top of page

เชื้อราที่เท้า (Tinea Pedis) — อาการ สาเหตุ และการรักษาอย่างถูกต้อง

  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

เชื้อราที่เท้า หรือที่รู้จักในชื่อทางการแพทย์ว่า Tinea Pedis เป็นโรคติดเชื้อราที่พบได้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในผู้ที่สวมรองเท้าปิดเป็นเวลานาน ออกกำลังกาย หรือใช้สิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ เช่น สระว่ายน้ำ ห้องน้ำสาธารณะ หรือโรงยิม เชื้อราชนิดนี้ทำให้เกิดอาการคัน แสบ ผิวลอก และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณเท้า หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจลุกลามและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ บทความนี้อาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันอย่างถูกต้อง

เชื้อราที่เท้าเกิดจากอะไร

Tinea Pedis เกิดจากเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes โดยเฉพาะ Trichophyton rubrum และ Trichophyton mentagrophytes ซึ่งอาศัยอยู่บนผิวหนังชั้นนอกที่มีเคราติน เชื้อราเหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและชื้น เช่น ภายในรองเท้า ระหว่างนิ้วเท้า และบริเวณฝ่าเท้า โรคนี้แพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสโดยตรงหรือการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น รองเท้า ถุงเท้า หรือผ้าเช็ดเท้า

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่:

  • รองเท้าอับชื้น: การสวมรองเท้าปิดที่ระบายอากาศไม่ดีเป็นเวลานาน

  • พื้นที่สาธารณะ: การเดินเท้าเปล่าในสถานที่สาธารณะ

  • เหงื่อออกมาก: การมีเหงื่อออกที่เท้ามาก

  • โรคประจำตัว: โรคเบาหวานและภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ติดเชื้อง่ายและรุนแรงขึ้น

  • ยาปฏิชีวนะ: การใช้ยาปฏิชีวนะระยะยาวซึ่งทำลายสมดุลของจุลินทรีย์บนผิวหนัง

อาการของเชื้อราที่เท้า

อาการแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่:

  • แบบระหว่างนิ้วเท้า (Interdigital Type): พบบ่อยที่สุด มีอาการผิวลอก แดง คัน และมีกลิ่นระหว่างนิ้วเท้า โดยเฉพาะระหว่างนิ้วที่ 4 และ 5

  • แบบเรื้อรัง (Moccasin Type): ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าและส้นเท้าหนา แห้ง แตก และมีสะเก็ด ลักษณะคล้ายรองเท้าโมคาซิน อาการมักเป็นเรื้อรัง

  • แบบมีตุ่มพอง (Vesicular Type): เกิดตุ่มน้ำใสบริเวณฝ่าเท้า อาจมีอาการคันและเจ็บ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศร้อน

การวินิจฉัยเชื้อราที่เท้า

แพทย์ผิวหนังสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจดูลักษณะของผิวหนังร่วมกับอาการทางคลินิก ในบางกรณีอาจใช้กล้องส่องขยาย Wood's lamp หรือส่งตัวอย่างผิวหนังไปตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยการย้อม KOH เพื่อยืนยันการมีเชื้อราและระบุชนิด การตรวจยืนยันมีความสำคัญ เพราะโรคผิวหนังอื่นหลายชนิด เช่น ผื่นแพ้สัมผัสหรือผิวแห้ง อาจมีลักษณะคล้ายกัน

การรักษาเชื้อราที่เท้า

  • ยาทาต้านเชื้อรา: ยาในกลุ่ม Azole เช่น Clotrimazole, Miconazole, Ketoconazole หรือกลุ่ม Allylamine เช่น Terbinafine ทาวันละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ โดยทาให้ครอบคลุมบริเวณที่มีผื่นและพื้นที่โดยรอบประมาณ 2 เซนติเมตร

  • ยารับประทาน: ในกรณีที่เชื้อราลุกลามหรือดื้อต่อยาทา แพทย์อาจสั่งยา Terbinafine หรือ Itraconazole ชนิดรับประทาน เป็นเวลา 2-4 สัปดาห์

  • ทาต่อเนื่อง: ควรทายาต่อเนื่องจนครบกำหนดแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำ

การป้องกันเชื้อราที่เท้า

  • เช็ดเท้าให้แห้ง: รักษาความสะอาดเท้าและเช็ดให้แห้งสนิทโดยเฉพาะระหว่างนิ้ว

  • ดูแลรองเท้า-ถุงเท้า: เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน และเลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี

  • สวมรองเท้าในที่สาธารณะ: หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าในสถานที่สาธารณะ

  • ไม่ใช้ของร่วมกัน: ไม่ใช้รองเท้าหรือถุงเท้าร่วมกับผู้อื่น

เมื่อไรควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ผิวหนังเมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาทาเอง 2 สัปดาห์ มีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม มีอาการเจ็บปวดมาก หรือมีโรคเบาหวานหรือปัญหาระบบภูมิคุ้มกัน เพราะในกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้การติดเชื้อราอาจรุนแรงและต้องการการรักษาเฉพาะทาง

คำถามที่พบบ่อย

เชื้อราที่เท้าติดต่อได้ไหม? ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงหรือใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น รองเท้า ถุงเท้า ผ้าเช็ดเท้า จึงไม่ควรใช้ของเหล่านี้ร่วมกับผู้อื่น

ต้องทายานานแค่ไหน? ยาทาต้านเชื้อราส่วนใหญ่ทาวันละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ และควรทาต่อเนื่องจนครบกำหนดแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว

เชื้อราที่เท้าหายเองได้ไหม? โดยทั่วไปมักไม่หายเอง หากปล่อยไว้อาจลุกลามและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมได้ จึงควรรักษาด้วยยาต้านเชื้อรา

ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ? ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและแผลหายช้า จึงควรพบแพทย์เพื่อประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิด

หากมีข้อสงสัยหรืออาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
รังแคเกิดจากอะไร? แพทย์ผิวหนังแยก 5 โรคที่คนไทยเรียกรวมกันว่า "รังแค"

รังแค (Dandruff) คือภาวะที่หนังศีรษะผลัดเซลล์เร็วผิดปกติจนเห็นเป็นขุยหรือสะเก็ดสีขาว-เหลือง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อเชื้อรา Malassezia ที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะตามปกติ แต่ในห้องตรวจ คำว

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ