
สิว (Acne): ประเภท สาเหตุ และวิธีรักษาสิวอย่างถูกต้อง
- 6 เม.ย.
- ยาว 1 นาที
สิว (Acne Vulgaris) เป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดในโลก โดยมีผู้ป่วยกว่า 85% ของผู้ที่อายุระหว่าง 12-24 ปี และยังพบในผู้ใหญ่ได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ โรคนี้ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพผิว แต่ยังกระทบต่อความมั่นใจในตนเองและคุณภาพชีวิตอีกด้วย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทและสาเหตุของสิวจะช่วยให้รักษาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สิวคืออะไร?
สิวเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนด้วยไขมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ร่วมกับการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย Cutibacterium acnes (C. acnes) บนผิวหนัง ส่งผลให้เกิดการอักเสบในและรอบๆ รูขุมขน สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ที่มีต่อมไขมัน แต่พบบ่อยที่ใบหน้า คอ หน้าอก หลัง และไหล่
ประเภทของสิวที่พบบ่อย
สิวแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สิวที่ไม่อักเสบ (Non-inflammatory) และสิวที่อักเสบ (Inflammatory)
สิวที่ไม่อักเสบ: สิวหัวปิด (Closed Comedone / Whitehead) คือตุ่มเล็กสีขาวหรือสีผิว เกิดจากรูขุมขนอุดตันแต่ผิวหนังปิดคลุมอยู่ ส่วนสิวหัวเปิด (Open Comedone / Blackhead) คือจุดสีดำบนผิว เกิดจากรูขุมขนอุดตันและเปิดออก ทำให้ไขมันและเมลานินสัมผัสอากาศและเปลี่ยนเป็นสีดำ
สิวที่อักเสบ: สิวตุ่มแดง (Papule) คือตุ่มแดงเล็กๆ ไม่มีหนอง สิวหัวหนอง (Pustule) คือตุ่มมีหนองสีขาวหรือเหลือง สิวก้อน (Nodule) คือก้อนแข็งขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง เจ็บปวด และสิวซีสต์ (Cyst) คือถุงน้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง ซึ่งเสี่ยงทิ้งรอยแผลเป็นมากที่สุด
สาเหตุของการเกิดสิว
สาเหตุหลัก 4 ประการที่ทำให้เกิดสิว ได้แก่ การผลิตน้ำมัน (Sebum) มากเกินไปจากต่อมไขมัน การอุดตันของรูขุมขนจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย C. acnes และการอักเสบที่เกิดขึ้นตามมา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ ฮอร์โมน (โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและประจำเดือน) ความเครียด การนอนหลับไม่เพียงพอ เครื่องสำอางที่อุดตันรูขุมขน ยาบางชนิด และอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรือผลิตภัณฑ์จากนม
วิธีรักษาสิวอย่างถูกต้อง
การรักษาสิวขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรง การรักษาแบบทา ได้แก่ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ซึ่งช่วยฆ่าแบคทีเรีย C. acnes และลดการอักเสบ กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ช่วยสลายสิวหัวดำและหัวขาว เรตินอยด์ (Retinoids) ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตัน และยาปฏิชีวนะทา (Topical Antibiotics) เพื่อลดแบคทีเรีย
สำหรับสิวที่รุนแรงขึ้น แพทย์อาจพิจารณายาปฏิชีวนะชนิดกิน ยาคุมกำเนิดในผู้หญิงที่สิวสัมพันธ์กับฮอร์โมน หรือไอโซเตรทิโนอิน (Isotretinoin) สำหรับสิวรุนแรงมาก นอกจากนี้ยังมีหัตถการ เช่น Chemical Peel ช่วยผลัดเซลล์ผิวลดสิวหัวดำ การฉีด Corticosteroid สำหรับสิวก้อน และเลเซอร์เพื่อฆ่าแบคทีเรียและลดการอักเสบ
สิวแบบไหนควรพบแพทย์ผิวหนัง?
ควรพบแพทย์ผิวหนังเมื่อ: สิวไม่ตอบสนองต่อการรักษาเองภายใน 2-3 เดือน มีสิวก้อนหรือสิวซีสต์ขนาดใหญ่ สิวทิ้งรอยแผลเป็นหรือหลุมสิว สิวส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก หรือสิวขึ้นพร้อมกับผมร่วงหรือขนดกผิดปกติซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติของฮอร์โมน
เกี่ยวกับ Siam Dermatology
Siam Dermatology คลินิกผิวหนังเฉพาะทาง ให้บริการโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรักษาสิวครบวงจร ทั้งยาทา ยากิน และหัตถการ เช่น Chemical Peel เลเซอร์ และการฉีดยา มีสาขาในสมุทรปราการและกรุงเทพฯ ปรึกษาแพทย์ผิวหนังได้วันนี้ โทร. 061 448 7000
เอกสารอ้างอิง
1. Zaenglein AL, et al. (2016). Guidelines of care for the management of acne vulgaris. Journal of the American Academy of Dermatology, 74(5), 945-973.
2. American Academy of Dermatology (AAD). Acne Clinical Guidelines. aad.org
3. Kraft J, Freiman A. (2011). Management of acne. CMAJ, 183(7), E430-E435.
4. Williams HC, et al. (2012). Acne vulgaris. The Lancet, 379(9813), 361-372.
5. Thiboutot D, et al. (2009). New insights into the management of acne: An update from the Global Alliance. Journal of the American Academy of Dermatology, 60(5 Suppl), S1-50.



ความคิดเห็น