top of page

โรคผิวหนัง 30 ชนิดที่พบบ่อย — สาเหตุ อาการ วิธีรักษา จากแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง

19 มิ.ย.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

โรคผิวหนังมีอยู่ประมาณ 3,000 ชนิด แต่ที่พบบ่อยในคลินิกผิวหนังของไทยมีประมาณ 30 ชนิด บทความนี้อาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนังได้รวบรวมโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด พร้อมสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษาโดยสังเขป เพื่อเป็นคู่มืออ้างอิงเบื้องต้น ทั้งนี้การวินิจฉัยและการรักษาที่แม่นยำควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

กลุ่มโรคที่พบบ่อยที่สุด 20 อันดับแรก

  • 1. สิว (Acne): รูขุมขนอุดตันจากไขมันและเชื้อ C. acnes มีทั้งชนิดอุดตัน อักเสบ ฮอร์โมน และซีสต์ รักษาด้วย Retinoids, Benzoyl peroxide, Clindamycin, Spironolactone และ Isotretinoin

  • 2. ฝ้า (Melasma): เม็ดสี Melanin มากขึ้นจากแสงแดดและฮอร์โมน รักษาด้วย Tranexamic acid, Hydroquinone, Pico Laser และครีมกันแดด SPF50+

  • 3. ผื่นแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis): โรคเรื้อรังพบบ่อยในเด็ก มีอาการคันรุนแรง รักษาด้วย Moisturizer, Topical Steroid, Tacrolimus, Dupilumab และ NB-UVB

  • 4. สะเก็ดเงิน (Psoriasis): เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ผื่นขุยหนาสีเงิน รักษาด้วย Vitamin D analog, ยาชีววิทยา, NB-UVB และ Methotrexate

  • 5. เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis): ผื่นมันและขุยจากเชื้อรา Malassezia รักษาด้วย Ketoconazole shampoo และ Tacrolimus

  • 6. ลมพิษ (Urticaria): ผื่นนูนแดงคัน รักษาด้วย Antihistamine และ Omalizumab ในรายเรื้อรัง

  • 7. ผมร่วง (Alopecia): มีทั้งชนิดกรรมพันธุ์ (AGA), ผมร่วงเป็นหย่อม (Areata) และ Telogen รักษาด้วย Minoxidil, Finasteride, PRP และ JAK inhibitors

  • 8. หูด (Warts): เกิดจากการติดเชื้อ HPV รักษาด้วย Cryotherapy, Salicylic acid, Electrocautery และเลเซอร์

  • 9. เริม (Herpes Simplex): จากไวรัส HSV-1 และ HSV-2 รักษาด้วย Acyclovir และ Valacyclovir

  • 10. งูสวัด (Herpes Zoster): จากการกลับมาทำงานของไวรัส VZV รักษาด้วยยาต้านไวรัสภายใน 72 ชั่วโมง และมีวัคซีนป้องกัน (Shingrix)

  • 11. กลาก-เกลื้อน (Tinea): จากเชื้อรา Dermatophyte รักษาด้วยยาต้านเชื้อราชนิดทาหรือรับประทาน เช่น Terbinafine และ Itraconazole

  • 12. หิด (Scabies): จากตัวไร Sarcoptes scabiei รักษาด้วย Permethrin 5% และ Ivermectin ชนิดรับประทาน

  • 13. รอยดำ/รอยแดงหลังอักเสบ (PIH/PIE): รักษาด้วย Tranexamic acid, Azelaic acid, Pico Laser (สำหรับรอยดำ) และ PDL/V-Beam (สำหรับรอยแดง)

  • 14. โรซาเชีย (Rosacea): หน้าแดงและมีเส้นเลือดฝอย รักษาด้วย Metronidazole, Ivermectin, PDL และ Brimonidine

  • 15. ด่างขาว (Vitiligo): ภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี รักษาด้วย NB-UVB, Excimer, Tacrolimus และ JAK inhibitor (Ruxolitinib)

  • 16. มะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer): ได้แก่ BCC, SCC และ Melanoma ใช้หลัก ABCDE ในการสังเกต รักษาด้วยการผ่าตัด, Mohs surgery และ Immunotherapy

  • 17. ขนคุด (Keratosis Pilaris): รักษาด้วย Urea cream, Salicylic acid lotion และ Tretinoin

  • 18. คีลอยด์ (Keloid): รักษาด้วยการฉีดสเตียรอยด์ในรอยแผล, 5-FU, PDL และการผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสี

  • 19. ติ่งเนื้อ-ขี้แมลงวัน: ได้แก่ Skin tag และ Seborrheic keratosis รักษาด้วย Electrocautery, คลื่นวิทยุ (RF) และเลเซอร์

  • 20. รังแค (Dandruff): รักษาด้วยแชมพูขจัดรังแคที่มี Ketoconazole หรือ Zinc pyrithione

อีก 10 ชนิดที่พบบ่อย

นอกจากนี้ยังมีโรคผิวหนังที่พบบ่อยอีก 10 ชนิด ได้แก่ ผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis), ผื่นแพ้ยา (Drug rash), ผดร้อน (Miliaria), พุพอง (Impetigo), ไฝ (Mole/Nevus), จุดด่างดำ (Hyperpigmentation), ด่างขาว (Vitiligo), ฝีรักแร้เรื้อรัง (Hidradenitis Suppurativa), เหงื่อออกมาก (Hyperhidrosis) และผิวแห้งแตก (Xerosis)

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนัง

  • ผื่นเรื้อรัง: ผื่นขยายอย่างรวดเร็ว หรือไม่หายภายใน 2 สัปดาห์

  • อาการติดเชื้อ: ผื่นมีน้ำเหลือง หนอง หรือเจ็บรุนแรง

  • สงสัยมะเร็ง: ไฝหรือติ่งเนื้อที่ขยายเร็ว สีเปลี่ยน หรือขอบไม่ชัด (ตามหลัก ABCDE)

  • อาการร่วม: มีอาการทางระบบร่วม เช่น ไข้ ปวดข้อ อ่อนเพลีย

  • ผื่นในเด็ก: ผื่นในเด็กที่ไม่ดีขึ้นภายใน 1 เดือน

คำถามที่พบบ่อย

โรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดในไทยมีอะไรบ้าง? โรคที่พบบ่อย เช่น สิว ฝ้า ผื่นแพ้ผิวหนัง เซ็บเดิร์ม กลาก-เกลื้อน ลมพิษ และผมร่วง ซึ่งส่วนใหญ่ควบคุมและรักษาได้ด้วยแนวทางที่เหมาะสม

ผื่นแบบไหนควรรีบพบแพทย์? ผื่นที่ขยายเร็ว ไม่หายใน 2 สัปดาห์ มีน้ำเหลืองหรือหนอง มีไข้ร่วม หรือไฝที่เปลี่ยนแปลงตามหลัก ABCDE ควรรีบพบแพทย์

โรคผิวหนังส่วนใหญ่รักษาหายได้ไหม? โรคผิวหนังหลายชนิดรักษาหายได้ ส่วนโรคเรื้อรัง เช่น สะเก็ดเงินหรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แม้ไม่หายขาดแต่ควบคุมอาการได้ดีด้วยการรักษาต่อเนื่อง

จำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อทุกครั้งไหม? ไม่จำเป็นทุกครั้ง การตรวจชิ้นเนื้อจะพิจารณาเฉพาะเมื่อสงสัยรอยโรคที่ผิดปกติหรือมะเร็งผิวหนัง เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

หากมีข้อสงสัยหรืออาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
เริมที่อวัยวะเพศ เป็นแบบไหน กี่วันหาย ติดต่อทางไหน แพทย์ผิวหนังอธิบายอาการในผู้หญิง ผู้ชาย และยาต้านไวรัสที่ใช้จริง

เริมที่อวัยวะเพศ (Genital herpes) คือการติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus, HSV) ที่ผิวหนังและเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ ก้น หรือรอบทวารหนัก ทำให้เกิดตุ่มน้ำใสขนาด 1–3 มม. ขึ้นเ

 
 
 
ยาทาสะเก็ดเงิน มีอะไรบ้าง แพทย์ผิวหนังอธิบายยาทาแต่ละกลุ่ม ความแรง ระยะเวลาใช้ ตัวไหนใช้ที่หน้าและหนังศีรษะได้ และเมื่อไรที่ยาทาอย่างเดียวไม่พอ

ยาทาเป็นการรักษาแนวแรกของสะเก็ดเงินในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เพราะราว 7 ใน 10 คนเป็นชนิดไม่รุนแรง คือมีผื่นน้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่ผิว (ประมาณ 5 ฝ่ามือ) และคุมได้ด้วยยาทาร่วมกับการดูแลผิวเพียงพอ แต่ "ยาทาส

 
 
 
รักษาฝ้าที่ไหนดี แถวกรุงเทพ–สมุทรปราการ แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีเลือกคลินิก ฝ้าตื้น ฝ้าลึก ฝ้าผสม รักษาต่างกันอย่างไร และยาที่ใช้จริง

คำถามว่า "รักษาฝ้าที่ไหนดี" มักได้คำตอบเป็นรายชื่อคลินิกกับชื่อเครื่องเลเซอร์ ซึ่งเป็นการตอบผิดลำดับ เพราะสิ่งที่ตัดสินว่าฝ้าจะดีขึ้นหรือแย่ลงไม่ใช่ชื่อสถานที่ แต่เป็น สามอย่างที่เกิดขึ้นในการพบแพทย์ค

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ