top of page

แผลเป็นและคีรอยด์ (Scars & Keloids) — การรักษาแผลเป็นด้วยวิธีทันสมัย

  • 22 มี.ค.
  • ยาว 1 นาที

แผลเป็นและคีรอยด์เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อความมั่นใจอย่างมาก โดยเฉพาะคีรอยด์ที่เนื้อเยื่อแผลเจริญเกินขอบเขต แพทย์ผิวหนังสยามใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดรอยแผลเป็นอย่างได้ผลจริง


ความแตกต่างระหว่างแผลเป็นและคีรอยด์

แผลเป็น (Scar) เป็นรอยที่เป็นไปตามธรรมชาติหลังเนื้อเยื่อปิด

ส่วนคีรอยด์ (Keloid) คือเนื้อเยื่อสร้างตัวเองเกินปกติ เจริญเกินขอบเขตแผลเดิม มักมีอาการคันหรือเจ็บ และมีแนวโน้มทางพันธุกรรม พบบ่อยในผู้ที่มีผิวสีเข้ม


ทางเลือกในการรักษาแผลเป็นและคีรอยด์

การรักษาในปัจจุบันมีหลายวิธี ได้แก่ การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เข้าคีรอยด์โดยตรงเพื่อยับยั้งการสร้างคอลลาเจน, เลเซอร์บรรเทาแผลเป็น (Fractional Laser) และ CO2 Laser, ไมโครนีดลิ่ง (Microneedling) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่, การแต้มกรดผลไม้ (Chemical Peel) เพื่อเซลล์ผิวใหม่, การรักษาคีรอยด์อาจใช้เวลาหลายเดือนและต้องการการรักษาต่อเนื่อง


การป้องกันคีรอยด์ในผู้ที่เสี่ยง

สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเป็นคีรอยด์ ควรเริ่มรักษาแผลใหม่ได้ทันทีที่สุด แผลหลังผ่าตัด สิว หรือหูเจาะ ไม่ควรปล่อยให้เป็นเวลานานก่อนให้แพทย์ประเมิน แผลเป็นที่รักษาช้าหรือรักษาโดยไม่ถูกวิธีอาจเป็นคีรอยด์ได้เรื้อรัง


คำถามที่พบบ่อย

คีรอยด์หายสนิทได้ไหม?

คีรอยด์สามารถควบคุมและลดขนาดลงได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม แต่อาจไม่หายสนิทสมบูรณ์ การแก้อย่างถาวรต้องใช้การรักษาต่อเนื่องและใช้เวลาหลายเดือน


คีรอยด์และแผลเป็นต่างกันอย่างไร?

คีรอยด์เจริญเกินผิวแผลเดิมและมักคันหรือเจ็บ ส่วนแผลเป็นอยู่ไม่เกินผิว ไม่ก่ออาการเจ็บ

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) ดูแลอย่างไรให้ผิวแข็งแรงและไม่ระคาย

ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนไทยหลายคน ผิวประเภทนี้มีเกราะป้องกันผิว (skin barrier) ที่อ่อนแอกว่าปกติ ทำให้สารระคายเคืองหรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ สามารถทำให้ผิวแดง แห้ง คัน หรือรู้ส

 
 
 
เซรามายด์ (Ceramide) สำคัญต่ออุปสรรคผิวอย่างไร?

เซรามายด์ (Ceramide) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นในชั้นผิวหนัง มีหน้าที่เป็นเหมือน "ซีเมนต์" ที่ยึดโครงสร้างผิวไว้ด้วยกัน คิดเป็น 50% ของไขมันทั้งหมดในชั้นผิวนอกสุด (Stratum Corneum) เมื่อเซร

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page