รอยคล้ำใต้ตา รักษายังไงให้หาย? สาเหตุ 4 ชนิด และวิธีรักษาจากแพทย์ผิวหนัง
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
รอยคล้ำใต้ตา (Periorbital Dark Circles) เป็นปัญหาความงามที่พบบ่อยและทำให้ดูโทรมกว่าอายุจริง แต่หลายคนรักษาไม่ตรงจุดเพราะเข้าใจว่ารอยคล้ำใต้ตามีสาเหตุเดียว ความจริงแล้วรอยคล้ำใต้ตาแบ่งได้เป็น 4 ชนิดหลักที่มีกลไกและวิธีรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง การแยกชนิดให้ถูกต้องจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดของการรักษา
รอยคล้ำใต้ตา 4 ชนิด แต่ละแบบต่างกันอย่างไร
แพทย์ผิวหนังจะแยกรอยคล้ำใต้ตาออกเป็นชนิดต่าง ๆ เพื่อเลือกวิธีรักษาให้ตรงกลไก
1. ชนิดเม็ดสี (Pigmentary): เกิดจากเม็ดสีสะสม จากรอยดำหลังอักเสบ (PIH) หรือพันธุกรรม รักษาด้วย Hydroquinone, Tretinoin และ Pico Laser
2. ชนิดหลอดเลือด (Vascular): เกิดจากผิวใต้ตาบางจนมองเห็นหลอดเลือด รักษาด้วยเลเซอร์หลอดเลือด PDL/V-Beam และครีมกลุ่ม Vitamin K
3. ชนิดโครงสร้าง/หลุมร่อง (Structural): เกิดจากร่องใต้ตาลึก (tear trough) ทำให้เกิดเงา รักษาด้วยการเติมสารเติมเต็ม (Hyaluronic acid filler) หรือ fat grafting
4. ชนิดผสม (Mixed): มีหลายกลไกร่วมกัน ต้องใช้แนวทางรักษาแบบผสมผสานตามสัดส่วนของแต่ละปัจจัย
รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากอะไร
นอกจากชนิดหลักทั้งสี่ ยังมีปัจจัยที่ทำให้รอยคล้ำใต้ตาชัดขึ้น เช่น การพักผ่อนไม่พอ การขยี้ตาบ่อยซึ่งกระตุ้นเม็ดสี ภูมิแพ้จมูกที่ทำให้เลือดคั่งใต้ตา อายุที่มากขึ้นทำให้ผิวบางและไขมันใต้ตายุบ รวมถึงการโดนแดดที่กระตุ้นเม็ดสี การประเมินร่วมกับแพทย์ช่วยแยกว่ารอยคล้ำของแต่ละคนมาจากปัจจัยใดเป็นหลัก
วิธีรักษารอยคล้ำใต้ตาที่ได้ผล
หัตถการและการดูแลที่ใช้บ่อย โดยเลือกตามชนิดของรอยคล้ำ ได้แก่
Pico Laser: ช่วยลดรอยดำและเม็ดสีรอบดวงตาในชนิดเม็ดสี มักทำเป็นคอร์สประมาณ 4–6 ครั้ง
Hyaluronic Acid Filler: เติมร่องใต้ตา (Tear Trough) เพื่อลดเงา เหมาะกับชนิดโครงสร้าง
PDL/V-Beam: เลเซอร์หลอดเลือดที่เหมาะกับชนิดหลอดเลือดซึ่งเห็นเส้นเลือดชัด
ยาทา/ครีมบำรุง: ครีมกลุ่ม Retinol 0.3–1%, Niacinamide 5%, Vitamin C และ Caffeine eye cream ช่วยบำรุงและลดเม็ดสีระยะยาว
Mesotherapy: Mesotherapy เช่น DMK, PRP หรือ Vitamin B12 injection ช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตา
การเลือกวิธีขึ้นกับชนิดของรอยคล้ำและสภาพผิวของแต่ละคน ยาทาบางชนิด เช่น Hydroquinone และ Tretinoin ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะผิวรอบดวงตาบางและไวต่อการระคายเคือง
ดูแลตัวเองอย่างไรให้รอยคล้ำใต้ตาดีขึ้น
พักผ่อน: นอนหลับให้เพียงพอและสม่ำเสมอ ช่วยลดการคั่งของเลือดใต้ตา
กันแดด: ทาครีมกันแดดบริเวณรอบดวงตาทุกวันเพื่อป้องกันเม็ดสีเข้มขึ้น
ลดการกระตุ้น: เลี่ยงการขยี้ตา และรักษาภูมิแพ้จมูกหากเป็นสาเหตุร่วม
คำถามที่พบบ่อย
รอยคล้ำใต้ตาหายเองได้ไหม? รอยคล้ำที่เกิดจากการพักผ่อนไม่พอชั่วคราวอาจดีขึ้นเองเมื่อพักเพียงพอ แต่รอยคล้ำจากเม็ดสี หลอดเลือด หรือร่องใต้ตาลึก มักไม่หายเองและต้องอาศัยการรักษาที่ตรงชนิด
ครีมทารอบดวงตาช่วยรอยคล้ำได้จริงไหม? ครีมกลุ่ม Retinol, Niacinamide, Vitamin C และ Caffeine ช่วยบำรุงและลดเม็ดสีได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะชนิดเม็ดสี แต่ในชนิดหลอดเลือดหรือชนิดโครงสร้าง มักต้องอาศัยหัตถการร่วมด้วยจึงเห็นผลชัด
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับทุกคนไหม? ไม่ใช่ทุกคน การฉีด Hyaluronic Acid Filler เหมาะกับรอยคล้ำชนิดโครงสร้างที่เกิดจากร่องใต้ตาลึกเป็นหลัก หากเป็นชนิดเม็ดสีหรือหลอดเลือด การฉีดฟิลเลอร์อาจไม่ช่วย จึงควรให้แพทย์ประเมินชนิดก่อน
Pico Laser ใต้ตาต้องทำกี่ครั้ง? โดยทั่วไปมักทำเป็นคอร์สประมาณ 4–6 ครั้งสำหรับรอยคล้ำชนิดเม็ดสี แต่จำนวนครั้งจริงขึ้นกับความเข้มของเม็ดสีและการตอบสนองของแต่ละคน ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
รอยคล้ำใต้ตาแต่ละชนิดใช้วิธีรักษาที่ต่างกัน การประเมินให้ถูกชนิดก่อนเริ่มรักษาคือกุญแจของผลลัพธ์ที่ดี ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น