top of page

ผิวเป็นด่างขาวเล็กๆ ไม่คัน เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยกกระขาว เกลื้อน กลากน้ำนม และด่างขาว

6 ก.ย.
ยาว 6 นาที

อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา

ลักษณะผิวเป็นด่างขาวเล็กๆบริเวณแขนคล้ายเกลื้อนน้ำนม

ผิวเป็นด่างขาวเล็ก ๆ ในภาษาแพทย์เรียกว่า ภาวะผิวหนังสีจางเป็นจุดหรือด่าง (hypopigmented macules) หมายถึงบริเวณผิวที่มีเม็ดสีเมลานินน้อยกว่าผิวรอบข้างจนเห็นเป็นจุดหรือปื้นสีขาวหรือสีจางกว่าปกติ ซึ่งไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นอาการร่วมของหลายภาวะ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด 6 กลุ่มคือ กระขาว (idiopathic guttate hypomelanosis), เกลื้อน (pityriasis versicolor), กลากน้ำนม (pityriasis alba), โรคด่างขาว (vitiligo), รอยขาวหลังผื่นหาย (post-inflammatory hypopigmentation) และผิวขาวจากแผลเป็นหรือยาสเตียรอยด์ ส่วนด่างขาวที่ชาหรือรับความรู้สึกน้อยลงเมื่อสัมผัส เป็นสัญญาณของโรคเรื้อน (leprosy) ที่ต้องได้รับการตรวจเสมอ

คนที่ค้นหาว่า "ผิวเป็นด่างขาวเล็ก ๆ" ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และมักเริ่มจากการซื้อยาฆ่าเชื้อรามาทาเพราะคิดว่าเป็นเกลื้อน ทั้งที่ในคลินิกผิวหนัง จุดขาวเล็ก ๆ ที่หน้าแข้งและแขนของผู้ใหญ่อายุ 30 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่คือ กระขาว ซึ่งไม่ใช่เชื้อราและไม่ต้องทายาใด ๆ บทความนี้จะพาแยกทีละสาเหตุจากสิ่งที่มองเห็นได้เอง ได้แก่ ขนาด ขุย อาการคัน ตำแหน่ง อายุ และการลาม แล้วบอกว่าแบบไหนหายเอง แบบไหนต้องรักษา และแบบไหนต้องรีบพบแพทย์

จุดขาวเล็ก ๆ บนผิวหนังบอกอะไร 6 สาเหตุหลักที่พบบ่อย

สีผิวของคนเราเกิดจากเม็ดสีเมลานินที่เซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) ผลิตแล้วส่งให้เซลล์ผิวรอบ ๆ ผิวจะดูขาวกว่าปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในสามอย่างนี้ คือ เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานน้อยลงชั่วคราว (เช่น หลังการอักเสบ หรือถูกเชื้อยีสต์รบกวน) เซลล์สร้างเม็ดสีลดจำนวนลงตามอายุและแสงแดด (กระขาว) หรือ เซลล์สร้างเม็ดสีถูกทำลายจนหายไปทั้งหมด (โรคด่างขาว) ระดับความขาวจึงบอกใบ้ได้ตั้งแต่แรก ด่างที่ "จางกว่าผิว" กับปื้นที่ "ขาวจัดเหมือนน้ำนม" มาจากคนละกลไกกัน

  • กระขาว (IGH) จุดขาวกลมเล็ก 2–5 มิลลิเมตร ขอบชัด ผิวเรียบ ที่หน้าแข้งและแขนของคนอายุ 30–40 ปีขึ้นไป พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ ไม่อันตราย ไม่ลาม

  • เกลื้อน ด่างขาวหรือด่างน้ำตาลมีขุยละเอียดคล้ายแป้ง ที่หลัง อก คอ และไหล่ เกิดจากเชื้อยีสต์บนผิว พบมากในวัยรุ่นและวัยทำงานที่เหงื่อออกมาก

  • กลากน้ำนม ปื้นขาวจาง ๆ ขอบไม่ชัด มีขุยละเอียด ที่แก้มของเด็กอายุ 3–16 ปี เกี่ยวกับผิวแห้งและภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่ใช่เชื้อรา

  • โรคด่างขาว ปื้นขาวจัดเหมือนสีน้ำนม ขอบชัด ไม่มีขุย ไม่คัน ค่อย ๆ ขยายและมักขึ้นสมมาตรสองข้าง ขนในปื้นอาจกลายเป็นสีขาว

  • รอยขาวหลังผื่นหาย สีจางตรงตำแหน่งที่เคยเป็นผื่น สิว แผล หรือแมลงกัด เป็นรอยชั่วคราวที่คืนสีได้เอง

  • ผิวขาวจากแผลเป็นหรือสเตียรอยด์ แผลเป็นเก่าที่ผิวเรียบมันวาว หรือปื้นขาวผิวบางเห็นเส้นเลือดหลังทาหรือฉีดยาสเตียรอยด์

  • สัญญาณอันตราย ด่างขาวที่ชา ปื้นสีจางที่รับความรู้สึกน้อยลง ผิวแห้ง ไม่มีเหงื่อ เป็นอาการเริ่มแรกของโรคเรื้อน ต้องตรวจโดยแพทย์เสมอ

เทียบ 6 สาเหตุ ขนาด ขุย คัน ตำแหน่ง อายุ และการลาม

ใช้หกข้อนี้ไล่ทีละข้อกับด่างของตัวเอง ส่วนใหญ่จะแคบลงเหลือ 1–2 สาเหตุ

  • กระขาว (IGH) ขนาด 2–5 มม. ไม่เกิน 1 ซม. · ขุย ไม่มี ผิวเรียบ · คัน ไม่คัน · ตำแหน่ง หน้าแข้ง แขนท่อนล่าง ต้นแขน หลังส่วนบน · อายุ 30 ปีขึ้นไป · การลาม จุดแยกกัน ไม่รวมเป็นปื้น จำนวนเพิ่มช้า ๆ ตามอายุ

  • เกลื้อน ขนาด 0.5–1 ซม. รวมกันเป็นปื้นหลายซม. · ขุย มีขุยละเอียด ขูดเบา ๆ แล้วเห็นชัด · คัน ไม่คันหรือคันเล็กน้อยเวลาเหงื่อออก · ตำแหน่ง หลัง อก คอ ไหล่ ต้นแขน · อายุ วัยรุ่นถึง 35 ปี · การลาม ขยายและรวมกันได้ เห็นชัดขึ้นหน้าร้อน

  • กลากน้ำนม ขนาด 0.5–5 ซม. · ขุย ละเอียด ผิวแห้ง · คัน ไม่คันหรือคันน้อย · ตำแหน่ง แก้ม รอบปาก คาง ต้นแขน · อายุ 3–16 ปี · การลาม มี 1–20 ปื้น ไม่ขยายเร็ว ชัดขึ้นหลังตากแดด

  • โรคด่างขาว ขนาด ตั้งแต่ไม่กี่มม. ถึงปื้นกว้างหลายซม. · ขุย ไม่มี ผิวเรียบ · คัน ไม่คัน · ตำแหน่ง รอบตา รอบปาก นิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก เข่า ข้อเท้า อวัยวะเพศ · อายุ ทุกวัย ครึ่งหนึ่งเริ่มก่อนอายุ 20 ปี · การลาม ค่อย ๆ ขยาย รวมกัน และมักสมมาตรสองข้าง

  • รอยขาวหลังผื่นหาย ขนาด เท่ารอยผื่นเดิม · ขุย ไม่มี เว้นแต่ผื่นเดิมยังอยู่ · คัน ไม่คัน · ตำแหน่ง ตรงที่เคยเป็นผื่น สิว แผล หรือแมลงกัด · อายุ ทุกวัย · การลาม ไม่ลาม จางลงใน 3–6 เดือน

  • แผลเป็นและสเตียรอยด์ ขนาด เท่าแผลหรือบริเวณที่ทายา · ขุย ไม่มี ผิวเรียบมันวาวหรือบาง · คัน ไม่คัน · ตำแหน่ง รอยแผลเก่า จุดที่ฉีดยา หรือที่ทาครีมสเตียรอยด์นาน · อายุ ทุกวัย · การลาม ไม่ลาม แผลเป็นถาวร รอยจากยาค่อย ๆ คืนสี

  • ด่างขาวที่ชา (โรคเรื้อน) ขนาด ปื้นใหญ่กว่า 1 ซม. มักหลายซม. · ขุย ไม่มี แต่ผิวแห้ง ไม่มีเหงื่อ ขนร่วง · คัน ไม่คัน แต่ชา · ตำแหน่ง แขน ขา ก้น หลัง ใบหน้า · อายุ ทุกวัย · การลาม ค่อย ๆ เพิ่มจำนวน ร่วมกับชาปลายมือปลายเท้า

กระขาว (IGH) จุดขาวเล็ก ๆ ที่แขนขาของคนอายุ 30 ปีขึ้นไป

ลักษณะ จุดสีขาวกลมหรือรี ขนาด 2–5 มิลลิเมตร บางจุดอาจโตถึง 1 เซนติเมตรแต่ไม่เกินนั้น สีขาวคล้ายกระเบื้องเคลือบ ขอบชัด ผิวเรียบเสมอกับผิวรอบข้าง ไม่มีขุย ไม่คัน ไม่เจ็บ กระจายเป็นจุด ๆ แยกจากกันไม่รวมเป็นปื้น ตำแหน่งที่พบมากที่สุดคือ หน้าแข้ง รองลงมาคือแขนท่อนล่างด้านนอกและต้นแขน บางรายขึ้นที่หลังส่วนบนและหน้าอก แต่แทบไม่ขึ้นที่ใบหน้า จำนวนจุดค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อยในเวลาหลายปี จุดที่ขึ้นแล้วมักอยู่ถาวรและไม่คืนสีเอง

สาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด ชื่อโรคจึงมีคำว่า idiopathic แต่หลักฐานชี้ไปที่แสงแดดสะสมและอายุ เพราะขึ้นเฉพาะบริเวณที่โดนแดดเป็นประจำ เมื่อตรวจชิ้นเนื้อจะพบว่าเซลล์สร้างเม็ดสีในจุดนั้นลดจำนวนและทำงานลดลง ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรม การศึกษาในหลายประเทศพบกระขาวในคนอายุ 40 ปีขึ้นไปมากกว่าครึ่ง และในผู้สูงอายุพบได้ราว 8 ใน 10 คน ในประเทศเขตร้อนอย่างไทยที่ผิวรับแดดตลอดปี จึงพบได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีต้น ๆ

ความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน กระขาวไม่ใช่มะเร็ง ไม่ติดต่อ ไม่กลายเป็นโรคด่างขาว และไม่มีผลต่อสุขภาพ เป็นเรื่องความสวยงามเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องรักษา สิ่งที่ทำได้จริงคือทาครีมกันแดดและปกปิดผิวเพื่อชะลอไม่ให้จุดใหม่เพิ่ม ส่วนหัตถการเพื่อความสวยงาม เช่น การจี้เย็นระยะสั้นหรือยาทาบางชนิด ให้ผลไม่แน่นอนและอาจกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์จะพิจารณาเป็นรายกรณี

เมื่อไรต้องพบแพทย์ จุดโตกว่า 1 เซนติเมตร จุดหลายจุดเชื่อมกันเป็นปื้น ขอบไม่ชัดหรือมีขุย ขึ้นที่ใบหน้า รอบปาก หรือมือ หรือขึ้นเร็วในคนอายุน้อยกว่า 30 ปี เพราะลักษณะเหล่านี้ไม่ใช่กระขาวและต้องแยกจากโรคด่างขาว

เกลื้อน ด่างขาวมีขุยละเอียดที่หลัง อก และคอ

ลักษณะ เริ่มเป็นจุดกลมหรือรีขนาด 0.5–1 เซนติเมตร แล้วขยายรวมกันเป็นปื้นใหญ่ได้หลายเซนติเมตร สีเป็นได้ทั้งขาวจาง ชมพู หรือน้ำตาลอ่อน จึงได้ชื่อว่า versicolor แปลว่าหลายสี จุดสำคัญคือ มีขุยละเอียดคล้ายแป้ง เมื่อใช้เล็บขูดเบา ๆ ขุยจะลอกออกให้เห็นชัดขึ้น ไม่คันหรือคันเล็กน้อยเวลาเหงื่อออก ตำแหน่งที่พบคือ หลัง หน้าอก ลำคอ ไหล่ และต้นแขน ซึ่งเป็นบริเวณที่ต่อมไขมันทำงานมาก พบบ่อยในวัยรุ่นและวัยทำงานอายุ 15–35 ปี และเห็นชัดขึ้นในหน้าร้อนหรือหลังตากแดดเพราะผิวรอบข้างคล้ำลงแต่ด่างไม่คล้ำตาม

สาเหตุ เชื้อยีสต์ Malassezia ซึ่งอาศัยอยู่บนผิวของทุกคนตามปกติ เพิ่มจำนวนมากผิดปกติเมื่ออากาศร้อนชื้น เหงื่อออกมาก ผิวมัน หรือใส่เสื้อผ้ารัดแน่นอับชื้น ยีสต์สร้างกรดไขมันที่ยับยั้งการสร้างเม็ดสี ผิวตรงนั้นจึงจางลง เกลื้อนไม่ติดต่อจากคนสู่คน เพราะทุกคนมีเชื้อนี้อยู่แล้ว ต่างกันที่สภาพผิวที่เอื้อให้เชื้อเติบโต

ความเร่งด่วน ไม่อันตราย รักษาได้ด้วยยาฆ่าเชื้อราชนิดทาหรือแชมพูยา แต่เป็นซ้ำได้บ่อยมาก มีรายงานว่ากลับเป็นซ้ำราว 60% ภายใน 1 ปี และ 80% ภายใน 2 ปีหากไม่ป้องกัน ข้อที่คนไข้กังวลบ่อยคือ ทายาจนเชื้อหายแล้วแต่ด่างยังขาวอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เม็ดสีต้องใช้เวลา 1–3 เดือนหรือนานกว่านั้นกว่าจะกลับมาเท่าผิวรอบข้าง อ่านวิธีแยกและวิธีป้องกันการเป็นซ้ำเพิ่มเติมได้ที่ เกลื้อน เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยกจากด่างขาว กลาก และวิธีรักษาไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ทายาฆ่าเชื้อรา 2–4 สัปดาห์แล้วขุยยังไม่หายหรือด่างขยายเพิ่ม เป็นบริเวณกว้างเกินฝ่ามือหลายฝ่ามือ เป็นซ้ำเกิน 2–3 ครั้งต่อปี หรือด่างที่หลังและท้องไม่มีขุยเลยและไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อรา เพราะอาจเป็นภาวะที่หน้าตาคล้ายกันชื่อ progressive macular hypomelanosis ซึ่งเกี่ยวกับแบคทีเรียในรูขุมขน ไม่ใช่ยีสต์ และต้องรักษาคนละแบบ

กลากน้ำนม ปื้นขาวจาง ๆ ที่แก้มเด็ก ไม่ใช่เชื้อรา

ลักษณะ ปื้นกลมหรือรีขนาด 0.5–5 เซนติเมตร ส่วนใหญ่ 1–4 เซนติเมตร สีขาวจางไม่ขาวจัด ขอบไม่ชัด กลืนไปกับผิวรอบข้าง ผิวแห้งและมีขุยละเอียดมาก บางรายเริ่มจากปื้นชมพูอ่อน ๆ ที่ไม่ทันสังเกตก่อนแล้วจึงจางเป็นสีขาว ตำแหน่งที่พบมากที่สุดคือแก้ม รองลงมาคือรอบปาก คาง หน้าผาก ต้นแขน และลำตัว มีตั้งแต่ 1 ถึง 20 ปื้น พบในเด็กอายุ 3–16 ปี และผู้ปกครองมักสังเกตเห็นในหน้าร้อนเพราะผิวรอบข้างคล้ำจากแดดในขณะที่ปื้นไม่คล้ำตาม

สาเหตุ เป็นผื่นผิวหนังอักเสบชนิดอ่อนมากในเด็กที่ผิวแห้งหรือมีภูมิแพ้ผิวหนัง ร่วมกับตัวกระตุ้นอย่างแดด สบู่ที่แรง และการขัดถูขณะอาบน้ำ การอักเสบทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีส่งสีให้ผิวได้น้อยลงชั่วคราว ไม่ใช่เชื้อรา ไม่ใช่พยาธิ ไม่ติดต่อ และไม่เกี่ยวกับการดื่มนม ชื่อ "กลากน้ำนม" เป็นชื่อพื้นบ้านที่ทำให้เข้าใจผิดมาหลายรุ่น เด็กที่เป็นกลากน้ำนมจำนวนมากมีประวัติผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ร่วมด้วย

ความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน หายเองได้ในเวลาหลายเดือนถึง 2–3 ปี และส่วนใหญ่หายก่อนเข้าวัยรุ่นโดยไม่ทิ้งรอย การดูแลหลักคือมอยเจอไรเซอร์วันละ 2 ครั้ง ครีมกันแดด และเลี่ยงสบู่ที่แรง แพทย์อาจให้ยาทาลดการอักเสบชนิดอ่อนระยะสั้นในรายที่แห้งแดงมาก อ่านรายละเอียดได้ที่ กลากน้ำนม เกลื้อนน้ำนม เกิดจากอะไร ทำไมไม่ใช่เชื้อรา และวิธีรักษาให้สีผิวกลับมา

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ปื้นขาวจัดเหมือนน้ำนมและขอบชัดคม ขยายขนาดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ ขึ้นที่มือ รอบตา หรืออวัยวะเพศ มีมาตั้งแต่แรกเกิด หรือชาเมื่อสัมผัส เพราะต้องแยกจากโรคด่างขาว ปานขาวแต่กำเนิด และโรคเรื้อน

โรคด่างขาว (vitiligo) ปื้นขาวเหมือนสีน้ำนม ขอบชัด และค่อย ๆ ขยาย

ลักษณะ สีขาวจัดเหมือนน้ำนมหรือชอล์ก เพราะบริเวณนั้นไม่มีเม็ดสีเหลืออยู่เลย ขอบชัดคมมาก บางครั้งขอบเข้มกว่าผิวปกติ เริ่มจากจุดเล็กไม่กี่มิลลิเมตรแล้วขยายเป็นปื้นกว้างหลายเซนติเมตร ผิวเรียบ ไม่มีขุย ไม่คัน ไม่เจ็บ ตำแหน่งที่ชอบขึ้นคือ รอบตา รอบปาก นิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก เข่า ข้อเท้า รักแร้ และอวัยวะเพศ รวมถึงบริเวณที่ถูกเสียดสีหรือมีบาดแผลมาก่อน ชนิดที่พบบ่อยที่สุดขึ้น สมมาตรสองข้างของร่างกาย ขนหรือผมในปื้นอาจเปลี่ยนเป็นสีขาว เริ่มเป็นได้ทุกวัย ประมาณครึ่งหนึ่งเริ่มก่อนอายุ 20 ปี พบราว 0.5–2% ของประชากร

สาเหตุ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีของตัวเอง ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้ป่วยส่วนหนึ่งมีคนในครอบครัวเป็นโรคเดียวกัน ตัวกระตุ้นที่พบบ่อยคือผิวไหม้แดด บาดแผล การเสียดสี ความเครียด และสารเคมีบางชนิด โรคด่างขาว ไม่ติดต่อ และพบโรคไทรอยด์จากภูมิคุ้มกันร่วมได้บ่อยกว่าคนทั่วไป แพทย์จึงอาจตรวจเลือดไทรอยด์ในบางราย

ความเร่งด่วน ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน แต่เป็นสาเหตุเดียวในกลุ่มนี้ที่ เริ่มรักษาเร็วให้ผลต่างจากรักษาช้าอย่างชัดเจน ปื้นที่เพิ่งขึ้นในช่วงเดือนแรก ๆ และปื้นที่ใบหน้าลำคอตอบสนองต่อการรักษาดีกว่าปื้นที่เป็นมาหลายปีหรือปื้นที่มือและเท้า การรักษามีตั้งแต่ยาทาลดการอักเสบ ยาทากลุ่มปรับภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ไปจนถึงการฉายแสงทางการแพทย์ในสถานพยาบาลซึ่งต้องทำต่อเนื่องหลายเดือน อ่านรายละเอียดได้ที่ โรคด่างขาว เกิดจากอะไร และรักษาอย่างไร

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ทันทีที่สงสัย โดยเฉพาะปื้นขาวจัดขอบชัดที่ขยายขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ ปื้นที่ขึ้นสองข้างคล้ายกัน ขนในปื้นเป็นสีขาว หรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคด่างขาว การรอดูอาการหลายเดือนคือการเสียช่วงเวลาที่โรคตอบสนองต่อการรักษาดีกว่าไปเปล่า ๆ

รอยขาวหลังผื่นหาย (post-inflammatory hypopigmentation)

ลักษณะ ด่างสีจางกว่าผิวแต่ไม่ขาวจัด รูปร่างเหมือนผื่นหรือแผลเดิม ขอบไม่ชัด ผิวเรียบ ไม่มีขุย เว้นแต่ผื่นเดิมยังไม่หายสนิท พบตรงตำแหน่งที่เคยเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นแพ้สัมผัส สะเก็ดเงิน ผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณร่องจมูกและคิ้ว สิว แมลงกัด แผลถลอก แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือหลังหัตถการที่ผิว เห็นชัดในคนผิวคล้ำมากกว่าคนผิวขาว

สาเหตุ การอักเสบรบกวนการสร้างเม็ดสีและการส่งเม็ดสีจากเซลล์สร้างเม็ดสีไปยังเซลล์ผิวชั่วคราว เมื่อการอักเสบสงบ ระบบจึงค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ

ความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน ส่วนใหญ่คืนสีเองใน 3–6 เดือน บางรายใช้เวลาถึง 12 เดือน สิ่งที่ช่วยได้จริงคือรักษาผื่นต้นเหตุให้สงบ ทาครีมกันแดดเพื่อไม่ให้ผิวรอบข้างคล้ำจนรอยดูชัดขึ้น และไม่ขัดถูรอย ถ้าผื่นต้นเหตุทำลายผิวลึกมาก เช่น แผลไหม้ระดับลึก รอยอาจอยู่ถาวรและกลายเป็นแผลเป็นสีขาว

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ผื่นต้นเหตุยังกำเริบซ้ำ รอยไม่คืนสีเลยใน 6 เดือน จำไม่ได้ว่าเคยมีผื่นนำมาก่อน หรือเป็นด่างขาวหลายปื้นที่ลำตัวที่ทายาแล้วไม่หายและเป็นอยู่นานเป็นปี เพราะกรณีหลังแพทย์อาจต้องตัดชิ้นเนื้อเพื่อแยกจากโรคผิวหนังชนิดที่พบน้อยแต่สำคัญ

ผิวขาวจากแผลเป็นและจากยาสเตียรอยด์

ลักษณะ แผลเป็นสีขาวจะอยู่ตรงรอยแผลเก่า ผิวเรียบมันวาวหรือบุ๋มลง ไม่มีรูขุมขนและขน ไม่ขยายออกนอกรอยแผล ส่วนรอยขาวจากสเตียรอยด์เกิดใน 2 แบบ แบบแรกคือปื้นขาวบริเวณที่ ทาครีมสเตียรอยด์ที่มีความแรงสูงติดต่อกันนาน โดยเฉพาะบนใบหน้า ข้อพับ และในเด็ก ผิวจะบางลงจนเห็นเส้นเลือดฝอย แบบที่สองคือ รอยขาวรอบจุดที่ฉีดยาสเตียรอยด์ เช่น การฉีดคีลอยด์หรือสิวอักเสบ เกิดหลังฉีด 2–6 สัปดาห์ บางรายเป็นแนวเส้นสีขาวยาวออกจากจุดฉีดตามทางเดินน้ำเหลือง

สาเหตุ สเตียรอยด์กดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีและทำให้ชั้นผิวบางลง ยิ่งยาแรง ทานาน หรือทาใต้ผ้าปิด ยิ่งเกิดง่าย ครีมผสมสำเร็จรูปที่รวมสเตียรอยด์กับยาฆ่าเชื้อราและยาปฏิชีวนะในหลอดเดียวเป็นต้นเหตุที่คลินิกเจอบ่อยที่สุด เพราะคนซื้อมาทาด่างทุกชนิดโดยไม่รู้ว่ามีสเตียรอยด์แรงอยู่ข้างใน

ความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน รอยขาวจากการฉีดยามักคืนสีเองใน 6–12 เดือน รอยจากครีมค่อย ๆ ดีขึ้นหลังหยุดยา แต่ผิวที่บางและเส้นเลือดฝอยอาจอยู่นานกว่านั้น แผลเป็นสีขาวเป็นรอยถาวร ดูแลได้เพียงให้ดูกลืนกับผิวรอบข้างมากขึ้น

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ใช้ครีมสเตียรอยด์ที่ซื้อเอง รวมถึงครีมผสม ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์แล้วผิวเริ่มบาง ขาว หรือเห็นเส้นเลือด ให้แพทย์ประเมินและปรับยา เพราะการหยุดยาแรงทันทีหลังใช้มานานอาจทำให้ผื่นเดิมกำเริบกลับ

ด่างขาวที่ชา ไม่รู้สึก เป็นสัญญาณโรคเรื้อน ต้องตรวจเสมอ

ลักษณะ ปื้นสีจางกว่าผิวหรือแดงเรื่อ ไม่ขาวจัดเหมือนโรคด่างขาว ขอบไม่ชัด มักใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร ผิวในปื้นแห้ง ไม่มีเหงื่อออก ขนร่วง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาหรือรับความรู้สึกน้อยลง เมื่อทดสอบด้วยสำลี ปลายเข็ม หรือของอุ่นและเย็น อาจมีปื้นเดียวหรือหลายปื้นที่แขน ขา ก้น หลัง หรือใบหน้า อาการที่มักมาร่วมกันคือชาปลายมือปลายเท้า มือเท้าอ่อนแรง หรือคลำเส้นประสาทที่ข้อศอกและหลังเข่าได้โตและเจ็บ โรคนี้ดำเนินช้ามาก ระยะฟักตัวเฉลี่ย 5 ปี และอาจนานถึง 20 ปี

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium leprae ติดต่อจากการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานานกับผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการรักษา ผ่านละอองจากจมูกและปาก ติดต่อได้ยากมาก คนมากกว่า 95% มีภูมิต้านทานตามธรรมชาติ และผู้ป่วยที่เริ่มยาแล้วไม่กี่วันก็ไม่แพร่เชื้อต่อ ประเทศไทยยังพบผู้ป่วยรายใหม่ทุกปี ส่วนใหญ่มาพบแพทย์ช้าเพราะเข้าใจว่าเป็นเกลื้อนหรือด่างขาวธรรมดา

ความเร่งด่วน ต้องตรวจโดยเร็ว ไม่ใช่เพราะเชื้อร้ายแรง แต่เพราะโรคนี้ รักษาหายขาดได้ ด้วยยาปฏิชีวนะหลายขนานร่วมกัน (multidrug therapy) นาน 6–12 เดือน ซึ่งมีให้ในระบบสาธารณสุขของไทย และการรักษาเร็วเป็นสิ่งเดียวที่ป้องกันความพิการถาวรของมือ เท้า และดวงตาที่เกิดจากเส้นประสาทถูกทำลาย

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ด่างขาวหรือปื้นแดงที่ทายาอะไรก็ไม่หายและ ชาเมื่อสัมผัส หรือมีอาการชาปลายมือปลายเท้า มือเท้าอ่อนแรง เส้นประสาทโต ให้ไปโรงพยาบาลหรือคลินิกผิวหนังโดยไม่ต้องรอ การตรวจใช้เพียงการทดสอบความรู้สึกและการขูดผิวตรวจเชื้อ ไม่เจ็บ และไม่มีเหตุผลใดที่ต้องอาย

ผิวเป็นด่างขาวเล็ก ๆ ที่ขา

หน้าแข้งคือตำแหน่งอันดับหนึ่งของ กระขาว ถ้าเป็นผู้ใหญ่อายุ 30 ปีขึ้นไป จุดขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ขอบชัด ไม่มีขุย ไม่คัน กระจายเป็นจุด ๆ ที่หน้าแข้งทั้งสองข้าง โอกาสเป็นกระขาวสูงมากและไม่ต้องทายา ส่วนด่างขาวที่ขาที่ ไม่ใช่กระขาว มักมีลักษณะต่อไปนี้

  • รอยขาวเป็นดวงตรงที่เคยถูกยุงหรือแมลงกัดแล้วเกา เป็นรอยขาวหลังผื่นหาย พบบ่อยในเด็ก คืนสีได้เองใน 3–6 เดือน

  • ปื้นขาวจัดขอบชัดที่เข่า ข้อเท้า หรือหลังเท้า โดยเฉพาะที่ขึ้นสองข้างคล้ายกัน ให้นึกถึงโรคด่างขาว

  • รอยขาวเรียบมันวาวตามรอยแผลเก่า เป็นแผลเป็น

  • ปื้นสีจางขนาดใหญ่ที่ชา ไม่มีเหงื่อ ที่ขาหรือก้น ต้องตรวจเรื่องโรคเรื้อน

  • เกลื้อนขึ้นที่ขาได้น้อยมาก ถ้าด่างที่ขาไม่มีขุย การซื้อยาฆ่าเชื้อรามาทาแทบไม่มีประโยชน์

ผิวเป็นด่างขาวเล็ก ๆ ที่แขน

แขนท่อนล่างด้านนอกและต้นแขนเป็นตำแหน่งอันดับสองของกระขาว รองจากหน้าแข้ง กฎเดียวกันใช้ได้ คือจุดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ขอบชัด ไม่มีขุย ในผู้ใหญ่ที่แขนโดนแดดประจำ ส่วนแขนยังเป็นจุดที่โรคหลายชนิดมาซ้อนกัน

  • ต้นแขนด้านนอกมีด่างจาง ๆ ขุยละเอียด ผิวสาก ในวัยรุ่นและวัยทำงาน มักเป็นเกลื้อนที่ลามมาจากไหล่ ขูดเบา ๆ แล้วเห็นขุย

  • ต้นแขนเด็กมีปื้นขาวจางขอบไม่ชัดหลายปื้น เป็นกลากน้ำนมที่ขึ้นนอกใบหน้า

  • ข้อศอก ข้อมือ และหลังมือมีปื้นขาวจัดขอบชัด ให้นึกถึงโรคด่างขาว เพราะเป็นตำแหน่งที่โรคนี้ชอบ

  • ปื้นสีจางด้านนอกของแขนที่ชาและแห้ง ต้องตรวจเรื่องโรคเรื้อน

ผิวเป็นด่างขาวเล็ก ๆ ที่หน้า

ใบหน้าเป็นตำแหน่งที่ กระขาวแทบไม่ขึ้น ดังนั้นจุดขาวที่หน้าของผู้ใหญ่ควรได้รับการตรวจมากกว่าจุดขาวที่แขนขา สาเหตุที่พบบ่อยตามช่วงวัยมีดังนี้

  • แก้มเด็กมีปื้นขาวจางขอบไม่ชัด ผิวแห้ง เป็นกลากน้ำนม พบบ่อยที่สุดในเด็กวัยเรียน

  • หน้าผาก ขมับ และไรผมมีด่างจางมีขุย ในวัยรุ่นผิวมัน อาจเป็นเกลื้อนที่หน้า ซึ่งพบได้ในประเทศเขตร้อน

  • ร่องข้างจมูก ระหว่างคิ้ว และข้างจมูกมีรอยจางหลังผื่นแดงลอกหาย เป็นรอยขาวหลังผื่นผิวหนังอักเสบชนิดที่เกิดจากต่อมไขมัน มักหายเองเมื่อคุมผื่นได้

  • รอบตา รอบปาก หรือคางมีปื้นขาวจัดขอบชัด ให้นึกถึงโรคด่างขาวก่อนเสมอ และเป็นตำแหน่งที่ตอบสนองต่อการรักษาดีกว่ามือและเท้า จึงยิ่งควรพบแพทย์เร็ว

  • ปื้นขาวบาง เห็นเส้นเลือดฝอย ตรงที่ทาครีมประจำ เป็นรอยจากครีมที่ผสมสเตียรอยด์หรือครีมหน้าขาวที่มีสารต้องห้าม

ผิวเป็นด่างขาวเล็ก ๆ ที่หลังและลำตัว

หลังและหน้าอกเป็นอาณาเขตของ เกลื้อน ด่างหลายสีมีขุยละเอียดที่รวมกันเป็นปื้นบริเวณกลางหลัง หน้าอก และไหล่ในคนที่เหงื่อออกมาก คือภาพจำที่แพทย์เห็นบ่อยที่สุด แต่ยังมีอีก 4 ภาวะที่มาในตำแหน่งเดียวกัน

  • ด่างขาวกลางหลังและหน้าท้องที่ไม่มีขุยเลย และทายาฆ่าเชื้อราแล้วไม่ดีขึ้น ในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว อาจเป็น progressive macular hypomelanosis ซึ่งเกี่ยวกับแบคทีเรียในรูขุมขน ต้องรักษาคนละแบบกับเกลื้อน

  • จุดขาวเล็กกระจายที่หลังส่วนบนในผู้สูงอายุ เป็นกระขาวที่ขึ้นนอกแขนขา

  • ปื้นขาวจัดขอบชัดที่ลำตัวสองข้างคล้ายกัน ให้นึกถึงโรคด่างขาว

  • ปื้นสีจางขนาดใหญ่ที่หลังหรือก้นที่ชา แห้ง และไม่มีเหงื่อ ต้องตรวจเรื่องโรคเรื้อน

ผิวลูกเป็นด่างขาว ในเด็กต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร

ในเด็ก กระขาวแทบไม่พบ สาเหตุอันดับหนึ่งเปลี่ยนเป็น กลากน้ำนม และ รอยขาวหลังผื่นหาย ซึ่งทั้งสองอย่างเกี่ยวกับผิวแห้ง ภูมิแพ้ผิวหนัง และการเกา ไม่ใช่เชื้อราหรือพยาธิ

  • กลากน้ำนม ปื้นขาวจางขอบไม่ชัดที่แก้ม อายุ 3–16 ปี หายเองในหลายเดือนถึง 2–3 ปี ดูแลด้วยมอยเจอไรเซอร์และครีมกันแดด

  • รอยขาวหลังผื่นหาย ดวงขาวตรงที่เคยเป็นผื่นภูมิแพ้ ผื่นผ้าอ้อม แผลพุพอง หรือรอยแมลงกัดที่เกา คืนสีใน 3–6 เดือน

  • เกลื้อน พบในวัยรุ่นมากกว่าเด็กเล็ก แต่ในประเทศเขตร้อนเด็กเล็กอาจเป็นที่หน้าผากและแก้มได้ สังเกตจากขุยละเอียด

  • ปานขาวแต่กำเนิด (nevus depigmentosus) ปื้นสีจางปื้นเดียว มีมาตั้งแต่เกิดหรือภายในขวบปีแรก ขนาดคงที่และโตตามตัวเด็ก ไม่ลาม ไม่ต้องรักษา แต่ควรให้แพทย์ยืนยันครั้งหนึ่ง

  • ปื้นขาวรูปใบไม้ตั้งแต่ 3 ปื้นขึ้นไปในทารก ต้องพาไปตรวจ เพราะอาจเป็นอาการแสดงทางผิวหนังของโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับสมองและอวัยวะภายใน ซึ่งการพบเร็วสำคัญมาก

  • โรคด่างขาว ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยเริ่มมีอาการก่อนอายุ 20 ปี ปื้นขาวจัดขอบชัดที่รอบตา รอบปาก หรือมือของเด็ก และวงขาวที่เกิดรอบไฝ ควรพบแพทย์ผิวหนังเร็ว

  • โรคเรื้อนในเด็ก พบได้ในเด็กที่อยู่ในบ้านเดียวกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รักษา ปื้นสีจางที่ชาเป็นสัญญาณเดียวกับผู้ใหญ่

หลักที่ใช้ได้กับเด็กทุกคน คือด่างขาวที่ขอบไม่ชัดและมีขุยละเอียดมักไม่น่ากังวล ส่วนปื้นที่ขาวจัด ขอบชัด ขยายเร็ว หรือมีอาการชา ต้องตรวจเสมอ

แพทย์แยกโรคได้ในไม่กี่นาทีด้วย Wood's lamp และ KOH

การแยกด่างขาวส่วนใหญ่ไม่ต้องเจาะเลือดหรือตัดชิ้นเนื้อ เครื่องมือหลักในห้องตรวจมี 3 อย่างและใช้เวลารวมกันไม่เกินไม่กี่นาที

  1. โคมไฟ Wood's lamp คือหลอดไฟอัลตราไวโอเลตคลื่นยาวที่ส่องดูในห้องมืด ใช้เวลาราว 2 นาที โรคด่างขาวจะเรืองแสงสีขาวอมฟ้าสว่างจ้าและเห็นขอบคมชัด กระขาวเรืองแสงขาวเช่นกันแต่เป็นจุดเล็ก เกลื้อนส่วนหนึ่งเรืองแสงสีเหลืองทองหรือส้มอ่อน progressive macular hypomelanosis เรืองแสงสีแดงตามรูขุมขน ส่วนกลากน้ำนมและรอยขาวหลังผื่นหายแค่เห็นชัดขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มีสีเรืองเฉพาะ

  2. การขูดขุยตรวจด้วยน้ำยา KOH แพทย์ขูดขุยจากผิวมาหยดน้ำยาโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์แล้วส่องกล้องจุลทรรศน์ ใช้เวลาราว 5–10 นาที ถ้าเป็นเกลื้อนจะเห็นเส้นใยสั้นและกลุ่มสปอร์ของยีสต์ ถ้าเป็นกระขาว กลากน้ำนม โรคด่างขาว หรือรอยขาวหลังผื่นหาย ผลจะเป็นลบ

  3. การทดสอบความรู้สึก ใช้สำลีแตะเบา ๆ ปลายเข็มทู่ และหลอดน้ำอุ่นน้ำเย็น เทียบระหว่างในปื้นกับผิวปกติ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ถ้าในปื้นรับความรู้สึกน้อยลง แพทย์จะตรวจต่อเรื่องโรคเรื้อนด้วยการขูดผิวตรวจเชื้อและคลำเส้นประสาท

การตัดชิ้นเนื้อจำเป็นเฉพาะรายที่ผลข้างต้นขัดแย้งกัน หรือด่างขาวที่ลำตัวเป็นอยู่นานเป็นปีและไม่ตอบสนองต่อการรักษาใด ๆ

รักษาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

การรักษาที่ถูกต้องขึ้นกับสาเหตุ ไม่มียาทาตัวเดียวที่ใช้กับด่างขาวทุกชนิด และยาที่ถูกกับโรคหนึ่งอาจทำให้อีกโรคหนึ่งแย่ลง

  • กระขาว ไม่จำเป็นต้องรักษา ทาครีมกันแดดและปกปิดผิวเพื่อลดจุดใหม่ หัตถการเพื่อความสวยงามให้ผลไม่แน่นอน แพทย์พิจารณาเป็นรายกรณี

  • เกลื้อน ยาฆ่าเชื้อราชนิดทาหรือแชมพูยาที่ทาทิ้งไว้ก่อนล้าง ตามชนิดและระยะเวลาที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด โดยทั่วไป 2–4 สัปดาห์ รายที่เป็นบริเวณกว้างหรือเป็นซ้ำบ่อยแพทย์อาจให้ยากิน หลังเชื้อหายรอ 1–3 เดือนให้สีคืน และใช้แชมพูยาเป็นระยะในหน้าร้อนเพื่อกันการเป็นซ้ำ

  • กลากน้ำนม มอยเจอไรเซอร์วันละ 2 ครั้ง ครีมกันแดด สบู่อ่อน แพทย์อาจให้ยาทาลดการอักเสบชนิดอ่อนระยะสั้นเฉพาะรายที่แห้งแดงมาก

  • โรคด่างขาว ยาทาลดการอักเสบตามแผนที่แพทย์กำหนด ยาทากลุ่มปรับภูมิคุ้มกันเฉพาะที่สำหรับใบหน้าและข้อพับ และการฉายแสงทางการแพทย์ในสถานพยาบาลสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งต่อเนื่องหลายเดือน ประเมินผลทุก 3–6 เดือน รายที่คงที่ไม่ลามอาจมีทางเลือกด้านศัลยกรรมปลูกถ่ายเซลล์เม็ดสีในโรงพยาบาล

  • รอยขาวหลังผื่นหาย รักษาผื่นต้นเหตุ ทาครีมกันแดด แล้วรอ 3–6 เดือน

  • ผิวขาวจากสเตียรอยด์ หยุดหรือปรับยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ รอยค่อย ๆ คืนสีใน 6–12 เดือน

  • โรคเรื้อน ยาปฏิชีวนะหลายขนานร่วมกันนาน 6–12 เดือน ตามระบบสาธารณสุข ร่วมกับการดูแลเส้นประสาทและการป้องกันความพิการ

ข้อสำคัญ ชนิดและความแรงของยาทุกตัวข้างต้นต้องกำหนดโดยแพทย์หรือเภสัชกร บทความนี้อธิบายหลักการเพื่อให้เข้าใจว่าทำไมด่างขาวแต่ละชนิดต้องรักษาต่างกัน ไม่ใช่สูตรให้ซื้อยามาใช้เอง

อะไรหายเอง อะไรไม่หาย

  • หายเองได้ รอยขาวหลังผื่นหาย (3–6 เดือน บางรายถึง 12 เดือน) กลากน้ำนม (หลายเดือนถึง 2–3 ปี มักหายก่อนวัยรุ่น) และรอยขาวจากการฉีดยาสเตียรอยด์ (6–12 เดือน)

  • หายเมื่อรักษาเชื้อ แล้วรอสีคืน เกลื้อน ขุยหายใน 2–4 สัปดาห์หลังเริ่มยา แต่สีคืนช้ากว่านั้น 1–3 เดือน และเป็นซ้ำได้ถ้าไม่ป้องกัน

  • ไม่หายเองแต่ไม่อันตราย กระขาว จุดที่ขึ้นแล้วอยู่ถาวร แผลเป็นสีขาว และปานขาวแต่กำเนิด

  • ไม่หายเองและควรรักษาเร็ว โรคด่างขาว ซึ่งน้อยรายมากที่คืนสีเองโดยไม่รักษา และโรคเรื้อน ซึ่งรักษาหายขาดได้แต่ต้องได้รับยาเท่านั้น

ครีมที่คนซื้อมาทาผิดบ่อย

  • ยาทาฆ่าเชื้อราทาด่างทุกชนิด ได้ผลเฉพาะเกลื้อน ไม่มีผลกับกระขาว กลากน้ำนม โรคด่างขาว และรอยขาวหลังผื่นหาย ทาไป 1–2 เดือนแล้วไม่ดีขึ้นคือสัญญาณว่าวินิจฉัยผิด ไม่ใช่ว่าต้องทาต่อ

  • ครีมสเตียรอยด์และครีมผสมสำเร็จรูป ครีมที่รวมสเตียรอยด์ ยาฆ่าเชื้อรา และยาปฏิชีวนะในหลอดเดียวเป็นต้นเหตุของผิวขาวบางจากสเตียรอยด์ที่คลินิกเจอบ่อยที่สุด และเมื่อทาบนเกลื้อนจะทำให้เชื้อลามกว้างขึ้น

  • ครีมหน้าขาวหรือครีมกันด่างที่ไม่มีเลขจดแจ้ง สารฟอกสีความเข้มข้นสูงที่ผสมในครีมผิดกฎหมายทำให้เกิดด่างขาวเป็นจุด ๆ ที่แก้ไขได้ยาก และการทาครีมไวท์เทนนิ่งบนผิวรอบด่างเพื่อให้สีเสมอกันไม่ช่วยและมักทำให้ผิวรอบด่างเสียหายเพิ่ม

  • สมุนไพร มะนาว กระเทียม ยาหม่อง หรือการขัดให้ผิวลอก การระคายเคืองซ้ำ ๆ ทำให้เกิดผื่นแล้วทิ้งรอยขาวเพิ่ม และในคนที่เป็นโรคด่างขาว บาดแผลและการเสียดสีกระตุ้นให้เกิดปื้นใหม่ตรงนั้นได้

  • ตากแดดเพื่อให้สีกลืนกัน ผิวรอบด่างคล้ำขึ้นแต่ด่างไม่คล้ำตาม รอยจึงชัดกว่าเดิม แสงแดดยังเพิ่มกระขาวและเป็นตัวกระตุ้นโรคด่างขาว

  • ยาถ่ายพยาธิรักษากลากน้ำนม เป็นความเชื่อพื้นบ้านที่ไม่มีหลักฐาน กลากน้ำนมไม่เกี่ยวกับพยาธิและไม่เกี่ยวกับนม

เมื่อไรต้องพบแพทย์ผิวหนัง

  • ทันที ด่างขาวหรือปื้นสีจางที่ชา รับความรู้สึกน้อยลง ผิวแห้งไม่มีเหงื่อ ขนร่วง หรือมีอาการชาปลายมือปลายเท้าและมือเท้าอ่อนแรงร่วมด้วย

  • ภายในสัปดาห์นี้ ปื้นขาวจัดเหมือนน้ำนม ขอบชัด ขยายภายในไม่กี่สัปดาห์ ขึ้นสองข้างคล้ายกัน ขนในปื้นเป็นสีขาว หรืออยู่ที่รอบตา รอบปาก มือ และอวัยวะเพศ

  • ภายในเดือนนี้ ทายาฆ่าเชื้อรา 2–4 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น ใช้ครีมสเตียรอยด์ที่ซื้อเองแล้วผิวเริ่มบางหรือขาว ด่างขาวหลายปื้นที่ลำตัวไม่มีขุยและเป็นมานาน หรือรอยขาวหลังผื่นที่ไม่คืนสีเลยใน 6 เดือน

  • ในเด็ก ปื้นขาวที่มีมาตั้งแต่เกิด ปื้นรูปใบไม้ตั้งแต่ 3 ปื้นขึ้นไป ปื้นขาวจัดขอบชัดที่ใบหน้าหรือมือ หรือวงขาวรอบไฝ

  • ทุกกรณีที่ไม่แน่ใจ การส่องโคมไฟและขูดขุยตรวจใช้เวลาไม่กี่นาที และตัดสินได้ว่าต้องทายาอะไรหรือไม่ต้องทาเลย ซึ่งประหยัดกว่าการลองผิดลองถูกกับครีมหลายหลอด

ดูบทความโรคผิวหนังอื่นที่เกี่ยวข้องได้ที่ ศูนย์รวมบทความโรคผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนัง

สรุปสั้น ๆ

  • ผิวเป็นด่างขาวเล็ก ๆ ไม่ใช่โรคเดียว สาเหตุหลัก 6 กลุ่มคือ กระขาว เกลื้อน กลากน้ำนม โรคด่างขาว รอยขาวหลังผื่นหาย และผิวขาวจากแผลเป็นหรือสเตียรอยด์

  • ผู้ใหญ่ 30 ปีขึ้นไป จุดขาว 2–5 มม. ที่หน้าแข้งและแขน ไม่มีขุย ส่วนใหญ่คือกระขาว ไม่อันตราย ไม่ต้องทายา

  • ด่างมีขุยละเอียดที่หลัง อก คอ คือเกลื้อน รักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา สีคืนช้า 1–3 เดือน และเป็นซ้ำได้

  • ปื้นขาวจางขอบไม่ชัดที่แก้มเด็ก คือกลากน้ำนม ไม่ใช่เชื้อรา หายเองด้วยมอยเจอไรเซอร์และครีมกันแดด

  • ปื้นขาวจัดเหมือนน้ำนม ขอบชัด ขยาย สมมาตร คือโรคด่างขาว ต้องพบแพทย์เร็วเพราะรักษาเร็วได้ผลดีกว่า

  • ด่างขาวที่ชา คือสัญญาณโรคเรื้อน ต้องตรวจทันที รักษาหายขาดได้

คำถามที่พบบ่อย

จุดขาวเล็ก ๆ บนผิวหนัง เกิดจากอะไร

ขึ้นกับอายุ ตำแหน่ง และลักษณะของจุด ผู้ใหญ่อายุ 30 ปีขึ้นไปที่มีจุดขนาด 2–5 มิลลิเมตร ขอบชัด ผิวเรียบ ไม่มีขุย กระจายที่หน้าแข้งหรือแขน ส่วนใหญ่คือกระขาว ซึ่งไม่อันตรายและไม่ต้องรักษา ถ้าจุดอยู่ที่หลัง อก คอ และมีขุยละเอียดเมื่อขูดเบา ๆ มักเป็นเกลื้อนจากเชื้อยีสต์ ในเด็ก ปื้นขาวจางขอบไม่ชัดที่แก้มมักเป็นกลากน้ำนม ส่วนจุดขาวจัดเหมือนน้ำนม ขอบชัด และค่อย ๆ ขยาย ต้องนึกถึงโรคด่างขาว รอยขาวตรงที่เคยเป็นผื่นหรือแผลคือรอยขาวหลังผื่นหายที่คืนสีได้เอง และจุดที่ชาเมื่อสัมผัสต้องตรวจเรื่องโรคเรื้อนเสมอ

ด่างขาวกับเกลื้อนต่างกันอย่างไร

ต่างกันที่สี ขุย ตำแหน่ง และการตอบสนองต่อยา โรคด่างขาวเป็นปื้นขาวจัดเหมือนน้ำนมเพราะไม่มีเม็ดสีเหลืออยู่ ขอบชัดคม ผิวเรียบไม่มีขุย ไม่คัน มักขึ้นรอบตา รอบปาก มือ ข้อศอก เข่า และสมมาตรสองข้าง ส่วนเกลื้อนเป็นด่างสีจาง ชมพู หรือน้ำตาลที่ไม่ขาวจัด มีขุยละเอียดคล้ายแป้งเมื่อขูดเบา ๆ ขึ้นที่หลัง อก คอ และไหล่ ใต้โคมไฟ Wood's lamp โรคด่างขาวเรืองแสงขาวอมฟ้าจ้า และการขูดขุยตรวจ KOH พบเชื้อยีสต์เฉพาะในเกลื้อน เกลื้อนหายด้วยยาฆ่าเชื้อรา แต่โรคด่างขาวไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อราเลย ต้องใช้ยาลดการอักเสบหรือการฉายแสงทางการแพทย์

ผิวลูกเป็นด่างขาวเกิดจากอะไร

ในเด็กสาเหตุอันดับหนึ่งคือกลากน้ำนม ปื้นขาวจางขอบไม่ชัด ผิวแห้งมีขุยละเอียดที่แก้ม ในเด็กอายุ 3–16 ปีที่ผิวแห้งหรือมีภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่ใช่เชื้อรา ไม่ใช่พยาธิ และไม่เกี่ยวกับนม หายเองในหลายเดือนถึง 2–3 ปีด้วยมอยเจอไรเซอร์และครีมกันแดด สาเหตุรองคือรอยขาวหลังผื่นหายตรงที่เคยเป็นผื่นภูมิแพ้หรือรอยแมลงกัดที่เกา ซึ่งคืนสีใน 3–6 เดือน ปื้นสีจางปื้นเดียวที่มีมาตั้งแต่เกิดมักเป็นปานขาวแต่กำเนิด สิ่งที่ต้องพาไปตรวจคือปื้นขาวจัดขอบชัดที่ขยายเร็ว ปื้นรูปใบไม้ตั้งแต่ 3 ปื้นในทารก และปื้นที่ชาเมื่อสัมผัส

ผิวหนังเป็นด่างขาว ๆ เกิดจากอะไร

ผิวจะขาวกว่าปกติเมื่อเซลล์สร้างเม็ดสีทำงานน้อยลงชั่วคราว ลดจำนวนลง หรือถูกทำลายไป ด่างที่จางกว่าผิวแต่ไม่ขาวจัดมักมาจากกลไกชั่วคราว เช่น เกลื้อนที่เชื้อยีสต์ยับยั้งการสร้างเม็ดสี กลากน้ำนมและรอยขาวหลังผื่นหายที่การอักเสบรบกวนการส่งเม็ดสี จุดขาวเล็กถาวรที่แขนขาของผู้ใหญ่คือกระขาวจากเซลล์เม็ดสีที่ลดลงตามแดดและอายุ ส่วนปื้นขาวจัดเหมือนน้ำนมขอบชัดคือโรคด่างขาวที่ภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์เม็ดสี วิธีแยกเบื้องต้นคือดูขนาด ขุย ตำแหน่ง อายุ และการลาม แล้วให้แพทย์ยืนยันด้วยโคมไฟ Wood's lamp และการขูดขุยตรวจ

เป็นดวงขาว ๆ ที่ผิวหนัง ไม่คัน อันตรายไหม

ส่วนใหญ่ไม่อันตราย กระขาว กลากน้ำนม รอยขาวหลังผื่นหาย และเกลื้อนล้วนไม่คันหรือคันน้อย และไม่มีผลต่อสุขภาพ แต่การไม่คันไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะโรคด่างขาวก็ไม่คันแต่ลามได้และควรรักษาเร็ว และโรคเรื้อนก็ไม่คันแต่ทำลายเส้นประสาทถาวรถ้าปล่อยไว้ สัญญาณที่ต้องพบแพทย์คือดวงขาวที่ชาหรือรับความรู้สึกน้อยลง ดวงขาวจัดเหมือนน้ำนมขอบชัดที่ขยายภายในไม่กี่สัปดาห์หรือขึ้นสองข้างคล้ายกัน หรือทายาฆ่าเชื้อรา 2–4 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น ถ้าไม่มีสัญญาณเหล่านี้ ดวงขาวที่ไม่คันมักเป็นเรื่องความสวยงามมากกว่าโรค

ผิวหนังเป็นจุดขาว ๆ รักษายังไง

ต้องรู้สาเหตุก่อน เพราะไม่มียาตัวเดียวที่ใช้กับจุดขาวทุกชนิด กระขาวไม่จำเป็นต้องรักษา แค่ทาครีมกันแดด เกลื้อนใช้ยาฆ่าเชื้อราชนิดทาหรือแชมพูยา 2–4 สัปดาห์ตามที่แพทย์กำหนด แล้วรอ 1–3 เดือนให้สีคืน กลากน้ำนมใช้มอยเจอไรเซอร์ ครีมกันแดด และสบู่อ่อน โรคด่างขาวใช้ยาทาลดการอักเสบ ยาทาปรับภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ หรือการฉายแสงทางการแพทย์ในสถานพยาบาลต่อเนื่องหลายเดือน รอยขาวหลังผื่นหายและผิวขาวจากสเตียรอยด์รอคืนสีเอง 3–12 เดือน โรคเรื้อนรักษาหายขาดด้วยยาปฏิชีวนะหลายขนาน 6–12 เดือน อย่าซื้อยาฆ่าเชื้อราหรือครีมผสมสเตียรอยด์มาทาก่อนรู้สาเหตุ

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะบุคคล การประเมินรอยโรคผิวหนังและการเลือกใช้ยาควรทำโดยแพทย์

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 7 กันยายน 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ไขมันที่เปลือกตา (Xanthelasma) คืออะไร อันตรายไหม และรักษาอย่างไร

ไขมันที่เปลือกตา Xanthelasma คืออะไร เกี่ยวกับไขมันในเลือดไหม แยกจากสิวข้าวสารและสิวหิน พร้อมเปรียบเทียบวิธีรักษา ความเสี่ยง และการกลับเป็นซ้ำ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page