top of page

Acrodermatitis Continua of Hallopeau: ตุ่มหนองเรื้อรังที่ปลายนิ้วที่ทำลายเล็บและกระดูก — แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีแยกจากการติดเชื้อ

2 ส.ค.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา

ลักษณะ Acrodermatitis Continua of Hallopeau ที่นิ้วมือ ลำตัว และเท้า

Acrodermatitis continua of Hallopeau (ACH) คือโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มี ตุ่มหนองปลอดเชื้อ เกิดซ้ำ ๆ ที่ปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า จัดอยู่ในกลุ่มโรค สะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (pustular psoriasis) เป็นโรคที่พบได้น้อยแต่สำคัญ เพราะหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง การอักเสบจะค่อย ๆ ทำลาย เล็บจนหลุดถาวร และในรายที่เป็นนานอาจลุกลามไปถึง กระดูกปลายนิ้ว จนนิ้วผิดรูป

จุดที่ทำให้โรคนี้ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดคือ หน้าตาของมันคล้ายการติดเชื้อที่เล็บหรือรอบเล็บมาก ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยจึงถูกรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อราซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ดีขึ้น ในขณะที่โรคจริงยังคงลุกลามอยู่ บทความนี้แพทย์ผิวหนังจะอธิบายว่าโรคนี้มีลักษณะอย่างไร ต่างจากการติดเชื้อตรงไหน และแนวทางการรักษาที่ควรทราบ

Acrodermatitis continua of Hallopeau คืออะไร

ACH เป็นรูปแบบเฉพาะที่ (localized) ของ สะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง ที่เกิดบริเวณปลายมือปลายเท้า มีชื่อเรียกอื่น เช่น dermatitis repens หรือ acrodermatitis perstans

ลักษณะสำคัญคือ มีตุ่มหนองเล็ก ๆ ปลอดเชื้อขึ้นบนผิวหนังที่แดงและลอกเป็นขุยบริเวณปลายนิ้ว โดยเฉพาะรอบเล็บและใต้เล็บ ตุ่มหนองเหล่านี้จะแตก แห้ง ตกสะเก็ด แล้วเกิดขึ้นใหม่เป็นวงจรเรื้อรัง มักเริ่มที่ นิ้วเดียว (เช่น นิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วหัวแม่เท้า) แล้วอาจค่อย ๆ ลามไปนิ้วข้างเคียง

คำว่า "ปลอดเชื้อ" สำคัญมาก เพราะแม้จะเห็นเป็นหนอง แต่เมื่อเพาะเชื้อกลับไม่พบแบคทีเรียหรือเชื้อรา หนองในที่นี้เกิดจากการที่ เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลมารวมตัวกันจากการอักเสบของภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่จากการติดเชื้อ

อาการของ ACH เป็นอย่างไร

อาการที่พบบ่อยและควรสังเกต ได้แก่:

  • ตุ่มหนองเล็ก ๆ ที่ปลายนิ้ว บนพื้นผิวแดง มักอยู่รอบเล็บและใต้เล็บ เป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง

  • ผิวแดง ลอก แตก และบางครั้งเจ็บบริเวณปลายนิ้ว

  • เล็บผิดปกติ — เล็บร่อน เป็นหลุม หนาหรือบางลง ขุ่น จนถึงเล็บหลุดหายไป (anonychia)

  • มักเริ่มที่นิ้วเดียว แล้วค่อย ๆ ลาม อาจเป็นทั้งที่มือหรือเท้า

  • ในรายที่เป็นนานและรุนแรง อาจมี ปลายนิ้วเรียวลง นิ้วผิดรูป จากการที่กระดูกปลายนิ้วถูกทำลาย

โรคนี้ดำเนินแบบ เรื้อรังและกลับเป็นซ้ำ อาจสงบลงเป็นช่วง ๆ แล้วกำเริบอีก และบางรายอาจสัมพันธ์กับการเป็นสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนองทั่วตัว (generalized pustular psoriasis) ในภายหลัง

ทำไม ACH จึงอันตราย — ความเสียหายที่ย้อนกลับไม่ได้

แม้จะเป็นโรคเฉพาะที่ปลายนิ้ว แต่สิ่งที่ทำให้ ACH ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจังคือ การทำลายโครงสร้างอย่างถาวร

  • เล็บถูกทำลาย — การอักเสบที่ต่อเนื่องบริเวณเนื้อเยื่อสร้างเล็บ (nail matrix) ทำให้เล็บเสียรูปและอาจหลุดหายไปอย่างถาวร

  • กระดูกปลายนิ้วถูกกัดกร่อน (osteolysis) — ในรายที่เป็นนานโดยไม่ได้รักษา การอักเสบอาจลามถึงกระดูกปลายนิ้วจนบางลงหรือสั้นลง ทำให้นิ้วผิดรูปและใช้งานลำบาก

  • กระทบการใช้ชีวิต — ปลายนิ้วที่เจ็บ เล็บที่เสีย และนิ้วที่ผิดรูป ส่งผลต่อการหยิบจับ การเดิน และคุณภาพชีวิตอย่างมาก

ความเสียหายเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักแก้กลับไม่ได้ จึงเป็นเหตุผลที่การวินิจฉัยให้ถูกและเริ่มรักษาแต่เนิ่น ๆ มีความสำคัญ

ACH เกิดจากอะไร ใครเสี่ยง

สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจาก ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ในกลุ่มเดียวกับสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:

  • อยู่ในสเปกตรัมของสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง — ผู้ป่วยบางรายมีหรือเคยมีสะเก็ดเงินรูปแบบอื่นร่วมด้วย

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม — พบความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการอักเสบผ่านสารสื่อกลุ่ม IL-36 ในผู้ป่วยบางกลุ่ม

  • สิ่งกระตุ้น เช่น การบาดเจ็บที่ปลายนิ้วหรือการติดเชื้อเฉพาะที่ อาจเป็นตัวจุดชนวนในบางราย

โรคนี้พบได้น้อย และไม่ใช่โรคติดต่อ ตุ่มหนองที่เห็นไม่ได้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

จุดที่วินิจฉัยผิดบ่อย — วิธีแยก ACH จากการติดเชื้อ

นี่คือหัวใจของบทความ เพราะ ACH มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการติดเชื้อ และรักษาผิดทางเป็นเวลานาน แพทย์ผิวหนังจะแยกจากภาวะที่หน้าตาคล้ายกันดังนี้:

  • การติดเชื้อแบคทีเรียรอบเล็บ (bacterial paronychia) — มักเกิดเฉียบพลัน ปวด บวมแดงร้อน มีหนองจริงที่เพาะเชื้อขึ้น และตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ ต่างจาก ACH ที่เรื้อรัง หนองปลอดเชื้อ และไม่ดีขึ้นด้วยยาปฏิชีวนะ

  • เริมที่ปลายนิ้ว (herpetic whitlow) — ตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่ม ปวดแสบ มักหายเองใน 2–3 สัปดาห์ ไม่เรื้อรังเป็นปี ๆ

  • เชื้อราที่เล็บ (onychomycosis) — เล็บหนา เปลี่ยนสี มีขุยใต้เล็บ แต่ไม่มีตุ่มหนองปลอดเชื้อกลับเป็นซ้ำ และตรวจพบเชื้อราได้ (อ่านเพิ่มในบทความ "เชื้อราที่เล็บ" ของเราเพื่อเทียบลักษณะ)

  • ผื่นตุ่มน้ำใสคันที่มือ (dyshidrotic eczema) — ตุ่มน้ำใสคันที่ขอบนิ้วและฝ่ามือ ไม่ใช่ตุ่มหนองที่ทำลายเล็บ

  • สะเก็ดเงินที่เล็บทั่วไป — เล็บเป็นหลุมหรือมีรอยน้ำมันใต้เล็บ แต่ไม่มีตุ่มหนองปลายนิ้วที่ลุกลามทำลายเล็บแบบ ACH

หลักสังเกตที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าปลายนิ้วมี ตุ่มหนองเรื้อรังกลับเป็นซ้ำ ร่วมกับเล็บที่ค่อย ๆ ถูกทำลาย และไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรา ควรนึกถึง ACH และพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจให้ชัด

วินิจฉัย ACH อย่างไร

การวินิจฉัยอาศัยการประเมินโดยแพทย์ผิวหนังร่วมกับการตรวจเพิ่มเติม:

  • ตรวจร่างกายและประวัติ — ลักษณะตุ่มหนองเรื้อรังที่ปลายนิ้วและการทำลายเล็บ

  • เพาะเชื้อ (culture) — เพื่อยืนยันว่า ปลอดเชื้อ และแยกการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราออก

  • ตัดชิ้นเนื้อตรวจ (skin biopsy) — พบลักษณะตุ่มหนองที่มีเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิลในชั้นหนังกำพร้า เข้าได้กับกลุ่มสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง

  • เอกซเรย์ (ในบางราย) — เพื่อประเมินว่ามีการทำลายกระดูกปลายนิ้วหรือไม่

แนวทางการรักษา ACH

ACH เป็นโรคที่ รักษายากและมักดื้อต่อการรักษา จึงต้องอาศัยแพทย์ผิวหนังวางแผนเฉพาะบุคคลและติดตามใกล้ชิด แนวทางที่ใช้มีตั้งแต่:

  • ยาทาเฉพาะที่ — คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดแรงสูง อนุพันธ์วิตามินดี (calcipotriol) หรือยากลุ่ม calcineurin inhibitor สำหรับรายที่เป็นไม่มาก

  • ยารับประทานปรับภูมิคุ้มกัน — เช่น อะซิเทรติน (acitretin ซึ่งเป็นอนุพันธ์วิตามินเอ), เมโธเทรกเซท (methotrexate) หรือไซโคลสปอริน (ciclosporin)

  • ยาชีววัตถุ (biologics) — กลุ่มที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อภูมิคุ้มกัน เช่น ยาต้าน TNF, IL-17 และ IL-23 รวมถึงกลุ่มที่มุ่งเป้าเส้นทาง IL-36 ซึ่งมีบทบาทในสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง เป็นทางเลือกที่ให้ผลดีขึ้นในหลายรายที่ดื้อยาเดิม

  • ข้อควรระวังสำคัญ — ไม่ควรใช้แล้วหยุดสเตียรอยด์ชนิดรับประทานอย่างกะทันหันด้วยตนเอง เพราะอาจกระตุ้นให้โรคกำเริบรุนแรงหรือลุกลามเป็นสะเก็ดเงินตุ่มหนองทั่วตัวได้

เป้าหมายของการรักษาคือ ควบคุมการอักเสบให้สงบและป้องกันการทำลายเล็บและกระดูก ผู้ป่วยควรรักษาต่อเนื่องและติดตามกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรเปลี่ยนยาหรือหยุดยาเอง

อยู่กับโรคเรื้อรังนี้อย่างไร

เนื่องจาก ACH เป็นโรคเรื้อรังที่กลับเป็นซ้ำได้ การดูแลระยะยาวจึงสำคัญ:

  • หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่ปลายนิ้ว และดูแลมือเท้าอย่างอ่อนโยน

  • ไม่แกะ เกา หรือบีบตุ่มหนอง เพราะอาจกระตุ้นการอักเสบและเสี่ยงติดเชื้อซ้ำซ้อน

  • ทามอยส์เจอไรเซอร์ ดูแลผิวรอบเล็บให้ชุ่มชื้น ลดการแตก

  • ติดตามการรักษาสม่ำเสมอ และแจ้งแพทย์เมื่ออาการกำเริบหรือมีผลข้างเคียงจากยา

เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์

ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจให้ชัด หากมีอาการต่อไปนี้:

  • ตุ่มหนองที่ปลายนิ้วที่เป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง และไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรา

  • เล็บที่ค่อย ๆ เสียรูป ร่อน หรือหลุด ร่วมกับผิวปลายนิ้วที่อักเสบ

  • ปลายนิ้วผิดรูปหรือสั้นลง จากที่เคยเป็น

  • อาการที่ปลายมือปลายเท้าที่รบกวนการใช้ชีวิตและรักษาเองแล้วไม่ดีขึ้น

การพบแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยแยกโรคด้วยการตัดชิ้นเนื้อและการเพาะเชื้อ จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเล็บและกระดูกปลายนิ้วไว้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Acrodermatitis continua of Hallopeau

Acrodermatitis continua of Hallopeau คือโรคอะไร?

เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบได้น้อย มีตุ่มหนองปลอดเชื้อขึ้นซ้ำ ๆ ที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า จัดอยู่ในกลุ่มสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง หากไม่รักษาอาจทำลายเล็บและกระดูกปลายนิ้วอย่างถาวร

ต่างจากเชื้อราที่เล็บหรือเล็บติดเชื้ออย่างไร?

ต่างกันตรงที่ ACH มีตุ่มหนองปลอดเชื้อกลับเป็นซ้ำเรื้อรัง และไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อราหรือยาปฏิชีวนะ ในขณะที่การติดเชื้อจะเพาะเชื้อขึ้นและมักดีขึ้นเมื่อรักษาตรงเชื้อ การตัดชิ้นเนื้อและเพาะเชื้อโดยแพทย์ช่วยแยกได้ชัด

ตุ่มหนองของ ACH ติดต่อไหม?

ไม่ติดต่อ เพราะเป็นหนองที่เกิดจากการอักเสบของภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่จากเชื้อโรค จึงไม่แพร่ไปสู่ผู้อื่น

ACH รักษาหายขาดไหม?

เป็นโรคเรื้อรังที่มักดื้อการรักษาและกลับเป็นซ้ำได้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดเสมอไป แต่ยาสมัยใหม่โดยเฉพาะยาชีววัตถุช่วยควบคุมโรคได้ดีขึ้นมากในหลายราย เป้าหมายคือคุมการอักเสบและป้องกันความเสียหายถาวร

ACH ทำให้เล็บหลุดถาวรหรือกระดูกนิ้วเสียหายได้จริงไหม?

ได้ หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา การอักเสบต่อเนื่องอาจทำให้เล็บเสียรูปจนหลุดถาวร และในรายที่เป็นนานอาจลามถึงกระดูกปลายนิ้วจนผิดรูป จึงควรรีบวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่น ๆ

ACH เกี่ยวกับสะเก็ดเงินไหม?

เกี่ยว โดย ACH ถือเป็นรูปแบบเฉพาะที่ของสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง ผู้ป่วยบางรายมีสะเก็ดเงินรูปแบบอื่นร่วมด้วย หรืออาจลุกลามเป็นสะเก็ดเงินตุ่มหนองทั่วตัวได้ในภายหลัง

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 2 สิงหาคม 2569

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ทดแทนการวินิจฉัยและการรักษาโดยแพทย์ Acrodermatitis continua of Hallopeau เป็นโรคที่วินิจฉัยและรักษายาก ควรได้รับการดูแลโดยแพทย์ผิวหนัง หากมีอาการหรือสัญญาณอันตราย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ไขมันที่เปลือกตา (Xanthelasma) คืออะไร อันตรายไหม และรักษาอย่างไร

ไขมันที่เปลือกตา Xanthelasma คืออะไร เกี่ยวกับไขมันในเลือดไหม แยกจากสิวข้าวสารและสิวหิน พร้อมเปรียบเทียบวิธีรักษา ความเสี่ยง และการกลับเป็นซ้ำ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page