าการผ่าตัด มักจบด้วยความผิดหวังและค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้ม

การได้ยินความจริงข้อนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปรึกษา ดีกว่ารู้ตอนทำไปแล้วหลายครั้ง

การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลหลังทำ

ก่อนทำ

  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติแพ้ ประวัติเริม และหัตถการที่เคยทำบริเวณใบหน้า

  • งดแกะ เกา หรือทำหัตถการอื่นที่ระคายผิวในช่วงใกล้กัน

  • หลีกเลี่ยงแดดจัดก่อนทำ เพราะผิวที่ไหม้แดดเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีมากขึ้น

หลังทำ

  • กันแดดอย่างเคร่งครัด เป็นข้อที่สำคัญที่สุดในการลดโอกาสเกิดรอยคล้ำหลังทำ

  • ใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน งดสครับและกรดผลัดผิวจนกว่าผิวจะสงบ

  • ประคบเย็นสั้น ๆ ได้ถ้ารู้สึกร้อนหรือบวม

  • ดื่มน้ำให้พอ พักผ่อนให้เพียงพอ

  • ติดต่อคลินิกทันที ถ้ามีตุ่มน้ำ แผล ปวดมากผิดปกติ ชาที่ไม่ดีขึ้น หรือหน้าเบี้ยว

สิ่งที่ทำเองได้และมีผลจริงในระยะยาว

หัตถการช่วยได้ แต่สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่กำหนดว่าผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน

  • กันแดดทุกวัน แสงแดดสะสมคือปัจจัยเร่งความหย่อนที่ควบคุมได้มากที่สุด (วิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว)

  • เลิกบุหรี่ การสูบบุหรี่รบกวนการสร้างคอลลาเจนโดยตรง

  • นอนให้พอและจัดการความเครียด

  • รักษาน้ำหนักให้คงที่ การขึ้นลงมากทำให้ผิวยืดและคืนตัวยาก

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานรองรับ เช่น กลุ่มเรตินอยด์ตามคำแนะนำของแพทย์ และมอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ยกกระชับหน้าวิธีไหนดีที่สุด

ไม่มีวิธีเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะขึ้นกับว่าความหย่อนของคุณอยู่ชั้นไหน ถ้ามาจากชั้นลึกที่พยุงโครงหน้า กลุ่มอัลตราซาวด์โฟกัสจะตรงกว่า ถ้าเป็นผิวขาดความยืดหยุ่นและริ้วรอย กลุ่มคลื่นวิทยุจะเหมาะกว่า และถ้าปัญหาหลักคือผิวไม่เรียบ การเลือกเครื่องยกกระชับจะไม่ตอบโจทย์ จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อน

ทำแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

ผลไม่ถาวร เพราะความเสื่อมตามวัยยังดำเนินต่อไป ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ สภาพผิวเริ่มต้น ชนิดของหัตถการ และการดูแลตัวเองโดยเฉพาะการกันแดด แพทย์จะประเมินและวางแผนการดูแลต่อเนื่องเป็นรายบุคคล

ทำครั้งเดียวเห็นผลเลยไหม

โดยทั่วไปไม่ ความรู้สึกตึงในช่วงแรกส่วนหนึ่งมาจากอาการบวม ส่วนผลจากคอลลาเจนที่สร้างใหม่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และหลายกรณีต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งตามแผนที่แพทย์กำหนด

เจ็บไหม และต้องพักฟื้นนานไหม

ระดับความรู้สึกต่างกันตามชนิดของหัตถการ ตำแหน่งที่ทำ และความไวของแต่ละคน ส่วนใหญ่พักฟื้นระยะสั้น อาจมีแดงหรือบวมในช่วงหลังทำแล้วดีขึ้นเอง แพทย์จะอธิบายสิ่งที่คาดว่าจะเจอก่อนเริ่มทุกครั้ง

หน้าหย่อนมากแล้ว ทำเลเซอร์แทนการผ่าตัดได้ไหม

ถ้ามีผิวส่วนเกินจำนวนมากหรือเนื้อเยื่อเลื่อนลงมากจนเห็นเป็นแผงชัดเจน หัตถการที่ใช้พลังงานจะให้ผลได้จำกัด เพราะไม่ได้ตัดผิวส่วนเกินออก กรณีเหล่านี้การปรึกษาเรื่องการผ่าตัดจะตรงกับปัญหามากกว่า และควรคุยให้ชัดตั้งแต่ครั้งแรกที่ประเมิน

อายุเท่าไรถึงควรเริ่ม

ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับสภาพผิวและระดับความหย่อนของแต่ละคน มากกว่าตัวเลขอายุ สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอคือการกันแดดสม่ำเสมอและไม่สูบบุหรี่ ซึ่งมีผลต่อความหย่อนในระยะยาวชัดเจน

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

การเลือกวิธียกกระชับที่ตรงกับชั้นที่หย่อนจริง ช่วยให้ไม่เสียเวลาและไม่เสียค่าใช้จ่ายไปกับสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ การประเมินโดยแพทย์จะดูทั้งความหนาของผิว ระดับความหย่อน และปัจจัยเสี่ยงเฉพาะตัว ก่อนวางแผนร่วมกัน

Siam Dermatology มีที่เดียวบนถนนเทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ไม่มีสาขาในบางนา ขับรถจากเซ็นทรัล บางนาราว 9.5 กม. แพทย์เป็นผู้ประเมินและทำเองทุกเครื่องยกกระชับ

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังได้ที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือทักไลน์ @siamderm

คำเตือน: การทำหัตถการเพื่อยกกระชับผิวมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง และอาจเกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรได้รับการประเมินและทำโดยแพทย์ทุกครั้ง

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 27 สิงหาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ไขมันที่เปลือกตา (Xanthelasma) คืออะไร อันตรายไหม และรักษาอย่างไร

ไขมันที่เปลือกตา Xanthelasma คืออะไร เกี่ยวกับไขมันในเลือดไหม แยกจากสิวข้าวสารและสิวหิน พร้อมเปรียบเทียบวิธีรักษา ความเสี่ยง และการกลับเป็นซ้ำ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page