บริการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ — Siam Dermatology สมุทรปราการ
อัปเดตเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา
คลินิกเฉพาะทางผิวหนัง Siam Dermatology ตรวจและรักษาฝ้า (melasma) โดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ตั้งอยู่ที่ถนนเทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ห่างจากเซ็นทรัล บางนา ราว 9.5 กิโลเมตร หรือประมาณ 12–15 นาทีโดยรถยนต์เมื่อการจราจรปกติ ฝ้าคือภาวะที่ผิวสร้างเม็ดสีเมลานินมากเกินจนเกิดปื้นสีน้ำตาลถึงเทาบนใบหน้าสองข้าง พบบ่อยที่โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก และเหนือริมฝีปาก ตัวกระตุ้นหลักคือแสงแดด ฮอร์โมน และพันธุกรรม
ฝ้าเป็นโรคที่ควบคุมให้จางลงได้ แต่กลับมาเข้มใหม่ได้ถ้าตัวกระตุ้นยังอยู่ หน้านี้จึงตอบสามเรื่องที่คนแถวสมุทรปราการและบางนาถามบ่อย คือคลินิกอยู่ที่ไหน ใครเป็นผู้ตรวจ และการรักษาฝ้าทำอย่างไรเป็นขั้นตอน ส่วนเกณฑ์เลือกคลินิกโดยทั่วไป อ่านได้ที่ รักษาฝ้าที่ไหนดี แถวกรุงเทพ–สมุทรปราการ
ข้อมูลคลินิกโดยย่อ
ชื่อ: คลินิกเฉพาะทางผิวหนัง Siam Dermatology (สยาม เดอร์มาโทโลจี) ชื่อเดิม คลินิกหมอภัทร
ที่อยู่: 536/1 หมู่ 3 ถนนเทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
แพทย์ผู้ตรวจ: นพ. ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ใบอนุญาตเลขที่ ว.54323
เวลาตรวจโรค: จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ 16:30–20:00 น. วันพุธแผนกตรวจโรคหยุด
เวลาเปิดอื่น: เลเซอร์และศัลยกรรมผิวหนัง จันทร์–ศุกร์ 11:00–16:00 น. · เสาร์–อาทิตย์ 08:30–16:00 น.
รถไฟฟ้า: สถานีทิพวัล รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ราว 750 เมตร
ติดต่อ: โทร 061-448-7000 · LINE @siamderm
ตรวจอะไรก่อนเริ่มรักษาฝ้า
แผนรักษาเปลี่ยนไปตามชนิดของฝ้าและตัวกระตุ้น การตรวจครั้งแรกจึงตั้งใจตอบ 4 คำถามนี้ก่อนเลือกยาหรือหัตถการ
ใช่ฝ้าจริงหรือไม่ รอยคล้ำบนหน้ามีหลายโรค เช่น กระแดด รอยดำหลังอักเสบ และปานชั้นลึก แต่ละโรคตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน
เม็ดสีอยู่ลึกแค่ไหน การประเมินมาตรฐานคือดูหน้าในแสงที่เพียงพอ ร่วมกับแสงอัลตราไวโอเลตคลื่นยาวหรือกล้องขยายผิวเมื่อจำเป็น
อะไรกระตุ้นอยู่ ถามเรื่องยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนทดแทน การตั้งครรภ์ ยาที่กินประจำ เวลาที่อยู่กลางแจ้ง และครีมที่ทาอยู่ทุกตัว
มีข้อห้ามอะไรหรือไม่ เช่น กำลังตั้งครรภ์หรือให้นม เคยมีลิ่มเลือดอุดตัน ผิวแพ้ง่าย หรือใช้ยาสเตียรอยด์ทาหน้ามานาน
ควรนำครีมที่ใช้อยู่มาด้วย รวมทั้งครีมที่ซื้อทางออนไลน์ เพราะส่วนผสมบางอย่างทำให้ผิวคล้ำลงหรือบางลงโดยไม่รู้ตัว หากต้องการรู้จักตัวโรคละเอียดขึ้น อ่าน ฝ้า เกิดจากอะไร และแยกจากรอยอื่นอย่างไร
ฝ้าตื้น (Epidermal melasma)
ลักษณะ: ปื้นสีน้ำตาลขอบค่อนข้างชัด ที่แก้ม หน้าผาก หรือเหนือริมฝีปาก
สาเหตุ: เม็ดสีสะสมในหนังกำพร้า กระตุ้นด้วยแดด ฮอร์โมน และการระคายเคือง
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย ไม่เร่งด่วน และมักตอบสนองต่อยาทาร่วมกับกันแดดชนิดมีสี โดยเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 8–12 สัปดาห์
เมื่อไรต้องพบแพทย์: เมื่อทาครีมเองเกิน 8 สัปดาห์แล้วไม่จาง ฝ้าเข้มขึ้น หรือผิวแดงแสบจากครีม
ฝ้าลึก (Dermal melasma)
ลักษณะ: ปื้นสีเทาอมน้ำตาลหรืออมฟ้า ขอบไม่ชัด
สาเหตุ: เม็ดสีตกลงไปอยู่ในหนังแท้ ซึ่งยาทาเข้าถึงได้จำกัด
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย แต่จางช้า ต้องวางแผนต่อเนื่องเป็นเดือน การใช้เลเซอร์พลังงานสูงอาจทำให้เข้มขึ้น
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ก่อนเริ่มเลเซอร์หรือหัตถการใด ๆ เพราะต้องแยกจากปานชั้นลึกก่อน อ่านเพิ่มที่ ฝ้าลึกกับฝ้าตื้น ต่างกันอย่างไร
ฝ้าผสม (Mixed melasma)
ลักษณะ: บางส่วนน้ำตาลเข้ม บางส่วนเทา อยู่บนปื้นเดียวกัน เป็นแบบที่พบได้บ่อยในผิวคนไทย
สาเหตุ: มีเม็ดสีทั้งในหนังกำพร้าและหนังแท้ มักมีแดดสะสมและหลอดเลือดฝอยร่วมด้วย
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย ส่วนตื้นจางก่อน ส่วนลึกจางช้า จึงอาจดูเหมือนรักษาไม่ไปต่อในช่วงหลัง
เมื่อไรต้องพบแพทย์: เมื่อใช้ยาทาครบ 12 สัปดาห์แล้วดีขึ้นไม่พอ หรือเคยทำเลเซอร์แล้วฝ้าเข้มขึ้น ดูแนวทางต่อที่ รักษาฝ้าไม่จาง ทำอย่างไรต่อ
ฝ้าช่วงตั้งครรภ์และหลังเริ่มยาคุม
ลักษณะ: ฝ้าเพิ่งขึ้นหรือเข้มเร็วในช่วงตั้งครรภ์ หรือภายในไม่กี่เดือนหลังเริ่มยาฮอร์โมน
สาเหตุ: เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี ร่วมกับแสงแดด
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย ฝ้าจากการตั้งครรภ์บางส่วนจางเองใน 6–12 เดือนหลังคลอด ระหว่างตั้งครรภ์ใช้กันแดดชนิดมีสีเป็นหลัก และแพทย์อาจพิจารณากรดอะเซลาอิก โดยเลี่ยงไฮโดรควิโนน เทรทิโนอิน และยากินทราเนซามิก
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ก่อนใช้ยาลดเม็ดสีทุกชนิดระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นม ถ้าสงสัยว่ายาคุมเป็นตัวกระตุ้น ให้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เรื่องวิธีคุมกำเนิด ห้ามหยุดยาเองโดยไม่มีวิธีทดแทน
กระแดด (Solar lentigines)
ลักษณะ: จุดสีน้ำตาลขอบชัด ขนาดไม่กี่มิลลิเมตรถึงราว 1–2 เซนติเมตร แยกเป็นจุด ไม่เป็นปื้นสองข้างแบบฝ้า
สาเหตุ: แสงแดดสะสมหลายปี พบมากในวัยกลางคนขึ้นไป
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย ตอบสนองต่อเลเซอร์ต่างจากฝ้ามาก การใช้สูตรเดียวกันทั้งใบหน้าจึงอาจทำให้ฝ้าที่อยู่ข้างกันเข้มขึ้น
เมื่อไรต้องพบแพทย์: เมื่อจุดโตเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ ขอบขรุขระ หรือแตกเป็นแผล ซึ่งต้องตรวจแยกมะเร็งผิวหนัง ไม่ควรเลเซอร์ก่อนตรวจ อ่าน กระแดดต่างจากฝ้าอย่างไร
รอยดำหลังอักเสบ (Post-inflammatory hyperpigmentation)
ลักษณะ: รอยสีน้ำตาลถึงดำตรงจุดที่เคยเป็นสิว ผื่น แผล หรือไหม้จากหัตถการ
สาเหตุ: การอักเสบกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีเพิ่ม พบได้ง่ายในผิวคล้ำ
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย มักจางเองในหลายสัปดาห์ถึง 6–12 เดือน หากควบคุมต้นเหตุและกันแดดได้
เมื่อไรต้องพบแพทย์: เมื่อยังมีสิวหรือผื่นขึ้นใหม่ เพราะต้องรักษาต้นเหตุก่อน รายละเอียดอยู่ใน รอยดำหลังอักเสบ
ปานโอตะและปานฮอริ (Nevus of Ota, Hori's nevus)
ลักษณะ: จุดหรือปื้นสีเทาฟ้าถึงน้ำตาลเทา ปานโอตะมักเป็นข้างเดียว อาจมีรอยสีที่ตาขาว ส่วนปานฮอริมักขึ้นที่โหนกแก้มสองข้างเป็นจุดเล็ก ๆ ในวัยผู้ใหญ่
สาเหตุ: มีเซลล์สร้างเม็ดสีอยู่ในหนังแท้ ไม่ได้เกิดจากการสร้างเม็ดสีมากแบบฝ้าทั่วไป
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่เร่งด่วน แต่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นฝ้าลึก ทำให้ทายาฝ้าไปนานโดยไม่จาง
เมื่อไรต้องพบแพทย์: เมื่อทายาฝ้าครบ 3–4 เดือนแล้วสียังเท่าเดิม หรือมีรอยสีที่ตาขาวร่วมด้วย
รอยคล้ำจากครีมหน้าขาวและเครื่องสำอาง
ลักษณะ: ผิวคล้ำขึ้นหลังทาครีมนาน บางรายมีปื้นน้ำเงินเทาเป็นจุดเล็ก ๆ (exogenous ochronosis) บางรายคล้ำเป็นตาข่ายรอบหน้า (Riehl's melanosis) หรือผิวบางแดงจากสเตียรอยด์
สาเหตุ: ไฮโดรควิโนนที่ใช้ต่อเนื่องนานเกิน สเตียรอยด์ที่ไม่ได้ระบุบนฉลาก ปรอท หรือการแพ้น้ำหอมและส่วนผสมในเครื่องสำอาง
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่ฉุกเฉินในรายส่วนใหญ่ แต่การทาต่อทำให้แย่ลง และการหยุดสเตียรอยด์ทันทีอาจทำให้ผื่นกำเริบ จึงควรมีแพทย์วางแผนหยุดยา
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทันทีที่รู้สึกว่าครีมที่ใช้ทำให้หน้าแดง แสบ หรือคล้ำขึ้น และควรนำครีมมาให้แพทย์ดูด้วย
กันแดดสำหรับคนเป็นฝ้า
กันแดดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่ขั้นตอนเสริม ถ้าส่วนนี้ขาด ยาทาและเลเซอร์มักรักษาผลไว้ได้ยาก
เลือกชนิด SPF 50 ขึ้นไป PA++++ และควรเป็น ชนิดมีสีที่มีไอรอนออกไซด์ (iron oxide) เพราะแสงที่มองเห็นได้กระตุ้นฝ้าในผิวคนเอเชียได้
ทาหน้าและลำคอปริมาณราว 2 ข้อนิ้ว ก่อนออกแดด 15 นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง
ใส่หมวกปีกกว้าง หลบแดดช่วง 10:00–16:00 น. และทาแม้ขับรถหรือนั่งริมหน้าต่าง
อ่านวิธีเลือกเพิ่มที่ ครีมกันแดด เลือกอย่างไร
การรักษาฝ้าด้วยยาทา ชื่อยา ความแรง และระยะเวลา
ยาทาคือการรักษาหลักของฝ้าส่วนใหญ่ แพทย์จะเลือกตามชนิดของฝ้า การตั้งครรภ์ และความไวของผิว ข้อมูลต่อไปนี้มีไว้เพื่อให้เข้าใจแผนการรักษา การเลือกยาและการสั่งยาเป็นหน้าที่ของแพทย์
ยาสูตรผสมสามตัว (triple combination): ไฮโดรควิโนน (hydroquinone) 4% เทรทิโนอิน (tretinoin) 0.05% และฟลูโอซิโนโลน อะเซโทไนด์ (fluocinolone acetonide) 0.01% ทาเฉพาะบริเวณฝ้าก่อนนอนวันละ 1 ครั้ง ราว 8 สัปดาห์ แล้วแพทย์ประเมินเพื่อลดลง ช่วงแรกอาจแดงลอกเล็กน้อย
ไฮโดรควิโนน (hydroquinone) 2–4%: ทาก่อนนอน เห็นผลชัดที่ 8–12 สัปดาห์ ใช้ต่อเนื่องไม่เกิน 3–4 เดือนแล้วพักหรือเปลี่ยนยา ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ถ้าผิวรอบฝ้าขาวเป็นวงหรือแสบมากให้หยุดและกลับมาตรวจ
กรดอะเซลาอิก (azelaic acid) 15–20%: ทาวันละ 2 ครั้ง 12–24 สัปดาห์ เหมาะกับผู้ที่มีสิวร่วม อาจแสบคันชั่วคราวช่วงแรก
เทรทิโนอิน (tretinoin) 0.025–0.05%: ออกฤทธิ์ช้า มักต้องใช้นานถึง 24 สัปดาห์ ห้ามใช้เมื่อตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์
ซิสเทียมีน (cysteamine) 5%: ทา 15 นาทีแล้วล้างออก วันละ 1 ครั้ง นาน 16 สัปดาห์ เป็นทางเลือกเมื่อไม่ควรใช้ไฮโดรควิโนน
ยาเสริม: กรดโคจิก (kojic acid) 1–4% ไนอะซินาไมด์ (niacinamide) 4–5% และกรดทราเนซามิกชนิดทา 2–5% ใช้เสริมหรือใช้ในช่วงคุมอาการ
สิ่งที่ใช้ตัดสินว่าได้ประโยชน์คือสีและพื้นที่ของฝ้าเมื่อเทียบกับตอนเริ่ม ณ สัปดาห์ที่ 8–12 ถ้ายังไม่ขยับ แพทย์จะทบทวนการวินิจฉัย การกันแดด และเปลี่ยนแผน เปรียบเทียบยาหลักแต่ละตัวได้ที่ ไฮโดรควิโนน ทราเนซามิก และซิสเทียมีน ต่างกันอย่างไร
ยากินทราเนซามิกในฝ้า
กรดทราเนซามิก (tranexamic acid) ชนิดรับประทาน เป็นทางเลือกในฝ้าปานกลางถึงรุนแรงหรือฝ้าที่ดื้อต่อยาทา เป็นการใช้นอกข้อบ่งใช้ที่ขึ้นทะเบียน แพทย์จึงต้องซักประวัติก่อนทุกครั้ง
ขนาดที่ใช้บ่อยในการศึกษา: 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 8–12 สัปดาห์ เริ่มเห็นผลราวสัปดาห์ที่ 4–8 และใช้ร่วมกับยาทาและกันแดด
ห้ามหรือต้องระวัง: เคยมีลิ่มเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจ กำลังใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม สูบบุหรี่จัด ตั้งครรภ์หรือให้นม
อาการที่ต้องหยุดยาและพบแพทย์ทันที: ปวดบวมน่องข้างเดียว เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือตามัวฉับพลัน
หลังหยุดยา: ฝ้าอาจกลับมาภายในไม่กี่เดือนถ้าไม่มียาทาและกันแดดรองรับ
เลเซอร์และหัตถการที่คลินิกมี
เลเซอร์เป็นตัวเสริมเมื่อยาทาและกันแดดครบ 8–12 สัปดาห์แล้วยังไม่พอ หรือในฝ้าผสมและฝ้าลึกที่ดื้อยา ไม่ใช่การรักษาแนวแรก และไม่มีเลเซอร์ชนิดใดที่ทำครั้งเดียวแล้วฝ้าหายไปถาวร ผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละคน และมักต้องทำหลายครั้งร่วมกับยาทา
เลเซอร์พิโควินาที
ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นมากเพื่อสลายเม็ดสีเป็นอนุภาคเล็ก เกิดความร้อนสะสมน้อย ในฝ้าใช้แบบพลังงานต่ำ เว้นระยะราว 2–4 สัปดาห์ต่อครั้ง และยังใช้กับกระและปานชั้นลึกบางชนิดด้วยการตั้งค่าที่ต่างกัน
คลื่นวิทยุผ่านเข็ม (RF microneedling)
ส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงหนังแท้ผ่านเข็มละเอียด มีข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจช่วยในฝ้าที่มีหลอดเลือดฝอยร่วมหรือไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น หลักฐานยังจำกัด จึงต้องประเมินเป็นรายบุคคล
เลเซอร์หลอดเลือด
พิจารณาเฉพาะรายที่มีเส้นเลือดฝอยหรือรอยแดงเด่นร่วมกับฝ้า เป็นการจัดการองค์ประกอบของหลอดเลือด ไม่ใช่ตัวหลักในการลดเม็ดสี
เลเซอร์แบบแฟรกชัน
ไม่ใช่ตัวเลือกต้น ๆ ของฝ้า เพราะการบาดเจ็บของผิวอาจกระตุ้นรอยดำและฝ้าให้เข้มขึ้นในผิวคล้ำ แพทย์จะพิจารณาเฉพาะรายที่เหมาะสมเท่านั้น
ใครควรเลื่อนหรือเลี่ยงเลเซอร์
กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นม ควรเลื่อนออกไปก่อน
ผิวไหม้แดดหรือเพิ่งออกแดดจัดมา
มีการติดเชื้อหรือผื่นอักเสบในบริเวณที่จะทำ เช่น เริมที่กำลังกำเริบ
ใช้ยาที่ทำให้ไวต่อแสงหรือเพิ่งกินยากลุ่มไอโซเทรติโนอิน ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ หรือรอยดำหลังอักเสบรุนแรง
รอยที่ยังไม่ได้แยกโรค เช่น จุดที่โตเร็วหรือสีไม่สม่ำเสมอ ควรตรวจก่อน และอาจต้องตัดชิ้นเนื้อ
ตัวฝ้าเองไม่ใช่โรคที่รักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดเหมาะกับกรณีที่ต้องตัดรอยที่สงสัยไปตรวจชิ้นเนื้อเท่านั้น
ผลข้างเคียงและการดูแลหลังทำหัตถการ
อาการที่พบได้: แดง ร้อน และบวมเล็กน้อยไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วัน
ความเสี่ยงที่ควรรู้: ฝ้าเข้มขึ้นชั่วคราวหรือกลับมาเข้มกว่าเดิม (rebound) รอยดำหลังอักเสบ จุดขาวเป็นหย่อม (guttate hypopigmentation) หากทำถี่หรือใช้พลังงานไม่เหมาะ แผลหรือตุ่มน้ำซึ่งพบไม่บ่อย
การดูแล: ล้างหน้าเบา ๆ ทามอยส์เจอไรเซอร์ กันแดดทุกวัน งดสครับและกรดผลัดเซลล์ราว 3–5 วันหรือตามที่แพทย์แนะนำ และใช้ยาทาที่แพทย์สั่งต่อ
กลับมาพบแพทย์เมื่อ: มีตุ่มน้ำ หนอง ปวดมากขึ้น หรือรอยเข้มลงเรื่อย ๆ หลังทำ 2–4 สัปดาห์
ทำไมฝ้ากลับเป็นซ้ำ และการคุมระยะยาว
ฝ้าเป็นภาวะเรื้อรัง เซลล์สร้างเม็ดสีบริเวณนั้นยังไวต่อการกระตุ้นแม้สีจางลงแล้ว สาเหตุที่พบบ่อยของการกลับมาคือ
ทากันแดดไม่พอหรือใช้ชนิดไม่มีสี โดยเฉพาะช่วงเดินทางหรือทำงานกลางแจ้ง
ฮอร์โมนยังเป็นตัวกระตุ้น เช่น ยาคุมกำเนิดหรือการตั้งครรภ์
หยุดยาคุมฝ้าทันทีหลังสีจาง โดยไม่มีแผนต่อ
ทำเลเซอร์ถี่หรือแรงเกิน แล้วเกิดการอักเสบ
ใช้ครีมที่ระคายเคือง หรือถูและขัดหน้าแรง
เมื่อสีจางถึงเป้าแล้ว แพทย์มักลดยาหลักลงเป็นยาคุมอาการที่ปลอดภัยต่อการใช้ระยะยาวกว่า และนัดประเมินเป็นระยะ โดยทั่วไปการรักษาระยะแรกใช้เวลาราว 3–6 เดือน ส่วนการกันแดดต้องทำต่อเนื่อง
แพทย์ผู้ตรวจ
นพ. ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมเลขที่ ว.54323 ได้รับวุฒิบัตรแพทย์เฉพาะทางด้านตจวิทยา และผ่านการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านที่สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ผู้อ่านตรวจสอบรายชื่อแพทย์และเลขใบอนุญาตได้จากเว็บไซต์แพทยสภา
การตรวจฝ้าและการตัดสินใจเรื่องยาหรือหัตถการทำโดยแพทย์ทุกครั้ง โดยดูจากชนิดของฝ้า ประวัติ และข้อห้ามของแต่ละคน
เวลาตรวจฝ้า และการเตรียมตัว
จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์: ตรวจโรค 16:30–20:00 น.
วันพุธ: แผนกตรวจโรคหยุด
จันทร์–ศุกร์ 11:00–16:00 น.: เลเซอร์และศัลยกรรมผิวหนัง
เสาร์–อาทิตย์: เปิด 08:30–16:00 น.
ถ้าเป็นการมาครั้งแรก ควรล้างเครื่องสำอางออกได้สะดวก นำครีมทุกตัวและรายการยาที่ใช้อยู่มาด้วย แจ้งแพทย์หากกำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ และโทรยืนยันเวลาตรวจล่วงหน้าที่ 061-448-7000
การเดินทางจากบางนา แบริ่ง และสำโรง
จากบางนา: จากเซ็นทรัล บางนา ราว 9.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 12–15 นาทีโดยรถยนต์เมื่อการจราจรปกติ ไปยังถนนเทพารักษ์
จากสำโรง: นั่งรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจากสถานีสำโรงไปสถานีทิพวัล 1 สถานี แล้วเดินหรือนั่งรถต่อราว 750 เมตร
จากแบริ่ง: นั่ง BTS จากสถานีแบริ่งไปสถานีสำโรง แล้วเปลี่ยนเป็นสายสีเหลืองไปสถานีทิพวัล
จากตัวเมืองสมุทรปราการ: ใช้ถนนเทพารักษ์เป็นเส้นหลัก
เวลาเดินทางจริงขึ้นกับการจราจร โดยเฉพาะช่วงเย็นซึ่งตรงกับเวลาตรวจโรค ควรเผื่อเวลาเดินทาง
สรุปสั้น ๆ
คลินิกเฉพาะทางผิวหนัง Siam Dermatology อยู่ถนนเทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ห่างจากเซ็นทรัล บางนาราว 9.5 กิโลเมตร
แพทย์ผู้ตรวจคือ นพ. ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ว.54323 วันพุธแผนกตรวจโรคหยุด
ต้องแยกให้ได้ก่อนว่าเป็นฝ้าตื้น ลึก ผสม หรือโรคที่คล้ายฝ้า เพราะการรักษาต่างกัน
กันแดดชนิดมีสีและยาทาเป็นหลัก ยาสูตรผสมสามตัวใช้ราว 8 สัปดาห์ และประเมินผลที่ 8–12 สัปดาห์
เลเซอร์เป็นตัวเสริม ต้องประเมินโดยแพทย์ มีความเสี่ยง และผลขึ้นกับแต่ละบุคคล
จุดที่โตเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ หรือเป็นแผล ควรตรวจก่อนรักษาทุกกรณี
คำถามที่พบบ่อยเรื่องคลินิกรักษาฝ้า สมุทรปราการ บางนา
คลินิกรักษาฝ้า สมุทรปราการ บางนา ที่ตรวจโดยแพทย์ผิวหนัง อยู่ตรงไหน
คลินิกเฉพาะทางผิวหนัง Siam Dermatology อยู่เลขที่ 536/1 หมู่ 3 ถนนเทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 ห่างจากเซ็นทรัล บางนาราว 9.5 กิโลเมตร และห่างจากสถานีทิพวัล รถไฟฟ้าสายสีเหลืองราว 750 เมตร ผู้ตรวจคือ นพ. ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ใบอนุญาตเลขที่ ว.54323
ตรวจฝ้าวันไหนได้บ้าง วันพุธเปิดไหม
แผนกตรวจโรคเปิดวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และศุกร์ เวลา 16:30–20:00 น. วันพุธแผนกตรวจโรคหยุด ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์คลินิกเปิด 08:30–16:00 น. เลเซอร์และศัลยกรรมผิวหนังในวันธรรมดาอยู่ช่วง 11:00–16:00 น. เนื่องจากเวลาอาจเปลี่ยนในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรโทรยืนยันที่ 061-448-7000 ก่อนเดินทาง
ฝ้าแบบนี้ต้องเลเซอร์ไหม หรือทายาอย่างเดียวพอ
ฝ้าส่วนใหญ่เริ่มจากกันแดดชนิดมีสีและยาทาก่อน เช่น ยาสูตรผสมสามตัวราว 8 สัปดาห์ หรือกรดอะเซลาอิก 15–20% นาน 12–24 สัปดาห์ เลเซอร์พิโควินาทีแบบพลังงานต่ำเป็นตัวเสริมเมื่อผ่านไป 8–12 สัปดาห์แล้วยังไม่พอ หรือเมื่อเป็นฝ้าผสมและฝ้าลึกที่ดื้อยา ต้องทำร่วมกับยาทา มีความเสี่ยงที่ฝ้าจะเข้มขึ้น แพทย์จึงต้องประเมินก่อนทุกครั้ง
รักษาฝ้ากี่เดือนถึงจะเห็นผล
โดยทั่วไปเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ 8–12 สัปดาห์ และการรักษาระยะแรกมักใช้เวลาราว 3–6 เดือน ฝ้าตื้นมักตอบสนองเร็วกว่า ส่วนฝ้าลึกและฝ้าผสมใช้เวลานานกว่าและบางส่วนอาจไม่จางทั้งหมด ถ้าใช้ยาครบ 12 สัปดาห์แล้วสีไม่ขยับ แพทย์จะทบทวนการวินิจฉัยใหม่ เพราะอาจเป็นปานชั้นลึกหรือรอยคล้ำจากครีม ไม่ใช่ฝ้า
รักษาฝ้าแล้ว ทำไมกลับมาอีก
เพราะฝ้าเป็นภาวะเรื้อรัง เซลล์สร้างเม็ดสียังไวต่อแสงแดด ฮอร์โมน และการอักเสบแม้สีจะจางแล้ว สาเหตุที่พบบ่อยคือกันแดดไม่พอหรือไม่มีสี ใช้ยาคุมต่อเนื่อง หยุดยาทันทีหลังสีจาง และทำเลเซอร์ถี่เกินไป การลดโอกาสกลับมาจึงต้องกันแดดทุกวัน คุมตัวกระตุ้น และให้แพทย์ปรับยาคุมอาการระยะยาว
แถวบางนาหรือแบริ่ง ถ้าไม่มีรถ ไปคลินิกยังไง
จากแบริ่งนั่ง BTS ไปสถานีสำโรง แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าสายสีเหลืองไปสถานีทิพวัล 1 สถานี จากนั้นเดินหรือนั่งรถต่อราว 750 เมตรถึงคลินิกบนถนนเทพารักษ์ ส่วนจากบางนาหากเรียกรถจากเซ็นทรัล บางนา ระยะทางราว 9.5 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 12–15 นาทีเมื่อการจราจรปกติ แต่ช่วงเย็นควรเผื่อเวลาเพิ่ม
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำสั่งการรักษาเฉพาะบุคคล ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การเลือกใช้ยาและหัตถการต้องได้รับการประเมินจากแพทย์
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 4 พฤศจิกายน 2569
คำเตือน: การทำเลเซอร์และหัตถการเพื่อรักษาฝ้ามีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง และอาจเกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรได้รับการประเมินและทำโดยแพทย์ทุกครั้ง



ความคิดเห็น