top of page

ขี้แมลงวัน เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีแยกจากไฝ กระ และมะเร็งผิวหนัง พร้อมวิธีจี้กำจัดให้เรียบไม่เป็นรอยดำ

3 ส.ค.
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา

เปรียบเทียบลักษณะขี้แมลงวัน ไฝ และมะเร็งผิวหนัง

ขี้แมลงวัน คือคำที่คนไทยใช้เรียกจุดหรือตุ่มเล็กสีน้ำตาลเข้มถึงดำบนผิวหนัง ซึ่งในทางการแพทย์คือ ไฝขนาดเล็ก (melanocytic nevus) ที่เกิดจากเซลล์เม็ดสีมารวมกลุ่มกัน ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่เป็นรอยโรคที่ต้องดูให้เป็น เพราะจุดสีเข้มบนผิวคือกลุ่มเดียวกับที่อาจซ่อนมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาไว้ได้ บทความนี้แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายว่าขี้แมลงวันและไฝเกิดจากอะไร มีชนิดใดบ้าง ลักษณะที่แพทย์ใช้แยกจากมะเร็งรวมถึงการส่องกล้องผิวหนังและหลัก ABCDE และเหตุผลสำคัญว่าทำไมจุดที่มีเม็ดสีจึงไม่ควรจี้หรือเลเซอร์ทิ้งก่อนแน่ใจว่าไม่ใช่มะเร็ง

ขี้แมลงวันและไฝเกิดจากอะไร

ไฝและขี้แมลงวันเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) ที่แทนที่จะกระจายตัวสม่ำเสมอ กลับมารวมกลุ่มกันเป็นกระจุกในผิวหนัง จึงเห็นเป็นจุดหรือตุ่มสีเข้ม ปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่

  • พันธุกรรม จำนวนไฝส่วนหนึ่งถูกกำหนดโดยกรรมพันธุ์ คนที่พ่อแม่มีไฝมากมักมีมากตาม

  • แสงแดด การได้รับรังสียูวีสะสม โดยเฉพาะการถูกแดดเผาในวัยเด็ก สัมพันธ์กับจำนวนไฝที่มากขึ้นและเป็นปัจจัยเสี่ยงของเมลาโนมา

  • ฮอร์โมน ช่วงวัยรุ่นและตั้งครรภ์อาจทำให้ไฝเดิมเข้มขึ้นหรือมีจุดใหม่เพิ่ม

ไฝอาจเป็นมาแต่กำเนิด (congenital nevus) หรือค่อย ๆ เกิดภายหลัง (acquired nevus) ก็ได้ โดยไฝที่เป็นมาแต่กำเนิดขนาดใหญ่จะมีความเสี่ยงต่างออกไปและควรให้แพทย์ติดตาม

ไฝและขี้แมลงวันมีหลายชนิด

ในทางการแพทย์ ไฝแบ่งตามตำแหน่งของเซลล์เม็ดสีในชั้นผิว ซึ่งอธิบายว่าทำไมบางจุดจึงแบนและบางจุดจึงนูน

  • ไฝชั้นตื้น (junctional nevus) เซลล์เม็ดสีอยู่ที่รอยต่อหนังกำพร้ากับหนังแท้ ลักษณะ แบนราบ สีน้ำตาลเข้มถึงดำ ตรงกับที่คนไทยเรียกว่าขี้แมลงวันมากที่สุด

  • ไฝผสม (compound nevus) เซลล์อยู่ทั้งชั้นตื้นและลึก ลักษณะ นูนเล็กน้อยและมีสี

  • ไฝชั้นลึก (intradermal nevus) เซลล์อยู่ในหนังแท้ ลักษณะ นูนโดม สีจางหรือสีเนื้อ มักพบที่ใบหน้าในผู้ใหญ่

  • ไฝพิเศษอื่น ๆ เช่น halo nevus (ไฝที่มีวงขาวล้อมรอบ) และ blue nevus (ไฝสีน้ำเงินเข้มจากเม็ดสีในชั้นลึก) ซึ่งแพทย์ต้องแยกจากมะเร็ง

แพทย์แยกขี้แมลงวันจากมะเร็งผิวหนังอย่างไร

จุดสีเข้มบนผิวส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ เมลาโนมา คือมะเร็งผิวหนังที่ต้องแยกให้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะรักษาได้ดีเมื่อพบเร็ว เครื่องมือที่แพทย์ผิวหนังใช้คือหลัก ABCDE ร่วมกับการส่องกล้องผิวหนัง

หลัก ABCDE สำหรับสังเกตด้วยตนเอง

  • A – Asymmetry รูปร่างไม่สมมาตร ครึ่งหนึ่งไม่เหมือนอีกครึ่ง

  • B – Border ขอบหยักเว้า ไม่เรียบ ไม่ชัด

  • C – Color สีไม่สม่ำเสมอ มีหลายเฉดในจุดเดียว

  • D – Diameter ขนาดใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตร หรือโตขึ้นเรื่อย ๆ

  • E – Evolving เปลี่ยนแปลงเร็วทั้งขนาด สี รูปร่าง หรือมีอาการคัน เลือดออก

นอกจากนี้ยังมีหลัก "ลูกเป็ดขี้เหร่ (ugly duckling sign)" คือไฝจุดใดที่หน้าตาแตกต่างจากไฝจุดอื่น ๆ ของตัวเองอย่างชัดเจน ควรได้รับการตรวจ

บทบาทของ dermoscopy และตำแหน่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

แพทย์ใช้กล้องส่องผิวหนัง (dermoscope) ดูโครงสร้างเม็ดสีใต้ผิว ไฝปกติจะมีลายตาข่ายสม่ำเสมอ ส่วนเมลาโนมามักมีลายที่ผิดปกติ สีฟ้าขาว หรือเส้นสีกระจายไม่เป็นระเบียบ ตำแหน่งที่แพทย์ระวังเป็นพิเศษได้แก่

  • ฝ่ามือและฝ่าเท้า ไฝบริเวณนี้ต้องดูลายผิวให้ดี เพราะเมลาโนมาชนิดที่พบบ่อยในคนเอเชียมักขึ้นที่ฝ่าเท้า

  • ใต้เล็บ แถบสีน้ำตาลดำใต้เล็บที่กว้างขึ้น สีเข้มขึ้น หรือมีสีลามมาที่หนังรอบเล็บ (Hutchinson's sign) ต้องรีบตรวจ

  • เยื่อบุ เช่น ในปากหรืออวัยวะเพศ

สัญญาณอันตราย — เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์

  • จุดที่ โตเร็ว เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนรูปร่าง ในเวลาไม่นาน

  • สีไม่สม่ำเสมอ ขอบไม่เรียบ ไม่สมมาตร ตามหลัก ABCDE

  • มีเลือดออก เป็นแผล คัน หรือนูนหนาขึ้นเร็ว โดยไม่มีสาเหตุ

  • ไฝที่ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ใต้เล็บ หรือเยื่อบุ

  • ไฝที่ต่างจากจุดอื่นอย่างชัดเจน หรือมีไฝใหม่ขึ้นหลังอายุ 40 ปี

วิธีกำจัดขี้แมลงวันและไฝให้ปลอดภัย

หลักการสำคัญที่สุดของการกำจัดจุดที่มีเม็ดสีคือ ต้องแยกก่อนว่าไม่ใช่มะเร็ง แล้วจึงเลือกวิธี ไม่ใช่กำจัดทิ้งทันทีตามความสวยงาม

  1. ประเมินและส่องกล้องก่อนเสมอ ถ้าลักษณะเข้าได้กับไฝปกติชัดเจนจึงพิจารณากำจัดเพื่อความสวยงามได้

  2. จุดที่สงสัยหรือไม่แน่ใจ ให้ตัดออกส่งตรวจทางพยาธิวิทยา (excisional biopsy) เพราะเป็นวิธีเดียวที่ยืนยันได้ว่าไม่ใช่เมลาโนมา

  3. ห้ามจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์รอยที่มีเม็ดสีก่อนแน่ใจว่าไม่ใช่มะเร็ง เพราะการทำลายรอยทิ้งจะทำให้ไม่มีชิ้นเนื้อไปวินิจฉัย และถ้าเป็นเมลาโนมาจริงจะพลาดการรักษาที่สำคัญ นี่คือจุดที่แตกต่างระหว่างการทำโดยแพทย์เฉพาะทางกับการจี้ตามร้านทั่วไป

  4. เมื่อยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็งแล้ว จุดแบนสีเข้มอาจใช้เลเซอร์กลุ่ม Q-switched หรือ Picosecond ส่วนไฝนูนใช้จี้ไฟฟ้าหรือตัดออก ตามลักษณะและตำแหน่ง

จุดสำคัญสำหรับผิวคนเอเชียคือทุกหัตถการมีโอกาสเกิด รอยดำหลังทำ (PIH) ได้ การกันแดดและดูแลตามแพทย์สั่งหลังทำจึงจำเป็น และ ไม่ควรจี้หรือกัดขี้แมลงวันเองด้วยสมุนไพรหรือน้ำยากัดตามตลาดนัด เพราะเสี่ยงแผลไหม้ แผลเป็นถาวร และพลาดการวินิจฉัยมะเร็ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขี้แมลงวันเกิดจากอะไร

ขี้แมลงวันคือไฝขนาดเล็กที่เกิดจากเซลล์เม็ดสีมารวมกลุ่มกันในผิวหนัง เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม แสงแดดสะสม และฮอร์โมน ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อและไม่ติดต่อ

ขี้แมลงวันอันตรายไหม เป็นมะเร็งหรือเปล่า

ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่จุดที่มีเม็ดสีอยู่ในกลุ่มเดียวกับที่อาจเป็นเมลาโนมาได้ หากมีลักษณะตามหลัก ABCDE โตเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ ขอบไม่เรียบ หรืออยู่ที่ฝ่าเท้าและใต้เล็บ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจแยกมะเร็ง

ขี้แมลงวันกับไฝและกระต่างกันอย่างไร

ขี้แมลงวันคือไฝขนาดเล็กชนิดแบนที่เกิดจากเซลล์เม็ดสี ไฝทั่วไปเป็นสิ่งเดียวกันแต่มักใหญ่หรือนูนกว่า ส่วนกระเป็นจุดแบนราบสีจางที่สัมพันธ์กับแดดและไม่ได้เกิดจากการรวมกลุ่มของเซลล์เม็ดสีแบบเดียวกัน

จี้หรือเลเซอร์ขี้แมลงวันได้เลยไหม

ไม่ควรจี้หรือเลเซอร์จุดที่มีเม็ดสีก่อนแพทย์ประเมินว่าไม่ใช่มะเร็ง เพราะการทำลายรอยทิ้งจะทำให้ไม่สามารถตรวจชิ้นเนื้อได้ หากสงสัยแพทย์จะตัดออกส่งตรวจก่อน แล้วจึงเลือกวิธีที่เหมาะสมเมื่อยืนยันว่าปลอดภัย

กำจัดขี้แมลงวันแล้วเป็นแผลเป็นหรือรอยดำไหม

ถ้าทำโดยแพทย์และเลือกวิธีเหมาะกับชนิดและตำแหน่ง โอกาสเป็นแผลเป็นน้อย แต่ผิวคนเอเชียอาจมีรอยดำชั่วคราวได้ ต้องกันแดดและดูแลตามคำแนะนำหลังทำ

กำจัดขี้แมลงวันเองได้ไหม

ไม่ควร เพราะการจี้หรือกัดเองเสี่ยงแผลไหม้ ติดเชื้อ แผลเป็น และที่สำคัญคือพลาดการวินิจฉัยมะเร็งผิวหนัง ควรให้แพทย์ผิวหนังประเมินก่อนเสมอ

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 3 สิงหาคม 2026

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page