โรคด่างขาว เกิดจากอะไร และรักษาอย่างไร
อัปเดตเมื่อ 7 ส.ค.
โรคด่างขาว หรือ Vitiligo คือภาวะที่ผิวหนังเกิดปื้นสีขาวเพราะสูญเสียเม็ดสี ปื้นมักมีขอบชัด สีขาวสนิท และไม่มีอาการเจ็บหรือคัน พบได้ราว 1 ถึง 2 ในร้อยคนทั่วโลก ทุกเชื้อชาติและทุกสีผิว
สิ่งที่อยากให้เข้าใจตั้งแต่ต้นคือ ด่างขาวไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ใช่เชื้อรา และไม่อันตรายถึงชีวิต แต่มันส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของคนไข้มาก โดยเฉพาะเมื่อขึ้นที่ใบหน้าหรือมือ และมันมักถูกสับสนกับโรคอื่นที่หน้าตาคล้ายกัน การวินิจฉัยให้ถูกตั้งแต่แรกจึงสำคัญ เพราะการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง
โรคด่างขาว เกิดจากอะไร
ผิวเรามีเซลล์ชื่อ melanocyte ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีเมลานินที่ให้สีผิว ในโรคด่างขาว เซลล์เหล่านี้ถูกทำลายหรือหยุดทำงาน ผิวบริเวณนั้นจึงไม่มีเม็ดสีและกลายเป็นปื้นขาว
สาเหตุที่ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีถูกทำลาย เชื่อว่ามาจากหลายปัจจัยร่วมกัน
ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ เป็นกลไกหลัก ระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดว่าเซลล์สร้างเม็ดสีเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเข้าไปทำลาย ด้วยเหตุนี้ด่างขาวจึงมักพบร่วมกับโรคภูมิคุ้มกันอื่น
พันธุกรรม คนที่มีคนในครอบครัวเป็นด่างขาวมีโอกาสเป็นสูงกว่า
โรคไทรอยด์ โดยเฉพาะไทรอยด์อักเสบจากภูมิคุ้มกัน พบร่วมกับด่างขาวได้บ่อย
ปัจจัยกระตุ้นทางผิวหนัง เช่น แผล รอยถลอก หรือผิวไหม้แดดรุนแรง บางคนเริ่มมีรอยด่างขาวตรงตำแหน่งที่เคยบาดเจ็บ
ที่อยากเน้นคือ ด่างขาวไม่ได้เกิดจากการกินของแสลง ไม่ได้เกิดจากความสกปรก และไม่ได้เกิดจากกรรมเก่าอย่างที่หลายคนเข้าใจ มันเป็นภาวะทางภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่ความผิดของคนไข้
อาการและการกระจายตัว
รอยด่างขาวเริ่มจากจุดหรือปื้นเล็ก ๆ สีจางลงจนขาวสนิท ขอบมักชัดเจน บางครั้งขอบเข้มกว่าผิวปกติเล็กน้อย ตำแหน่งที่พบบ่อยคือบริเวณที่โดนแดดและบริเวณรอบช่องเปิดของร่างกาย เช่น รอบตา รอบปาก มือ ข้อศอก เข่า และอวัยวะเพศ ขนหรือผมในบริเวณที่เป็นอาจเปลี่ยนเป็นสีขาวด้วย
รอยด่างขาวมักไม่มีอาการ ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่มีขุย ผิวบริเวณนั้นเรียบเหมือนผิวปกติทุกอย่าง ต่างกันแค่สี จุดนี้เองที่ช่วยแยกจากเกลื้อนซึ่งมักมีขุยและคัน
โรคด่างขาวมีกี่ชนิด
การแบ่งชนิดช่วยให้แพทย์คาดการณ์การดำเนินโรคและเลือกการรักษาได้ตรงขึ้น แบ่งกว้าง ๆ เป็นสองกลุ่ม
Segmental (เป็นข้างเดียว) — ลักษณะ: รอยจำกัดอยู่ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย ไม่ข้ามแนวกลางตัว มักเริ่มในวัยเด็ก / แนวโน้ม: ลามเร็วช่วงแรกแล้วมักหยุดนิ่ง ตอบสนองการรักษาบางวิธีได้ดี
Non-segmental (เป็นสองข้าง) — ลักษณะ: รอยกระจายสมมาตรทั้งสองข้าง พบบ่อยที่สุด / แนวโน้ม: ดำเนินโรคเป็นช่วง ๆ อาจลามเพิ่มได้ตามเวลา
นอกจากนี้ยังมีแบบที่เป็นเฉพาะจุด (focal) แบบที่ลามเกือบทั้งตัว (universalis) และแบบที่เป็นเฉพาะใบหน้าและปลายมือปลายเท้า (acrofacial) การจัดกลุ่มต้องอาศัยการตรวจโดยแพทย์ผิวหนัง
ด่างขาว แยกจากโรคที่คล้ายกันอย่างไร
นี่คือส่วนที่ผมเห็นคนไข้เข้าใจผิดบ่อยที่สุด ปื้นขาวที่ผิวไม่ได้มีแค่ด่างขาว และการรักษาแต่ละโรคต่างกันมาก
ด่างขาว (Vitiligo) — สี/ลักษณะ: ขาวสนิท ขอบชัด / ขุย/คัน: ไม่มีขุย ไม่คัน / สาเหตุ: ภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์สี
เกลื้อน (Pityriasis versicolor) — สี/ลักษณะ: ขาวหรือน้ำตาลอ่อน / ขุย/คัน: มีขุยละเอียด คันเล็กน้อย / สาเหตุ: เชื้อรา
กลากน้ำนม (Pityriasis alba) — สี/ลักษณะ: ขาวจาง ขอบไม่ชัด / ขุย/คัน: ขุยบาง ผิวแห้ง / สาเหตุ: ผิวอักเสบอ่อน ๆ พบในเด็ก
หน้าติดสาร/สเตียรอยด์ — สี/ลักษณะ: ด่างไม่สม่ำเสมอ ผิวบาง / ขุย/คัน: อาจแสบ มีเส้นเลือดฝอย / สาเหตุ: ใช้สเตียรอยด์ทาผิดวิธีนาน
วิธีที่ช่วยแยกในคลินิกคือการส่องด้วย Wood's lamp ซึ่งเป็นแสงอัลตราไวโอเลตชนิดหนึ่ง รอยด่างขาวจริงจะเรืองแสงขาวเด่นชัดต่างจากเกลื้อนหรือกลากน้ำนม ถ้ายังไม่แน่ใจ การตัดชิ้นเนื้อตรวจช่วยยืนยันได้ การลงทุนกับการวินิจฉัยที่ถูกตั้งแต่แรกช่วยให้ไม่เสียเวลารักษาผิดทาง
ด่างขาวในเด็ก
ด่างขาวเริ่มได้ตั้งแต่วัยเด็ก พ่อแม่มักกังวลและรีบหาทางรักษา สิ่งที่อยากให้รู้คือ ในเด็กต้องแยกจากกลากน้ำนมให้ดี เพราะกลากน้ำนมเป็นภาวะผิวแห้งอักเสบอ่อน ๆ ที่พบบ่อยมากและหายได้เอง ไม่ใช่ด่างขาว
ถ้าเป็นด่างขาวจริง ข่าวดีคือเด็กมักตอบสนองการรักษาได้ดีกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะรอยที่ใบหน้า การพาไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยให้แน่ใจก่อน ดีกว่าซื้อยาทาเองซึ่งอาจเป็นสเตียรอยด์แรงเกินไปสำหรับผิวเด็ก
โรคด่างขาว อันตรายไหม ติดต่อไหม หายเองได้ไหม
ด่างขาวไม่อันตรายต่อร่างกาย ไม่ใช่มะเร็ง และไม่ติดต่อไม่ว่าจะสัมผัส ใช้ของร่วมกัน หรืออยู่ใกล้กัน ผลกระทบหลักคือเรื่องความมั่นใจและสภาพจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
เรื่องหายเองได้ไหม คำตอบตรงไปตรงมาคือ ส่วนน้อยที่รอยกลับมามีสีเองได้บางส่วน แต่ส่วนใหญ่ไม่หายเองและอาจค่อย ๆ ลามถ้าไม่ดูแล การรักษาช่วยกระตุ้นให้เม็ดสีกลับมาและช่วยหยุดการลาม จึงควรพบแพทย์เร็วตั้งแต่รอยยังใหม่ เพราะรอยใหม่ตอบสนองการรักษาได้ดีกว่ารอยเก่า
วิธีรักษาโรคด่างขาว
เป้าหมายของการรักษามีสองอย่าง คือหยุดการลุกลามและกระตุ้นให้เม็ดสีกลับมา แพทย์จะเลือกวิธีตามชนิด ตำแหน่ง ขนาดของรอย และอายุ
ยาทากลุ่มลดการอักเสบ เช่น ยาทากลุ่ม calcineurin inhibitor และสเตียรอยด์ตามระดับที่เหมาะสม ใช้สำหรับรอยที่ยังไม่กว้าง โดยเฉพาะบนใบหน้า ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เพราะการใช้สเตียรอยด์เองนาน ๆ มีผลข้างเคียง
การฉายแสงอัลตราไวโอเลต โดยเฉพาะ Narrowband UVB เป็นการรักษามาตรฐานสำหรับรอยที่กระจายหลายจุด ช่วยกระตุ้นเซลล์สีให้กลับมาทำงาน
เครื่อง Excimer 308 นาโนเมตร เป็นแสงเฉพาะจุด เหมาะกับรอยที่จำกัดบริเวณ เช่น บนใบหน้า ใช้เวลารักษาต่อเนื่องเป็นชุด
การปลูกถ่ายเซลล์เม็ดสี สำหรับรอยที่นิ่งแล้วและไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น โดยเฉพาะชนิด segmental
การกลบสีและกันแดด เครื่องสำอางกลบรอยช่วยเรื่องความมั่นใจระหว่างรักษา และการกันแดดสำคัญมากเพราะผิวที่ไม่มีเม็ดสีไหม้แดดง่าย และแดดทำให้ความต่างของสีเด่นชัดขึ้น
ผลการรักษาต่างกันในแต่ละคนและแต่ละตำแหน่ง ใบหน้ามักตอบสนองดี ส่วนปลายมือปลายเท้าและบริเวณที่มีขนขาวมักกลับคืนยากกว่า ผมอยากให้คนไข้เข้าใจตามจริงว่าด่างขาวเป็นโรคที่ควบคุมได้ ไม่ใช่โรคที่มียาทาครั้งเดียวแล้วหาย ใครที่โฆษณาว่ารับรองหายขาด 100% ภายในไม่กี่สัปดาห์ ให้ระวังไว้ก่อน
ดูแลตัวเองเมื่อเป็นด่างขาว
นอกจากการรักษาจากแพทย์ การดูแลตัวเองช่วยได้จริง
ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ปกป้องผิวที่ไม่มีเม็ดสีและลดความต่างของสี
หลีกเลี่ยงการเสียดสีหรือบาดเจ็บที่ผิว เพราะอาจกระตุ้นรอยใหม่
ดูแลสุขภาพจิตใจ ด่างขาวกระทบความมั่นใจ การพูดคุยกับแพทย์หรือคนที่เข้าใจช่วยได้
ตรวจสุขภาพต่อมไทรอยด์ตามที่แพทย์แนะนำ เพราะพบร่วมกันได้บ่อย
คำถามที่พบบ่อย
โรคด่างขาวเกิดจากอะไร เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีถูกทำลาย ส่วนใหญ่จากภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง ร่วมกับพันธุกรรมและปัจจัยอื่น ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคหรือของแสลง
โรคด่างขาวติดต่อไหม ไม่ติดต่อ ไม่ว่าจะสัมผัส ใช้ของร่วมกัน หรืออยู่ใกล้กัน
โรคด่างขาวกับเกลื้อนต่างกันอย่างไร เกลื้อนเกิดจากเชื้อรา มีขุยและคัน ส่วนด่างขาวเป็นปื้นขาวสนิท ไม่มีขุย ไม่คัน และไม่ติดต่อ ส่องด้วย Wood's lamp แยกได้
โรคด่างขาวรักษาหายขาดได้ไหม เป็นโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ หลายรายเม็ดสีกลับมาได้โดยเฉพาะรอยใหม่และบนใบหน้า แต่ผลต่างกันในแต่ละคน ไม่ควรเชื่อคำรับรองหายขาด 100%
ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวมีปื้นขาวที่ผิวและไม่แน่ใจว่าเป็นด่างขาว เกลื้อน หรืออย่างอื่น การให้แพทย์ผิวหนังตรวจด้วย Wood's lamp ตั้งแต่รอยยังใหม่ คือก้าวแรกที่ถูกต้องที่สุด เพราะยิ่งวินิจฉัยและเริ่มดูแลเร็ว โอกาสที่เม็ดสีจะกลับมายิ่งดี ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

ความคิดเห็น