เชื้อราแมวติดคน เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายอาการในคน วิธีรักษา และวิธีป้องกันไม่ให้ติดซ้ำ
อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา

คนเลี้ยงแมวจำนวนมากมาพบแพทย์ด้วยประโยคเดียวกันว่า "อยู่ดี ๆ ก็มีผื่นวงแดงขึ้นที่แขน ทาครีมแล้วไม่หาย แมวที่บ้านก็ขนแหว่งเป็นวง" สิ่งที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า เชื้อราแมว ในทางการแพทย์คือ โรคกลากจากสัตว์เลี้ยง (zoonotic dermatophytosis) ซึ่งเชื้อที่พบบ่อยที่สุดจากแมวคือ Microsporum canis รองลงมาคือ Trichophyton mentagrophytes
ประเด็นที่ทำให้หลายคนรักษาไม่หายสักที ไม่ใช่เพราะยาไม่ดี แต่เพราะสามเรื่องนี้ คือ วินิจฉัยผิดตั้งแต่แรก ทายาผิดชนิดจนผื่นเปลี่ยนหน้าตา และรักษาเฉพาะคนโดยไม่ได้จัดการที่ตัวแมวและสิ่งแวดล้อม บทความนี้แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายกลไกการติดต่อ อาการในคนแยกตามตำแหน่งของร่างกาย วิธีแยกจากโรคที่หน้าตาคล้ายกัน แนวทางการรักษา และวิธีตัดวงจรการติดซ้ำในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
เชื้อราแมวคืออะไร และทำไมถึงติดมาที่คนได้
เชื้อราแมวไม่ใช่เชื้อราชนิดพิเศษที่เกิดเฉพาะในแมว แต่เป็นเชื้อรากลุ่ม เดอร์มาโทไฟต์ (dermatophyte) กลุ่มเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคกลากในคน เชื้อกลุ่มนี้ย่อยเคราตินซึ่งเป็นโปรตีนหลักของผิวหนังชั้นนอก เส้นผม และเล็บได้ จึงเติบโตอยู่บนผิวของทั้งคนและสัตว์
เชื้อ Microsporum canis จัดอยู่ในกลุ่ม zoophilic คือมีสัตว์เป็นแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ เมื่อกระโดดข้ามมาสู่คนซึ่งไม่ใช่โฮสต์ประจำ ระบบภูมิคุ้มกันของคนจะตอบสนองรุนแรงกว่าเชื้อรากลากที่ติดจากคนสู่คน ผลคือผื่นจากเชื้อราแมวมัก แดงจัด อักเสบชัด และคันมากกว่า กลากธรรมดา และในบางรายอาจมีตุ่มหนองร่วมด้วย
จุดที่ควรรู้คือ ความรุนแรงของผื่นไม่ได้แปลว่าโรคร้ายแรงกว่า แต่สะท้อนว่าภูมิคุ้มกันกำลังตอบสนองแรง ซึ่งบางครั้งกลับทำให้โรคหายง่ายกว่าเมื่อได้รับการรักษาที่ตรงจุด
เชื้อราแมวติดคนได้จริงไหม และติดง่ายแค่ไหน
ติดได้จริง และเป็นหนึ่งในโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนทางผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดในเวชปฏิบัติ แต่ "ติดได้" ไม่เท่ากับ "ทุกคนที่สัมผัสจะติด" ปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงต่างกันได้แก่
ปริมาณและความถี่ของการสัมผัส — คนที่อุ้มแมวนอนด้วยทุกคืนเสี่ยงกว่าคนที่ลูบผ่าน ๆ
สภาพผิวหนัง — ผิวที่มีรอยถลอก รอยข่วน ผื่นภูมิแพ้เดิม หรือผิวเปียกอับชื้น ทำให้เชื้อเกาะติดง่ายขึ้น
อายุและภูมิคุ้มกัน — เด็กเล็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำติดง่ายกว่าและมักเป็นบริเวณกว้างกว่า
แหล่งที่มาของแมว — ลูกแมวที่เพิ่งรับมาจากข้างถนน จากศูนย์พักพิง หรือแมวขนยาวบางสายพันธุ์ มีรายงานการเป็นพาหะสูงกว่า
แมวที่บ้านดูปกติดี ทำไมเรายังติดเชื้อราได้
นี่คือคำถามที่ทำให้คนไข้จำนวนมากปฏิเสธการวินิจฉัย และเป็นจุดที่ทำให้การรักษาล้มเหลวบ่อยที่สุด
แมวสามารถเป็น พาหะที่ไม่แสดงอาการ (asymptomatic carrier) ได้ คือมีสปอร์ของเชื้อราติดอยู่ที่ขนโดยที่ผิวหนังไม่มีรอยโรคให้เห็นเลย ขนที่ร่วงตามธรรมชาติจะพาสปอร์ไปตกตามที่นอน โซฟา พรม และเสื้อผ้า
ดังนั้นการที่แมวขนสวยไม่แหว่ง ไม่สามารถใช้ตัดโรคนี้ออกได้ และถ้าผื่นของคนในบ้านเข้าได้กับกลาก การให้สัตวแพทย์ตรวจแมวโดยตรงมีประโยชน์มากกว่าการดูด้วยตาเปล่า
เชื้อราแมวติดคนทางไหนได้บ้าง
สัมผัสตัวสัตว์โดยตรง — อุ้ม กอด ให้เลีย นอนด้วย เป็นเส้นทางที่พบบ่อยที่สุด
สัมผัสขนที่ร่วง — สปอร์ปนอยู่ในขนที่ตกตามบ้าน แม้ไม่ได้แตะตัวแมวก็ติดได้
ของใช้ร่วม — ผ้าห่ม ที่นอนสัตว์ เบาะรถ กรง แปรงหวีขน กรรไกรตัดขน
คนสู่คน — เมื่อคนหนึ่งในบ้านติดแล้ว สามารถแพร่ต่อผ่านผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าได้
สิ่งแวดล้อม — สปอร์ของ Microsporum canis ทนทานและอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน ซึ่งเป็นเหตุผลที่การติดซ้ำเกิดขึ้นบ่อยแม้รักษาคนหายแล้ว
เชื้อราแมวติดคนกี่วันขึ้น
โดยทั่วไปผื่นจะเริ่มปรากฏหลังสัมผัสเชื้อประมาณ 1 ถึง 3 สัปดาห์ บางรายอาจเร็วกว่าหรือช้ากว่านี้ ระยะฟักตัวที่ค่อนข้างนานนี้เป็นสาเหตุที่คนไข้จำนวนมากนึกไม่ออกว่าไปรับเชื้อมาจากไหน และมักโยงผื่นไปเข้ากับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดเมื่อวานแทน
เมื่อซักประวัติ แพทย์จึงถามย้อนหลังถึงหนึ่งเดือน ไม่ใช่แค่สัปดาห์ที่ผ่านมา และถามถึงลูกแมวตัวใหม่ การไปคาเฟ่แมว หรือการไปเยี่ยมบ้านญาติที่เลี้ยงสัตว์ด้วย
อาการเชื้อราแมวในคน หน้าตาเป็นแบบไหน
ลักษณะร่วมที่ใช้สังเกตได้คือ
ผื่นเป็น วงหรือรูปโค้ง ขอบนูนแดงชัดกว่าตรงกลาง
ขอบมีขุยละเอียด และบางครั้งมีตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเรียงตามขอบ
ตรงกลางวงมักดูจางลงหรือเรียบกว่า ทำให้เห็นเป็นวงแหวน
คัน มักคันชัดเจน โดยเฉพาะเวลาเหงื่อออกหรืออากาศร้อน
ผื่นค่อย ๆ ขยายวงออกด้านนอก ไม่ใช่อยู่นิ่ง
มักเกิดที่ ผิวหนังส่วนที่เปิดและสัมผัสสัตว์ เช่น แขนท่อนล่าง หน้าอก คอ ใบหน้า
ต่อไปนี้คือลักษณะแยกตามตำแหน่งของร่างกาย ซึ่งสำคัญเพราะแนวทางการรักษาต่างกันจริง
ผื่นที่ลำตัว แขน และขา (Tinea corporis)
ลักษณะ — วงแดงขอบนูนมีขุย ขนาดตั้งแต่ไม่กี่มิลลิเมตรจนถึงหลายเซนติเมตร อาจมีหลายวงและวงซ้อนกันจนเสียรูปวงแหวน มักพบที่แขนท่อนล่าง หน้าท้อง หน้าอก และต้นขา ตรงตำแหน่งที่อุ้มสัตว์
สาเหตุ — การสัมผัสตัวสัตว์หรือขนที่ร่วงโดยตรงกับผิวหนังที่ไม่มีเสื้อผ้าคลุม
ความรุนแรง — เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดและตอบสนองต่อยาทาได้ดีที่สุด ถ้ารักษาถูกตั้งแต่ต้น
เมื่อไรต้องพบแพทย์ — เมื่อผื่นมีมากกว่า 2 ถึง 3 วง เมื่อกินพื้นที่กว้าง หรือเมื่อทายาต้านเชื้อราต่อเนื่อง 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น
ผื่นที่ใบหน้า คอ และรอบดวงตา (Tinea faciei)
ลักษณะ — มักไม่เป็นวงชัดเหมือนที่ลำตัว แต่เป็นปื้นแดงขอบไม่คม มีขุยบาง คันหรือแสบเมื่อโดนแดด จึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผื่นแพ้ ผื่นเซ็บเดิร์ม หรือแพ้เครื่องสำอางบ่อยมาก
สาเหตุ — การเอาหน้าไปแนบตัวแมว การให้แมวนอนบนหมอนหรือหน้าอก
ความรุนแรง — ผิวหน้าบางและมักได้รับครีมสเตียรอยด์มาก่อนโดยเข้าใจว่าเป็นผื่นแพ้ ทำให้ผื่นเปลี่ยนหน้าตาและวินิจฉัยยากขึ้น
เมื่อไรต้องพบแพทย์ — ผื่นบนใบหน้าที่เป็นเรื้อรัง ลามช้า ๆ และดีขึ้นชั่วคราวเมื่อทาครีมสเตียรอยด์แล้วกลับแย่ลงเมื่อหยุด ควรได้รับการตรวจยืนยันก่อนทายาต่อ
ผื่นที่หนังศีรษะและไรผม โดยเฉพาะในเด็ก (Tinea capitis)
ลักษณะ — หนังศีรษะเป็นขุยคล้ายรังแคหนา ผมร่วงเป็นหย่อม เส้นผมในบริเวณนั้นหักสั้นติดหนังศีรษะจนเห็นเป็นจุดดำ บางรายมีก้อนบวมแดงนุ่มมีหนองซึม เรียกว่า เคอเรียน (kerion) และอาจมีต่อมน้ำเหลืองที่ท้ายทอยโต
สาเหตุ — เด็กมักเอาแก้มและศีรษะแนบตัวสัตว์ และเชื้อ Microsporum canis มีความชอบต่อเส้นผมเป็นพิเศษ
ความรุนแรง — นี่คือรูปแบบที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะถ้าปล่อยไว้จนเกิดเคอเรียน การอักเสบสามารถทำลายรูขุมขนจนเกิด ผมร่วงถาวรและแผลเป็น ได้
เมื่อไรต้องพบแพทย์ — ทันทีที่สงสัย ไม่ควรรอดูอาการ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความกลากหนังศีรษะ
ข้อสำคัญที่คนเข้าใจผิดบ่อย — กลากที่หนังศีรษะ ใช้ยาทาอย่างเดียวไม่หาย เพราะเชื้ออยู่ในรูขุมขนซึ่งยาทาลงไปไม่ถึง จำเป็นต้องใช้ยารับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์เสมอ
ผื่นที่มือ ง่ามนิ้ว และเล็บ
ลักษณะ — ที่มืออาจเป็นปื้นแดงลอกเป็นขุยที่ฝ่ามือข้างเดียว หรือเป็นวงที่หลังมือ ส่วนที่เล็บจะเห็นเล็บหนา ขุ่น เปราะ และแยกตัวจากพื้นเล็บ
สาเหตุ — มือเป็นอวัยวะที่สัมผัสสัตว์มากที่สุด และการเกาผื่นที่ตำแหน่งอื่นก็พาเชื้อมาที่มือได้
ความรุนแรง — เมื่อลามถึงเล็บ ระยะเวลารักษายาวขึ้นมาก เพราะต้องรอให้เล็บงอกใหม่
เมื่อไรต้องพบแพทย์ — เมื่อมีความผิดปกติของเล็บร่วมด้วย เพราะต้องยืนยันเชื้อก่อนเริ่มยารับประทานที่ต้องใช้เป็นเวลานาน
โรคที่หน้าตาคล้ายเชื้อราแมว แต่ไม่ใช่
นี่คือเหตุผลที่ "ผื่นเป็นวง" ไม่ควรแปลว่าเป็นเชื้อราโดยอัตโนมัติ โรคที่ต้องแยกได้แก่
[เกลื้อน](https://www.siamdermatology.com/post/เกลื้อน-เกิดจากอะไร-แพทย์ผิวหนังแยกจากด่างขาว-กลาก-และวิธีรักษาไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ) — เกิดจากเชื้อราคนละกลุ่ม เป็นดวงสีจางหรือน้ำตาลที่หน้าอกและหลัง ขุยละเอียดมาก มักไม่คันหรือคันน้อย และไม่ได้ขอบนูนเป็นวงแหวน
[ผื่นวงแหวนแกรนูโลมา แอนนูลาเร](https://www.siamdermatology.com/post/granuloma-annulare-ผื่นวงกลม-smooth-papules-ที่ไม่ใช่กลาก-วินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง) — เป็นวงเช่นกันแต่ผิว เรียบ ไม่มีขุย และมักไม่คัน พบที่หลังมือหลังเท้า
ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดเหรียญ (nummular eczema) — เป็นวงกลมแต่ตรงกลางไม่จาง มักมีน้ำเหลืองซึมและเป็นสะเก็ด คันมาก
ผื่นกุหลาบ (pityriasis rosea) — มีผื่นแม่วงใหญ่ตามด้วยผื่นเล็กกระจายตามแนวซี่โครง ไม่สัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยง
สะเก็ดเงินชนิดวง — ขุยหนาสีเงิน ขอบชัด มักสมมาตรที่ข้อศอกและเข่า
ผื่นแพ้สัมผัส — ขอบผื่นตรงกับรูปร่างของสิ่งที่สัมผัส ไม่ค่อยเป็นวงแหวนขอบนูน
การแยกด้วยตาเปล่าอย่างเดียวมีโอกาสผิดพลาดพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อผื่นเคยได้รับยามาก่อน
ทำไมทาครีมแล้วผื่นยิ่งลาม — ภาวะกลากที่ถูกอำพราง
นี่คือสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในห้องตรวจ และเป็นช่องว่างที่ข้อมูลทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตแทบไม่พูดถึง
เมื่อผื่นคัน หลายคนซื้อครีมแก้คันที่มี สเตียรอยด์ มาทา อาการคันจะดีขึ้นภายในหนึ่งถึงสองวันจริง เพราะสเตียรอยด์กดการอักเสบ แต่ในขณะเดียวกันมันก็กดภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ทำให้เชื้อราเติบโตได้เร็วขึ้น ผลลัพธ์คือ
ขอบผื่นที่เคยนูนแดงชัดกลายเป็นจาง ๆ ไม่มีขอบให้เห็น
ผื่นขยายกว้างกว่าเดิมมาก และรูปร่างผิดเพี้ยนจนไม่เป็นวง
ขุยหายไป ทำให้การขูดตรวจหาเชื้อได้ผลลบทั้งที่ยังมีเชื้ออยู่
อาการดีขึ้นทุกครั้งที่ทา และแย่ลงทุกครั้งที่หยุด
ภาวะนี้เรียกว่า tinea incognito หรือกลากที่ถูกอำพราง ครีมที่ทำให้เกิดปัญหานี้บ่อยคือครีมสูตรผสมที่มีทั้งยาต้านเชื้อราและสเตียรอยด์แรงสูงในหลอดเดียวกัน ซึ่งหาซื้อได้ง่ายและมักถูกแนะนำต่อกันมา
สิ่งที่ควรทำ — ถ้าผื่นเข้าข่ายนี้ ให้หยุดครีมสเตียรอยด์และไปพบแพทย์เพื่อยืนยันเชื้อ ไม่ควรเพิ่มความแรงของครีมเอง
แพทย์ยืนยันการวินิจฉัยด้วยวิธีใดบ้าง
การขูดผิวหนังตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (KOH preparation) — ขูดขุยที่ขอบผื่นมาหยดน้ำยาแล้วส่องดูเส้นใยของเชื้อรา ทราบผลได้ภายในไม่กี่นาที
การส่องไฟวูด (Wood's lamp) — เชื้อ Microsporum canis ส่วนหนึ่งเรืองแสงสีเขียวอมเหลืองใต้แสงชนิดนี้ ซึ่งช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยและช่วยคัดกรองสัตว์เลี้ยงได้ แต่ ผลลบไม่ตัดโรคออก เพราะไม่ใช่ทุกสายพันธุ์ที่เรืองแสง
การเพาะเชื้อรา (fungal culture) — บอกได้ว่าเป็นเชื้อสกุลใด ซึ่งมีผลต่อการเลือกยารับประทาน โดยเฉพาะในเด็กที่เป็นที่หนังศีรษะ ใช้เวลาหลายสัปดาห์
การส่องกล้องตรวจผิวหนังและเส้นผม (dermoscopy) — ช่วยดูลักษณะเส้นผมที่ผิดปกติในรายที่สงสัยกลากหนังศีรษะ
การตัดชิ้นเนื้อ — ใช้ในรายที่วินิจฉัยยากหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา
การรักษาเชื้อราแมวในคน: ยาทา
สำหรับผื่นที่ผิวหนังทั่วไป ไม่กว้างมาก และไม่ได้อยู่ที่หนังศีรษะหรือเล็บ แพทย์มักเริ่มด้วยยาทาต้านเชื้อรา
กลุ่มยาที่ใช้ได้ผลคือ กลุ่มเอโซล เช่น โคลไตรมาโซล คีโตโคนาโซล ไมโคนาโซล และ กลุ่มอัลลิลามีน เช่น เทอร์บินาฟีน
ทาให้ เลยขอบผื่นออกไปประมาณ 2 เซนติเมตร เพราะเชื้อกระจายอยู่นอกขอบที่ตาเห็น
ระยะเวลาโดยทั่วไปอยู่ที่ 2 ถึง 4 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดของยาและการตอบสนอง
ทาต่ออีก 1 ถึง 2 สัปดาห์หลังผื่นดูหายแล้ว ข้อนี้คือสาเหตุอันดับหนึ่งของการกลับเป็นซ้ำ เพราะคนส่วนใหญ่หยุดยาทันทีที่ผื่นจาง
ไม่ควรใช้ครีมสูตรผสมสเตียรอยด์ ในการรักษาโรคนี้ด้วยตนเอง
ชนิดของยา ความแรง และระยะเวลา ควรได้รับการพิจารณาโดยแพทย์ตามลักษณะและตำแหน่งของผื่นในแต่ละราย
เมื่อไรจำเป็นต้องใช้ยารับประทาน
ยาทาไม่เพียงพอในสถานการณ์ต่อไปนี้ และแพทย์จะพิจารณายารับประทานร่วมด้วย
กลากที่หนังศีรษะทุกราย เพราะเชื้ออยู่ลึกในรูขุมขน
กลากที่เล็บ
ผื่นกระจาย หลายตำแหน่งหรือกินพื้นที่กว้าง
ภาวะกลากที่ถูกอำพราง จากการใช้สเตียรอยด์มาก่อน
ผู้ที่มี ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิ
รายที่ ทายาอย่างถูกต้องแล้วยังไม่ตอบสนอง
ยาที่ใช้บ่อยได้แก่ ไกรซีโอฟูลวิน เทอร์บินาฟีน และไอทราโคนาโซล จุดที่เป็นความรู้เฉพาะทางคือ การเลือกยาขึ้นกับสกุลของเชื้อ เชื้อสกุล Microsporum ซึ่งเป็นเชื้อหลักจากแมว โดยทั่วไปตอบสนองต่อไกรซีโอฟูลวินได้ดีกว่าเทอร์บินาฟีน ในขณะที่เชื้อสกุล Trichophyton เป็นไปในทางตรงกันข้าม นี่คือเหตุผลที่การเพาะเชื้อในเด็กที่เป็นที่หนังศีรษะมีคุณค่าจริง ไม่ใช่ขั้นตอนส่วนเกิน
ยารับประทานกลุ่มนี้มีผลต่อตับและมีปฏิกิริยากับยาอื่นได้ จึงต้องสั่งจ่ายและติดตามโดยแพทย์เท่านั้น
เชื้อราแมวหายเองได้ไหม
ในทางทฤษฎี ผื่นเล็ก ๆ ในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติมีโอกาสสงบลงได้เองบ้าง แต่ในทางปฏิบัติ ไม่แนะนำให้รอ ด้วยเหตุผลสามข้อ
ระหว่างที่รอ ผื่นมักขยายวงและเพิ่มจำนวน ทำให้การรักษาที่เคยใช้แค่ยาทากลายเป็นต้องใช้ยารับประทาน
ผู้ป่วยยังคงเป็นแหล่งแพร่เชื้อให้คนอื่นในบ้าน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
ถ้าเป็นที่หนังศีรษะแล้วรอ ความเสียหายต่อรูขุมขนอาจกลายเป็นแผลเป็นถาวร
การรักษาโรคนี้ตั้งแต่ระยะแรกใช้เวลาสั้นกว่า ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และผลลัพธ์ดีกว่าการปล่อยไว้
ต้องรักษาแมวด้วยไหม — ทำไมรักษาคนอย่างเดียวจึงไม่พอ
ต้องรักษา และนี่คือจุดที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากกลับมาเป็นซ้ำเป็นรอบที่สามหรือสี่
ถ้าแหล่งของเชื้อยังอยู่ในบ้าน การรักษาคนก็เหมือนการตักน้ำออกจากเรือที่ยังรั่ว แนวทางที่ควรทำคือ
พาสัตว์เลี้ยง ทุกตัวในบ้าน ไปให้สัตวแพทย์ตรวจ ไม่ใช่เฉพาะตัวที่มีขนแหว่ง เพราะตัวที่ดูปกติอาจเป็นพาหะ
ปฏิบัติตามแผนการรักษาของสัตวแพทย์ให้ครบ ซึ่งมักใช้ทั้งยาที่ตัวสัตว์และยารับประทาน ตามที่สัตวแพทย์ประเมิน
รักษาคนและสัตว์ไปพร้อมกัน ไม่ใช่รักษาสลับกันคนละช่วง
แจ้งสมาชิกในบ้านให้สังเกตผื่นของตัวเอง เพราะมักติดกันหลายคนโดยเริ่มไม่พร้อมกัน
การจัดการสิ่งแวดล้อมในบ้าน เพื่อตัดวงจรการติดซ้ำ
สปอร์ของเชื้อกลุ่มนี้ทนทานและอยู่ในบ้านได้นาน การทำความสะอาดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่เรื่องเสริม
ดูดฝุ่นทุกวัน ในช่วงที่กำลังรักษา โดยเน้นพรม โซฟา ที่นอน และมุมที่สัตว์ชอบนอน แล้วทิ้งถุงหรือล้างถังทุกครั้ง
ซักผ้าด้วยน้ำร้อนและอบแห้ง สำหรับผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม และผ้าเช็ดตัว
แยกผ้าเช็ดตัวของแต่ละคน ในช่วงที่ยังรักษาไม่ครบ
ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ของสัตว์ เช่น แปรงหวีขน ที่นอน กรง และเบาะรถ
จำกัดพื้นที่ของสัตว์ชั่วคราว ให้อยู่ในบริเวณที่ทำความสะอาดง่าย ไม่ขึ้นเตียงในช่วงรักษา
ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์ และหลีกเลี่ยงการเอาใบหน้าแนบตัวสัตว์จนกว่าจะรักษาครบ
สัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์โดยไม่รอดูอาการ
ผมร่วงเป็นหย่อมร่วมกับหนังศีรษะเป็นขุยหรือมีตุ่มหนอง โดยเฉพาะในเด็ก
ก้อนบวมแดงนุ่มมีหนองซึมที่หนังศีรษะ หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต
ผื่นลามเร็วภายในไม่กี่วัน หรือกินพื้นที่กว้างหลายตำแหน่ง
ผื่นบวมแดงร้อน มีหนอง หรือมีไข้ ซึ่งอาจบ่งถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
ผื่นที่ใบหน้าและรอบดวงตาที่วินิจฉัยไม่ชัด
ผื่นที่ทายาต้านเชื้อราถูกวิธีแล้ว 2 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นแล้วกลับเป็นซ้ำทันทีที่หยุดยา
ผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่นเบาหวาน หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ
เด็กเล็กและเด็กวัยเรียน — เสี่ยงต่อกลากหนังศีรษะสูงที่สุด และแพร่ต่อในโรงเรียนได้
ผู้ที่มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเดิม — ผิวที่มีเกราะป้องกันบกพร่องทำให้เชื้อเกาะติดง่ายและมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผื่นเดิมกำเริบ
ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง — ผื่นมักกว้าง ลึก และดื้อต่อยาทา
ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน — เสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร — มีข้อจำกัดเรื่องยารับประทาน จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนเริ่มยาทุกชนิด
ผู้ที่ทำงานกับสัตว์ เช่น สัตวแพทย์ ผู้ช่วยสัตวแพทย์ ร้านรับฝากสัตว์ และอาสาสมัครศูนย์พักพิง
เลี้ยงแมวต่อได้ไหม และป้องกันอย่างไรไม่ให้ติดซ้ำ
เลี้ยงต่อได้ ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่จะต้องแยกทางกับสัตว์เลี้ยงเพราะโรคนี้ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือวิธีดูแล
ตรวจสุขภาพผิวหนังสัตว์เลี้ยงกับสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และตรวจทันทีเมื่อรับสัตว์ตัวใหม่เข้าบ้าน
กักตัวสัตว์ใหม่ แยกจากสัตว์ตัวเดิมและจากเด็กในบ้านช่วงแรก จนกว่าจะได้รับการตรวจ
ล้างมือหลังสัมผัสสัตว์ ทุกครั้ง โดยเฉพาะก่อนแตะใบหน้า
หลีกเลี่ยงการให้สัตว์นอนบนหมอนหรือแนบใบหน้า โดยเฉพาะในเด็กและผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
ดูแลผิวไม่ให้แห้งแตกหรือมีแผลถลอก เพราะเป็นทางเข้าของเชื้อ
เปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำหลังกิจกรรมที่คลุกคลีกับสัตว์นาน ๆ
สังเกตผื่นของทุกคนในบ้าน ในช่วง 1 เดือนหลังพบว่ามีคนติดเชื้อ
คำถามที่พบบ่อย
เชื้อรา แมว รักษา เอง ได้ไหม
ผื่นวงเล็ก ๆ วงเดียวที่ลำตัวและยังไม่เคยทาครีมสเตียรอยด์มาก่อน มีโอกาสตอบสนองต่อยาทาต้านเชื้อราที่หาซื้อได้เอง แต่มีเงื่อนไขที่ต้องระวัง คือต้องมั่นใจว่าเป็นเชื้อราจริง ต้องทาเลยขอบผื่นออกไป และต้องทาต่ออีก 1 ถึง 2 สัปดาห์หลังผื่นดูหายแล้ว ส่วนกรณีที่ไม่ควรรักษาเองเลยคือ ผื่นที่หนังศีรษะ ผื่นที่ใบหน้าและรอบดวงตา ผื่นในเด็กเล็ก ผื่นหลายวงหรือกว้าง และผื่นที่เคยทาครีมสเตียรอยด์มาก่อน เพราะทั้งหมดนี้มักต้องใช้ยารับประทานหรือต้องยืนยันเชื้อก่อน ถ้าทายาเองครบ 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น ควรหยุดเดาและไปพบแพทย์
เชื้อรา แมว เกิดจากอะไร
เกิดจากเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ที่มีสัตว์เป็นแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ ชนิดที่พบบ่อยที่สุดจากแมวคือ Microsporum canis รองลงมาคือ Trichophyton mentagrophytes เชื้อเหล่านี้ย่อยเคราตินในผิวหนังชั้นนอกและเส้นผมได้ จึงเติบโตบนผิวคนได้เมื่อได้รับเชื้อจากการสัมผัสตัวสัตว์ ขนที่ร่วง หรือของใช้ที่ปนเปื้อน ปัจจัยที่ทำให้ติดง่ายขึ้นคือผิวที่มีรอยถลอก ความอับชื้น การสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน อายุน้อย และภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ทั้งนี้แมวที่เป็นแหล่งเชื้ออาจดูปกติทุกอย่างก็ได้ เพราะเป็นพาหะที่ไม่แสดงอาการได้
เชื้อรา แมวในคน รักษา ยัง ไง
หลักการคือกำจัดเชื้อที่ตัวคน พร้อมกับตัดแหล่งเชื้อที่สัตว์และในบ้านไปพร้อมกัน สำหรับผื่นที่ผิวหนังทั่วไปที่ไม่กว้าง แพทย์มักเริ่มด้วยยาทาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซลหรืออัลลิลามีน ประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ และให้ทาต่อหลังผื่นหายอีก 1 ถึง 2 สัปดาห์ ส่วนกรณีที่เป็นที่หนังศีรษะ ที่เล็บ กระจายหลายตำแหน่ง เคยใช้สเตียรอยด์มาก่อน หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ จำเป็นต้องใช้ยารับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์ ควบคู่กับการพาสัตว์เลี้ยงทุกตัวไปให้สัตวแพทย์ตรวจ และการทำความสะอาดที่นอน ผ้า และอุปกรณ์ของสัตว์อย่างต่อเนื่อง
เชื้อรา แมว อาการ เป็นแบบไหน
ในคน อาการเด่นคือผื่นเป็นวงหรือรูปโค้ง ขอบนูนแดงและมีขุยละเอียด ตรงกลางมักจางกว่าขอบ คันชัดเจน และค่อย ๆ ขยายวงออก มักขึ้นที่ผิวหนังส่วนที่สัมผัสสัตว์ เช่น แขนท่อนล่าง หน้าอก คอ และใบหน้า ผื่นจากเชื้อที่มาจากสัตว์มักอักเสบแดงจัดกว่ากลากที่ติดจากคนสู่คน และบางรายมีตุ่มหนองตามขอบ ถ้าขึ้นที่หนังศีรษะจะเห็นเป็นขุยคล้ายรังแคร่วมกับผมร่วงเป็นหย่อมและเส้นผมหักสั้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่ต้องพบแพทย์โดยไม่รอดูอาการ
เชื้อรา แมว ใช้ยา อะไร
ยาทาที่ใช้ได้ผลคือกลุ่มเอโซล เช่น โคลไตรมาโซล คีโตโคนาโซล ไมโคนาโซล และกลุ่มอัลลิลามีน เช่น เทอร์บินาฟีน ส่วนยารับประทานที่แพทย์พิจารณาใช้ในรายที่จำเป็น ได้แก่ ไกรซีโอฟูลวิน เทอร์บินาฟีน และไอทราโคนาโซล การเลือกยาไม่ได้เหมือนกันทุกราย เพราะขึ้นกับสกุลของเชื้อด้วย เชื้อสกุล Microsporum ซึ่งเป็นเชื้อหลักจากแมว โดยทั่วไปตอบสนองต่อไกรซีโอฟูลวินได้ดีกว่า ขณะที่เชื้อสกุล Trichophyton ตอบสนองต่อเทอร์บินาฟีนได้ดีกว่า สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือครีมสูตรผสมที่มีสเตียรอยด์แรงสูง เพราะทำให้ผื่นลามและวินิจฉัยยากขึ้น ยารับประทานทุกชนิดในกลุ่มนี้ต้องสั่งจ่ายและติดตามโดยแพทย์
เชื้อรา แมวหายเองได้ไหม
ผื่นเล็ก ๆ ในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติมีโอกาสสงบลงได้เองอยู่บ้าง แต่ไม่แนะนำให้รอ เพราะระหว่างที่รอ ผื่นมักขยายวงและเพิ่มจำนวนจนจากที่เคยใช้แค่ยาทากลายเป็นต้องใช้ยารับประทาน ผู้ป่วยยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อให้คนอื่นในบ้านโดยเฉพาะเด็ก และถ้าเป็นที่หนังศีรษะแล้วปล่อยไว้ การอักเสบอาจทำลายรูขุมขนจนเกิดผมร่วงถาวรและแผลเป็นได้ นอกจากนี้ถ้าแหล่งเชื้อที่ตัวสัตว์และในบ้านยังอยู่ โอกาสกลับมาเป็นซ้ำก็สูง การรักษาตั้งแต่ระยะแรกจึงใช้เวลาสั้นกว่าและได้ผลดีกว่า
สรุป
เชื้อราแมวคือโรคกลากจากสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ Microsporum canis ติดต่อสู่คนได้จริงผ่านการสัมผัสตัวสัตว์ ขนที่ร่วง และของใช้ที่ปนเปื้อน อาการในคนคือผื่นวงขอบนูนมีขุยที่คันและขยายวง โดยตำแหน่งของผื่นเป็นตัวกำหนดแนวทางการรักษา ผื่นที่ผิวหนังทั่วไปมักตอบสนองต่อยาทา ส่วนผื่นที่หนังศีรษะและเล็บต้องใช้ยารับประทานเสมอ
สองสิ่งที่ทำให้การรักษาล้มเหลวบ่อยที่สุดคือ การใช้ครีมผสมสเตียรอยด์จนผื่นถูกอำพรางและลามกว้าง กับการรักษาเฉพาะคนโดยไม่ได้จัดการที่ตัวสัตว์และสิ่งแวดล้อม การแก้สองข้อนี้พร้อมกันคือหัวใจของการทำให้หายและไม่กลับมาเป็นซ้ำ ผลการรักษาแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล และควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับลักษณะผื่นและโรคประจำตัวของแต่ละราย
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 1 กันยายน 2026



ความคิดเห็น