ฝีและฝีฝักบัว ทำไมห้ามบีบ และการผ่าระบายหนองอย่างปลอดภัย โดยแพทย์ผิวหนัง
อัปเดตเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา
ภาพประกอบเชื้อ Staphylococcus aureus จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน แต่งสี ไม่ใช่ตัวอย่างจากผู้ป่วยของคลินิก
CDC / Janice Haney Carr · Public Domain
เขียนโดย นพ. ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
ฝีฝักบัว (carbuncle) คือกลุ่มฝีจากรูขุมขนหลายรูที่ติดเชื้อและเชื่อมกันใต้ผิวหนัง จึงมักเป็นก้อนบวมเจ็บและมีหัวหนองหลายจุด ลึกและกว้างกว่าฝีหัวเดียว ผู้ที่สงสัยว่าเป็นฝีฝักบัวควรพบแพทย์เพื่อประเมินการกรีดระบายหนอง ไม่ควรบีบหรือเจาะเอง โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ รอยแดงลาม หรือเป็นเบาหวาน [1–4]
บทความนี้เน้นฝีฝักบัวโดยเฉพาะ หากยังไม่แน่ใจว่าก้อนหนองเป็นฝีชนิดใด อ่านภาพรวมได้ที่ ฝีและก้อนหนองใต้ผิวหนัง เกิดจากอะไร และเมื่อไหร่ต้องระบายหนอง หรือดูหมวด โรคผิวหนัง
ฝีฝักบัวมีลักษณะอย่างไร และต่างจากฝีหัวเดียวตรงไหน?
ฝีหัวเดียว หรือ furuncle เริ่มจากการติดเชื้อที่รูขุมขนและลุกลามลึกลงไป ส่วนฝีฝักบัวเกิดจากรูขุมขนหลายรูข้างเคียงติดเชื้อรวมกันเป็นบริเวณเดียว อาจมีโพรงหนองใต้ผิวเชื่อมกันและมีหนองระบายออกหลายรู พบได้ที่ต้นคอด้านหลัง หลัง และตำแหน่งอื่นที่มีรูขุมขน [1–3]
สิ่งที่เปรียบเทียบ | ฝีหัวเดียว (furuncle) | ฝีฝักบัว (carbuncle) |
ลักษณะหลัก | มักเป็นก้อนเจ็บจากรูขุมขนหนึ่งจุด | ก้อนอักเสบจากรูขุมขนหลายรูรวมและเชื่อมกัน |
หัวหนอง | มักมีหัวหนองหลักหนึ่งจุด แต่อาจยังมองไม่เห็นหัว | อาจเห็นหัวหนองหรือรูระบายหลายจุด |
ความลึกและขอบเขต | โดยทั่วไปเล็กและจำกัดบริเวณกว่า | โดยทั่วไปลึกและกว้างกว่า |
อาการร่วม | ก้อนเล็กอาจไม่มีอาการทั้งตัว | อาจมีไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลีย |
แนวทางดูแล | ฝีเล็กบางก้อนดูแลเบื้องต้นได้ หากไม่มีปัจจัยเสี่ยง | ควรให้แพทย์ตรวจ ไม่ควรรอให้แตกหรือบีบเอง |
จำนวนหัวที่เห็นไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยเพียงอย่างเดียว ก้อนที่ยังไม่มีหัวหนองก็อาจเป็นฝีลึกได้ และตุ่มหนองหลายตุ่มที่แยกจากกันไม่จำเป็นต้องเป็นฝีฝักบัวเสมอไป ไม่ใช้ขนาดก้อนตายตัวเป็นเกณฑ์วินิจฉัยหรือตัดสินว่าต้องกรีด

Medicalpal · CC BY-SA 4.0 · ย่อจากต้นฉบับ
ฝีฝักบัวเกิดจากอะไร และใครมีความเสี่ยงมากขึ้น?
เชื้อที่พบบ่อยคือ Staphylococcus aureus หรือแบคทีเรียสแตฟฟิโลคอคคัส ออเรียส เชื้อนี้อาศัยอยู่บนผิวหนังหรือในจมูกของบางคนโดยไม่ทำให้ป่วย แต่เมื่อผ่านรอยถลอกหรือรูขุมขนเข้าสู่เนื้อเยื่อ อาจเกิดการอักเสบและสะสมเป็นหนองได้ [1–4]
ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิด ได้แก่
เบาหวาน โดยเฉพาะเมื่อควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้ยาที่กดภูมิคุ้มกัน
ผิวหนังอักเสบหรือมีรอยเกาที่ทำให้เกราะป้องกันผิวเสียไป
การโกนขนและเสื้อผ้าที่เสียดสีผิว
สัมผัสหนองหรือใช้ผ้าเช็ดตัวและของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ที่มีการติดเชื้อ
ฝีฝักบัวเกิดได้แม้รักษาความสะอาดดี จึงไม่ควรตีความว่าเป็นเพราะสกปรกเสมอไป และการเป็นฝีครั้งเดียวก็ไม่ได้แปลว่าเป็นเบาหวาน หากเกิดซ้ำหรือมีปัจจัยเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม [1–4]
ฝีฝักบัวอันตรายไหม และเมื่อไหร่ต้องพบแพทย์ด่วน?
ฝีฝักบัวเป็นการติดเชื้อที่ลึกกว่าฝีหัวเดียว จึงควรให้แพทย์ตรวจตั้งแต่สงสัย ไม่จำเป็นต้องรอให้มีไข้หรือรอครบสองสัปดาห์ การติดเชื้ออาจลามสู่ผิวหนังรอบข้าง ส่วนการแพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกายเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อย แต่ต้องระวังมากขึ้นในผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ [1–4]
ควรพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากมีข้อใดข้อหนึ่ง
มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกไม่สบายทั้งตัว
รอยแดง บวม หรือปวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีเส้นแดงลามจากก้อน
ก้อนอยู่บนใบหน้า โดยเฉพาะใกล้ตา จมูก หรือกลางหน้า
ก้อนอยู่บนผิวหนังเหนือแนวกระดูกสันหลัง
เป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
เป็นซ้ำบ่อย หรืออาการแย่ลงแม้เริ่มรักษาแล้ว
ไปห้องฉุกเฉินทันที หากมีอาการซึม สับสน หายใจเร็วผิดปกติ หน้ามืดมาก ปวดรุนแรงเกินกว่าลักษณะแผล ผิวม่วงคล้ำหรือมีตุ่มพองและลามเร็ว หรือมีตาบวมร่วมกับการมองเห็นผิดปกติ อาการเหล่านี้ต้องประเมินการติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน ไม่ควรรอคิวนัดคลินิก [2–4]
ทำไมห้ามบีบหรือเจาะฝีฝักบัวเอง?
การมีหนองออกมาบางส่วนไม่ได้แปลว่าโพรงหนองใต้ผิวระบายได้เพียงพอ ฝีฝักบัวอาจมีหลายช่องเชื่อมกัน การบีบแรง ๆ หรือใช้เข็มเจาะจึงเสี่ยงทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ ติดเชื้อเพิ่ม หรือการติดเชื้อลุกลาม โดยเฉพาะก้อนลึกและก้อนบนใบหน้า [1–5]
ระหว่างรอพบแพทย์ สามารถดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้
ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสบริเวณนั้น
ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นที่ไม่ร้อน ประคบเบา ๆ ประมาณ 10 นาที วันละ 3–4 ครั้ง หากไม่ขัดกับคำแนะนำที่ได้รับ
ถ้ามีหนองไหล ให้ซับเบา ๆ และปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาด ไม่รีดหรือแคะในรูแผล
แยกผ้าเช็ดตัวและของใช้ที่สัมผัสแผล ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
ไม่พอกสมุนไพร ยาสีฟัน หรือสารที่ไม่ได้ใช้สำหรับแผล และไม่ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง
การประคบเป็นเพียงการช่วยบรรเทาระหว่างรอตรวจ ไม่ใช่สิ่งทดแทนการพบแพทย์สำหรับฝีฝักบัว ผู้ที่ผิวชา เช่น จากเบาหวาน ต้องระวังแผลลวกจากความร้อนเป็นพิเศษ
ฝีฝักบัวต้องกรีดระบายหนองทุกคนไหม และใช้ยาอย่างเดียวได้หรือไม่?
เมื่อแพทย์ยืนยันว่าเป็นฝีฝักบัว การเปิดระบายหนองเป็นแนวทางรักษาหลักตามแนวทาง IDSA เพราะการติดเชื้อมีโพรงหนองและอาจเชื่อมหลายช่อง ยาทาไม่สามารถทดแทนการระบายโพรงหนอง และการกินยาปฏิชีวนะอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ [3]
อย่างไรก็ตาม ก้อนอักเสบที่ดูคล้ายฝีอาจยังไม่มีโพรงหนอง หรือเป็นโรคอื่น แพทย์จึงต้องตรวจลักษณะ ความลึก ตำแหน่ง และอาการร่วมก่อนกำหนดวิธีรักษา ไม่ควรตัดสินจากจำนวนหัวหรือขนาดก้อนเพียงอย่างเดียว
ยาปฏิชีวนะอาจใช้ร่วมด้วยเมื่อมีไข้ การติดเชื้อลามรอบก้อน ภูมิคุ้มกันต่ำ การติดเชื้อรุนแรง หรือปัจจัยอื่นที่แพทย์เห็นสมควร ชนิดยาและระยะเวลาใช้ขึ้นกับการประเมิน รวมถึงเชื้อดื้อยาและผลเพาะเชื้อเมื่อมีการตรวจ ไม่ใช่ทุกคนต้องได้ยาชนิดเดียวกัน [3,5]
แพทย์อาจเก็บหนองส่งเพาะเชื้อเพื่อช่วยเลือกยา โดยเฉพาะเมื่อเกิดซ้ำ ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือมีความเสี่ยงสูง ไม่ควรนำยาของคนอื่นมาใช้ หรือปรับยาเองเมื่อเห็นว่าหนองเริ่มน้อยลง
การกรีดฝีทำอย่างไร และเจ็บไหม?
การกรีดระบายหนอง หรือ incision and drainage เป็นการเปิดทางให้หนองออกจากโพรง ขั้นตอนโดยทั่วไปประกอบด้วย [3,5,6]
ตรวจและอธิบายแผนรักษา ประเมินว่าเป็นฝีจริงหรือไม่ อยู่ลึกเพียงใด และเหมาะจะทำในคลินิกหรือต้องส่งต่อโรงพยาบาล
ทำความสะอาดและให้ยาระงับความเจ็บปวด หลายกรณีใช้ยาชาเฉพาะที่ แต่อาจต้องใช้วิธีอื่นตามขนาด ตำแหน่ง และสภาพผู้ป่วย
เปิดระบายหนอง แพทย์ระบายหนองและประเมินช่องหนองที่เชื่อมกัน รวมถึงจัดการเนื้อเยื่อที่จำเป็นตามลักษณะแผล
ปิดแผลและวางแผนทำแผลต่อ โดยทั่วไปอาจเว้นแผลเปิดให้ระบายต่อ ส่วนการใส่วัสดุในโพรงแผลใช้เฉพาะเมื่อมีเหตุเหมาะสม ไม่จำเป็นในทุกแผล
ขณะฉีดยาชาอาจรู้สึกแสบหรือเจ็บช่วงสั้น ๆ หลังยาชาออกฤทธิ์อาจยังรับรู้แรงกดหรือการสัมผัส หากเจ็บแปลบระหว่างทำให้แจ้งแพทย์ทันที จึงไม่ควรรับรองว่า “ไม่เจ็บเลย” [6]
ก่อนทำ ควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์ และยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด อย่าหยุดยาเอง และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวของสถานพยาบาลที่จะทำหัตถการ
ฝีฝักบัวกี่วันหาย และดูแลแผลหลังระบายอย่างไร?
ระยะหายไม่ตายตัว และอาการปวดลดลงไม่เท่ากับแผลหายสนิท หลังระบายหนอง อาการปวดมักทุเลา แต่แผลยังต้องใช้เวลาสร้างเนื้อเยื่อและปิดจากด้านใน แนวทางดูแลแผลฝีผิวหนังทั่วไปของ Dorset County Hospital ระบุกรอบประมาณ 2–3 สัปดาห์หลังระบาย ทั้งนี้ไม่ใช่ระยะรับรองสำหรับฝีฝักบัวทุกคน ก้อนใหญ่ ลึก หรือมีหลายโพรง รวมถึงเบาหวานที่ควบคุมไม่ดี อาจใช้เวลานานกว่านั้น [6]
สิ่งสำคัญกว่าการนับวันคือแนวโน้มอาการดีขึ้นและมาตรวจแผลตามนัด ไม่ใช้ไทม์ไลน์รายวันแบบรับประกัน
ทำแผลและเปลี่ยนวัสดุปิดแผลตามวิธีที่แพทย์หรือพยาบาลสอน เปลี่ยนเมื่อเปียกหรือสกปรก
ถ้ามีวัสดุใส่ในโพรงแผล ให้เจ้าหน้าที่แนะนำวันและวิธีนำออก ไม่ดึงหรือยัดกลับเองโดยไม่ได้รับคำสอน
ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังทำแผล และทิ้งวัสดุเปื้อนหนองในถุงปิด
ใช้ยาตามคำสั่งแพทย์ ไม่ปรับ ลด หรือหยุดยาปฏิชีวนะเอง
หลีกเลี่ยงการบีบ เกา และการเสียดสีบริเวณแผล ไม่ลงสระขณะยังมีแผลหรือหนอง
ควบคุมโรคประจำตัว เช่น ระดับน้ำตาล และมาตรวจตามนัดแม้รู้สึกปวดน้อยลงแล้ว
หากมีไข้ใหม่ รอยแดงลาม ปวดมากขึ้น หนองเพิ่ม หรืออาการกลับแย่ลง ให้พบแพทย์ก่อนนัด ไม่ต้องรอให้ครบกรอบเวลาข้างต้น ฝีฝักบัวอาจทิ้งรอยคล้ำหรือแผลเป็นได้ และการรักษาไม่ได้รับประกันว่าจะไม่เป็นซ้ำ [1,2,6]
ฝีฝักบัวต่างจากสิวอักเสบ เนื้อเยื่ออักเสบ และโรค HS อย่างไร?
ก้อนบวมแดงหลายจุดไม่ได้เป็นโรคเดียวกันทั้งหมด ข้อสังเกตเบื้องต้น ได้แก่
สิวอักเสบ: มักมีสิวชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น สิวอุดตัน บนใบหน้า หน้าอก หรือหลัง ก้อนสิวลึกบางก้อนคล้ายฝีได้ จึงไม่ควรเจาะเอง
เนื้อเยื่ออักเสบ หรือ cellulitis: เด่นที่ผิวบวมแดงร้อนแผ่กว้าง ไม่จำเป็นต้องมีโพรงหนองให้กรีด และอาจเกิดร่วมกับฝีได้ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง เนื้อเยื่ออักเสบ cellulitis
โรคต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรัง หรือ HS: เป็นโรคอักเสบเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับรูขุมขน ไม่ใช่เพียงการติดเชื้อธรรมดา มักเป็นก้อนเจ็บซ้ำที่รักแร้ ขาหนีบ ใต้ราวนม หรือก้น อาจมีโพรงหนองเรื้อรังและแผลเป็น การระบายหนองอย่างเดียวไม่ใช่แผนรักษาระยะยาว อ่านเพิ่มเติมเรื่อง โรคต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรัง HS
ไม่สามารถยืนยันโรคจากภาพหรือคำอธิบายอย่างเดียวได้ โดยเฉพาะก้อนที่กลับซ้ำตำแหน่งเดิม ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุแทนการรักษาแบบฝีครั้งต่อครั้ง [3,7]
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฝีฝักบัว
ฝีฝักบัวหายเองได้ไหม?
บางก้อนอาจมีหนองระบายออกเอง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าหนองใต้ผิวระบายเพียงพอ ฝีฝักบัวควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อพิจารณาการระบายหนองและการรักษาเพิ่มเติม ไม่ควรรอให้แตกเอง โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ รอยแดงลาม เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
ฝีดอกบัวกับฝีฝักบัวเหมือนกันไหม?
คำว่า “ฝีดอกบัว” อาจใช้เรียกคลาดเคลื่อนในภาษาทั่วไป จึงไม่ควรใช้ชื่อนี้ตัดสินชนิดหรือความรุนแรง ในบทความนี้ใช้คำว่า “ฝีฝักบัว” หรือ carbuncle หมายถึงกลุ่มฝีจากรูขุมขนหลายรูที่ติดเชื้อและเชื่อมกันใต้ผิวหนัง การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจจริง
ฝีฝักบัวแตกแล้วต้องไปหาหมอไหม?
ยังควรพบแพทย์ เพราะอาจเหลือโพรงหนองลึกหรือช่องหนองที่ยังไม่ระบาย ระหว่างรอตรวจให้ล้างมือ ซับสิ่งที่ไหลออกเบา ๆ และปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาด ไม่รีด แคะ หรือใช้เข็มคว้านแผล หากมีไข้หรือรอยแดงลามให้พบแพทย์ด่วน
กินยาปฏิชีวนะอย่างเดียวแทนกรีดฝีได้ไหม?
หากเป็นฝีฝักบัวที่มีโพรงหนอง การระบายหนองเป็นการรักษาหลัก ยาปฏิชีวนะอาจใช้ร่วมตามความรุนแรงและปัจจัยเสี่ยง ก้อนที่ยังไม่มีโพรงหนองหรือเป็นโรคอื่นอาจรักษาต่างกัน จึงควรให้แพทย์ตรวจและไม่ซื้อยากินเอง
ฝีฝักบัวติดต่อคนในบ้านได้ไหม?
แบคทีเรียที่ทำให้เกิดฝีสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสหนองหรือของใช้ที่ปนเปื้อน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่สัมผัสจะเป็นฝี ควรปิดแผล ล้างมือ และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือมีดโกนร่วมกัน หากหลายคนในบ้านเป็นฝีซ้ำ ควรแจ้งแพทย์
หลังระบายหนอง กี่วันแผลจึงหาย?
แผลฝีผิวหนังทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 2–3 สัปดาห์ แต่ฝีฝักบัวที่ใหญ่ ลึก หรือมีหลายช่องอาจนานกว่านั้น ระยะหายขึ้นกับขนาดแผล โรคประจำตัว และการดูแล ไม่สามารถรับประกันจำนวนวันได้ หากปวด บวมแดง หรือไข้เพิ่มควรกลับไปตรวจก่อนนัด
ฝีฝักบัวห้ามกินอะไร กินไข่หรือของหมักได้ไหม?
ยังไม่มีหลักฐานว่าอาหารกลุ่มใด เช่น ไข่ ของหมักดอง เนื้อวัว หรืออาหารทะเล ทำให้ฝีแย่ลงหรือหายช้าลง การงดโปรตีนโดยไม่จำเป็นอาจทำให้แผลสมานช้า เพราะร่างกายใช้โปรตีนในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สิ่งที่มีผลชัดเจนกว่าคือการควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ที่เป็นเบาหวาน หากแพทย์สั่งงดอาหารบางอย่างเพราะอาจตีกับยา ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะราย
เป็นฝีที่ขาอันตรายไหม?
ตำแหน่งที่ขาหรือต้นขาไม่ได้อันตรายกว่าตำแหน่งอื่นในตัวเอง แต่เวลาเดินหรือนั่งอาจเจ็บและแผลถูกกดทับได้ สิ่งที่บ่งบอกความรุนแรงมากกว่าตำแหน่งคือไข้ รอยแดงลามเร็ว เส้นแดงลาม หรือเป็นเบาหวาน/ภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีสัญญาณเหล่านี้ควรพบแพทย์ด่วน
ต้องการนัดตรวจฝีฝักบัวที่ Siam Dermatology ทำอย่างไร?
หากมีก้อนหนองหลายหัวหรือไม่แน่ใจว่าเป็นฝีฝักบัว สามารถติดต่อ คลินิกเฉพาะทางผิวหนัง Siam Dermatology ที่ตำบลเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนัดแพทย์ประเมินชนิดของก้อน ความรุนแรง และทางเลือกการรักษา รวมถึงความเหมาะสมของการกรีดระบายหนองหรือการส่งต่อโรงพยาบาล
โทร 061 448 7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อสอบถามคิวและวันให้บริการก่อนเดินทาง ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ หน้าหลักคลินิก คลินิกสมุทรปราการ คลินิกบางนา และ แพทย์ นพ. ภัทร หากมีอาการฉุกเฉินตามที่กล่าวข้างต้น ให้ไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอวันนัด
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือแผนรักษาเฉพาะบุคคล การเลือกหัตถการ ยา และการติดตามผลต้องอาศัยการตรวจโดยแพทย์



ความคิดเห็น