
Dermatomyositis: ผื่นผิวหนังร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อัปเดตเมื่อ 16 ก.ค.
Dermatomyositis (โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ) เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติที่ทำให้เกิดการอักเสบทั้งของผิวหนังและกล้ามเนื้อพร้อมกัน ลักษณะเด่นคือมีผื่นแดงอมม่วงตามใบหน้า เปลือกตา และบริเวณที่โดนแดด ร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นแขนต้นขา แม้เป็นโรคที่ไม่พบบ่อย แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยและดูแลโดยแพทย์ เพราะเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและอาจสัมพันธ์กับโรคอื่น บทความนี้อธิบายสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และแนวทางการรักษา
Dermatomyositis เกิดจากอะไร
Dermatomyositis เป็นโรคที่เชื่อว่าเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติจนเข้าไปทำลายกล้ามเนื้อและผิวหนังของตนเอง สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบชัด แต่มีปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง
ภูมิคุ้มกันผิดปกติ: ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเนื้อเยื่อของร่างกายเอง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
ปัจจัยกระตุ้น: บางรายอาจมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การติดเชื้อหรือยาบางชนิด
ความสัมพันธ์กับมะเร็ง: ในผู้ใหญ่บางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจพบความสัมพันธ์กับมะเร็งซ่อนเร้น แพทย์จึงมักตรวจคัดกรองเพิ่มเติม
อาการของ Dermatomyositis
อาการแบ่งเป็นสองกลุ่มหลักคือ อาการทางผิวหนังและอาการทางกล้ามเนื้อ
ผื่นผิวหนัง: ผื่นแดงอมม่วงบริเวณเปลือกตา (heliotrope rash) และผื่นแดงตามใบหน้า คอ หน้าอก และบริเวณที่โดนแดด
ผื่นตามข้อ: ผื่นแดงหรือตุ่มนูนเหนือข้อนิ้วมือ ข้อศอก และหัวเข่า (Gottron's papules)
กล้ามเนื้ออ่อนแรง: กล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะต้นแขนต้นขา ทำให้ลุกจากเก้าอี้ ยกแขน หรือขึ้นบันไดลำบาก
อาการทั่วไป: บางรายมีอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ ๆ หรือกลืนลำบาก
การวินิจฉัย
แพทย์วินิจฉัยจากการตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการอักเสบของกล้ามเนื้อและผิวหนัง
ตรวจเลือด: ตรวจเลือดดูค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ เช่น CPK ที่มักสูงขึ้น
EMG และ MRI: ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) และ MRI กล้ามเนื้อ เพื่อประเมินการอักเสบ
การตัดชิ้นเนื้อ: ตัดชิ้นเนื้อผิวหนัง (skin biopsy) เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
วิธีรักษา Dermatomyositis
เป้าหมายของการรักษาคือควบคุมการอักเสบและฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แนวทางที่แพทย์ใช้ ได้แก่
ยาสเตียรอยด์: Corticosteroids เป็นยาหลักในการควบคุมการอักเสบ โดยแพทย์จะปรับขนาดยาตามความรุนแรง
ยากดภูมิคุ้มกัน: Methotrexate หรือ Azathioprine ใช้เพื่อลดการอักเสบและลดขนาดสเตียรอยด์ในระยะยาว
Immunoglobulin: Immunoglobulin (IVIG) ใช้ในบางกรณีที่รุนแรงหรือดื้อต่อการรักษา
กายภาพบำบัด: กายภาพบำบัดช่วยฟื้นฟูและคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อควบคู่กับการใช้ยา
การรักษาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะยาแต่ละชนิดมีข้อควรระวังและต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยไม่ควรปรับหรือหยุดยาเอง
คำถามที่พบบ่อย
Dermatomyositis อันตรายไหม? ความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละราย แต่ปัจจุบันมีการรักษาที่ได้ผลดี การวินิจฉัยและดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยควบคุมโรคได้
โรคนี้รักษาหายขาดไหม? หลายรายควบคุมอาการได้ดีด้วยการรักษาต่อเนื่อง บางรายอาจเข้าสู่ระยะสงบของโรค การติดตามกับแพทย์สม่ำเสมอจึงสำคัญ
ทำไมแพทย์ต้องตรวจหามะเร็งด้วย? ในผู้ใหญ่บางราย Dermatomyositis อาจสัมพันธ์กับมะเร็งซ่อนเร้น แพทย์จึงอาจตรวจคัดกรองเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย
ต้องดูแลผิวอย่างไร? ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพราะผื่นมักกำเริบเมื่อโดนแดด
หากคุณมีผื่นแดงอมม่วงบริเวณเปลือกตาหรือใบหน้า ร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษา โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

ความคิดเห็น