top of page

Erythema Nodosum ก้อนแดงเจ็บที่ขา สัญญาณอะไรที่ร่างกายไม่ควรมองข้าม?

19 มิ.ย.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 22 ส.ค.



Erythema Nodosum (EN) หรือก้อนแดงเจ็บที่ขา คือการอักเสบของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (panniculitis) ที่เกิดจากปฏิกิริยาไวเกินของภูมิคุ้มกัน แสดงออกเป็นก้อนหรือปื้นแดงนูน กดเจ็บ มักขึ้นที่หน้าแข้งทั้งสองข้าง จุดสำคัญที่สุดคือ EN ไม่ใช่โรคเดี่ยว แต่มักเป็น "สัญญาณเตือน" ว่าอาจมีสาเหตุหรือโรคซ่อนอยู่ในร่างกาย เช่น การติดเชื้อ ยา หรือโรคทางระบบ จึงไม่ควรมองข้าม

บทความนี้แพทย์ผิวหนังจะสรุปให้เข้าใจเร็ว ๆ ว่า EN คืออะไร เกิดจากอะไร ต้องตรวจอะไรบ้าง วิธีแยกจากโรคที่หน้าตาคล้ายกัน สัญญาณอันตราย และแนวทางการรักษา

สรุปสั้น Erythema Nodosum (Quick Facts)

  • คืออะไร: การอักเสบของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (septal panniculitis) จากปฏิกิริยาไวเกิน

  • อาการเด่น: ก้อน/ปื้นแดงนูน กดเจ็บ ขนาด 1–5 ซม. มักขึ้น หน้าแข้งสองข้างแบบสมมาตร

  • พบบ่อยใน: ผู้หญิงวัย 20–40 ปี (พบมากกว่าผู้ชายราว 3–6 เท่า)

  • ดำเนินโรค: ก้อนไม่แตกเป็นแผล ไม่เป็นหนอง ค่อย ๆ ยุบใน 3–6 สัปดาห์ เปลี่ยนสีคล้ายรอยฟกช้ำ (เขียว–เหลือง) และหายโดยไม่เป็นแผลเป็น

  • ICD-10: L52

  • หัวใจสำคัญ: ต้องค้นหาและรักษา "สาเหตุที่ซ่อนอยู่" ควบคู่กับการบรรเทาอาการ

Erythema Nodosum เกิดจากอะไร

EN เกิดจากปฏิกิริยาไวเกินของภูมิคุ้มกันต่อสิ่งกระตุ้นหลายชนิด ไม่ใช่การติดเชื้อที่ผิวหนังโดยตรง ประมาณ ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยหาสาเหตุชัดเจนไม่พบ (idiopathic) ส่วนที่เหลือมักสัมพันธ์กับภาวะต่อไปนี้:

  • การติดเชื้อ: ที่พบบ่อยที่สุดคือ การติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสที่คอ (strep throat) รองลงมาคือวัณโรค เชื้อรา และการติดเชื้อทางเดินอาหารบางชนิด

  • โรคซาร์คอยด์ (Sarcoidosis): เป็นสาเหตุทางระบบที่พบบ่อย โดยเฉพาะเมื่อมี EN ร่วมกับต่อมน้ำเหลืองขั้วปอดโต

  • โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD): โรคโครห์นและลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง

  • ยา: เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มซัลฟา ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

  • การตั้งครรภ์

  • โรคเบเชต์ (Behçet) และมะเร็งบางชนิด (พบน้อย เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง)

เพราะรายการสาเหตุกว้างมาก การมาพบแพทย์เพื่อ "หาต้นเหตุ" จึงสำคัญกว่าการรักษาแค่ก้อนที่ผิว

อาการของ Erythema Nodosum เป็นอย่างไร

  • ก้อนหรือปื้นแดงนูน กดเจ็บ ผิวด้านบนเรียบ ขอบไม่ชัด คลำได้เป็นก้อนลึกใต้ผิว

  • ตำแหน่ง พบมากที่ หน้าแข้งทั้งสองข้าง อาจพบที่ต้นขา แขน หรือข้อเท้าได้บ้าง

  • ไม่แตกเป็นแผล ไม่เป็นหนอง และ ไม่ทิ้งแผลเป็น เมื่อหาย

  • ก้อนจะ เปลี่ยนสีคล้ายรอยฟกช้ำ จากแดง เป็นม่วง เขียว แล้วเหลือง ก่อนยุบ

  • อาการร่วมทั่วตัว ที่พบบ่อย: มีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ปวดข้อ (โดยเฉพาะข้อเท้า) ซึ่งมักนำมาก่อนหรือมาพร้อมก้อน

วิธีแยก Erythema Nodosum จากโรคอื่นที่คล้ายกัน

ก้อนหรือผื่นแดงที่ขามีหลายสาเหตุ การแยกโรคช่วยให้รักษาถูกและไม่พลาดภาวะที่อันตรายกว่า:

  • เซลลูไลติส (Cellulitis): ผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรีย มักเป็น ข้างเดียว แดง ร้อน บวม ลามเร็ว ร่วมกับไข้ ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (EN มักเป็นสองข้างและไม่ลามเป็นปื้นเดียว)

  • หลอดเลือดดำอักเสบมีลิ่มเลือด (Thrombophlebitis): ก้อนแดงเจ็บเป็นแนวยาวตามเส้นเลือด มักข้างเดียว

  • Erythema induratum / nodular vasculitis: ก้อนมักขึ้นที่ น่องด้านหลัง และอาจแตกเป็นแผล ต่างจาก EN ที่ขึ้นหน้าแข้งและไม่แตก

  • รอยฟกช้ำจากการกระแทก: มีประวัติชน ไม่มีก้อนนูนแข็งใต้ผิว

  • แมลงกัดหรือฝี: มักเป็นจุดเดียว มีหัวหนองหรือรูเข็ม

หลักสังเกต: ก้อนแดงเจ็บ นูน ขึ้นหน้าแข้งสองข้าง ไม่แตกเป็นแผล และหายคล้ายรอยช้ำ เข้าได้กับ EN แต่ถ้าเป็นข้างเดียว ลามเร็ว หรือมีแผล/หนอง ควรพบแพทย์เพื่อแยกภาวะอื่น

ต้องตรวจอะไรบ้างเมื่อสงสัย Erythema Nodosum

เนื่องจาก EN เป็นสัญญาณของโรคซ่อน แพทย์มักตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุ ได้แก่:

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น เจ็บคอนำมาก่อน อาการทางเดินอาหาร ยาที่ใช้ การตั้งครรภ์

  • ตรวจการติดเชื้อสเตรป เช่น ระดับ ASO titer และ throat swab

  • เอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อประเมินซาร์คอยด์และวัณโรค

  • ตรวจเลือดพื้นฐาน เช่น CBC, ESR/CRP

  • การตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) ทำเฉพาะรายที่ไม่ทั่วไปหรือวินิจฉัยไม่ชัด โดยตัดให้ลึกถึงชั้นไขมัน

การรักษา Erythema Nodosum

เป้าหมายคือ รักษาโรคต้นเหตุ ควบคู่กับบรรเทาอาการ แนวทางตามลำดับ:

  1. ค้นหาและรักษาสาเหตุที่ซ่อนอยู่ เช่น ให้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีการติดเชื้อสเตรป หยุดยาที่เป็นตัวกระตุ้น หรือรักษาโรคทางระบบที่พบ

  2. พักขาและยกขาสูง ลดการยืนเดินนาน ๆ ช่วยลดบวมและปวด

  3. ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดปวดและอักเสบ (หลีกเลี่ยงในผู้ที่มีข้อห้าม เช่น สงสัย IBD ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน)

  4. โพแทสเซียมไอโอไดด์ (Potassium iodide) เป็นทางเลือกในบางรายภายใต้การดูแลของแพทย์

  5. สเตียรอยด์ชนิดรับประทาน พิจารณาในรายที่เป็นมาก ดื้อการรักษา และ ต้องแน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อซ่อนอยู่ก่อน

ส่วนใหญ่ EN หายได้เองใน 3–6 สัปดาห์ แต่การหาสาเหตุยังจำเป็นเสมอ

สัญญาณอันตราย ควรพบแพทย์เมื่อไร

ควรพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุทุกครั้งที่สงสัย EN โดยเฉพาะเมื่อมี:

  • ไข้สูง อ่อนเพลียมาก น้ำหนักลด หรือไอเรื้อรัง (อาจสัมพันธ์กับวัณโรค ซาร์คอยด์ หรือมะเร็ง)

  • ก้อนเป็นข้างเดียว ลามเร็ว มีแผล หนอง หรือผิวแตก (อาจไม่ใช่ EN แต่เป็นการติดเชื้อหรือหลอดเลือดอักเสบ)

  • ปวดข้อมาก บวมข้อ หรือมีอาการทางเดินอาหารเรื้อรัง (ท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือด)

  • ก้อนเป็นซ้ำบ่อย หรือเป็นนานเกิน 6–8 สัปดาห์ไม่ยุบ

  • หญิงตั้งครรภ์หรือผู้มีโรคประจำตัว ที่มีก้อนแดงเจ็บที่ขา

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับก้อนแดงเจ็บที่ขา

  • "เป็นแค่ฟกช้ำหรือกระแทก เดี๋ยวก็หาย" — EN มักไม่มีประวัติกระแทก และเป็นสัญญาณของโรคซ่อน จึงควรตรวจหาสาเหตุ

  • "ก้อนแดงเจ็บที่ขาคือเส้นเลือดขอด" — เป็นคนละภาวะ EN เป็นการอักเสบของชั้นไขมัน ไม่ใช่หลอดเลือดโป่งพอง

  • "ต้องผ่าหรือเจาะระบายก้อน" — ไม่จำเป็นและไม่ควร เพราะ EN ไม่เป็นหนองและไม่ใช่ฝี

  • "ทายาเองก็หาย ไม่ต้องหาสาเหตุ" — ยาทาช่วยได้น้อย หัวใจคือค้นหาและรักษาต้นเหตุ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Erythema Nodosum

Erythema Nodosum คืออะไร

คือการอักเสบของชั้นไขมันใต้ผิวหนังจากปฏิกิริยาไวเกินของภูมิคุ้มกัน แสดงออกเป็นก้อนแดงเจ็บนูนที่หน้าแข้งสองข้าง มักเป็นสัญญาณว่ามีสาเหตุหรือโรคซ่อนอยู่ในร่างกาย

ก้อนแดงเจ็บที่ขา (Erythema Nodosum) อันตรายไหม

ตัวก้อนที่ผิวหนังไม่อันตรายและมักหายเองใน 3–6 สัปดาห์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือสาเหตุเบื้องหลัง เช่น การติดเชื้อสเตรป วัณโรค ซาร์คอยด์ หรือโรคลำไส้อักเสบ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

Erythema Nodosum เกิดจากอะไรได้บ้าง

ประมาณครึ่งหนึ่งหาสาเหตุไม่พบ ส่วนที่เหลือมักมาจากการติดเชื้อสเตรป วัณโรค ซาร์คอยด์ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ยาบางชนิด (ซัลฟา ยาคุมกำเนิด) และการตั้งครรภ์

Erythema Nodosum หายเองได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน

ส่วนใหญ่ก้อนยุบเองใน 3–6 สัปดาห์ โดยเปลี่ยนสีคล้ายรอยฟกช้ำและไม่ทิ้งแผลเป็น แต่ยังต้องหาสาเหตุเสมอ และบางรายอาจเป็นซ้ำได้

Erythema Nodosum กับเซลลูไลติสต่างกันอย่างไร

EN มักเป็นก้อนแดงเจ็บที่หน้าแข้งสองข้างแบบสมมาตร ไม่ลามเป็นปื้นเดียวและไม่เป็นหนอง ส่วนเซลลูไลติสเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย มักเป็นข้างเดียว แดงร้อนลามเร็ว ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

Erythema Nodosum รักษาอย่างไร

รักษาโดยค้นหาและแก้ที่สาเหตุ ร่วมกับพักขา ยกขาสูง ใช้ยาต้านการอักเสบ NSAIDs ตามแพทย์สั่ง และในรายที่เป็นมากอาจใช้โพแทสเซียมไอโอไดด์หรือสเตียรอยด์ชนิดรับประทานเมื่อแน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อ

หากคุณมีก้อนแดงเจ็บที่หน้าแข้งโดยเฉพาะสองข้าง ร่วมกับไข้หรือปวดข้อ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 22 สิงหาคม 2026

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ไขมันที่เปลือกตา (Xanthelasma) คืออะไร อันตรายไหม และรักษาอย่างไร

ไขมันที่เปลือกตา Xanthelasma คืออะไร เกี่ยวกับไขมันในเลือดไหม แยกจากสิวข้าวสารและสิวหิน พร้อมเปรียบเทียบวิธีรักษา ความเสี่ยง และการกลับเป็นซ้ำ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page