ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) — สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง
อัปเดตเมื่อ 22 ส.ค.
ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) คือภาวะผมร่วงเป็นวงกลมหรือวงรีอย่างเฉียบพลัน จากระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดว่ารากผมเป็นสิ่งแปลกปลอมแล้วเข้าทำลาย ทำให้ผมหลุดร่วงเป็นหย่อมโดยหนังศีรษะยังดูปกติ ไม่แดง ไม่เป็นแผล ไม่คัน ภาวะนี้ไม่ใช่โรคติดต่อและไม่ได้เกิดจากการดูแลผมผิดวิธี รากผมมักไม่ถูกทำลายถาวร จึงมีโอกาสงอกกลับได้
บทความนี้แพทย์ผิวหนังจะสรุปให้เข้าใจเร็ว ๆ ว่าผมร่วงเป็นหย่อมเกิดจากอะไร ต่างจากผมร่วงชนิดอื่นอย่างไร ตรวจอะไรบ้าง และมีวิธีรักษาตามหลักฐานปัจจุบันอะไรบ้าง รวมถึงยากลุ่มใหม่ JAK inhibitor
สรุปสั้น ผมร่วงเป็นหย่อม (Quick Facts)
คืออะไร: โรคภูมิคุ้มกันทำลายรากผม (autoimmune) ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม
อาการเด่น: วงผมร่วง ขอบเรียบ หนังศีรษะปกติ ไม่คัน ไม่เป็นแผล อาจพบ "ผมรูปเครื่องหมายอัศเจรีย์ (exclamation mark hair)" ที่ขอบวง
ตำแหน่ง: พบบ่อยที่หนังศีรษะ แต่เกิดที่คิ้ว หนวดเครา ขนตา หรือขนตามตัวได้
สัญญาณร่วม: อาจมี เล็บเป็นหลุมเล็ก ๆ (nail pitting) และสัมพันธ์กับไทรอยด์ ด่างขาว ภูมิแพ้
โอกาสหาย: วงเดี่ยว ๆ จำนวนมากงอกกลับเองใน 6–12 เดือน แต่บางรายเรื้อรังหรือเป็นซ้ำ
ICD-10: L63
หัวใจสำคัญ: รากผมไม่ถูกทำลายถาวร การรักษาช่วยกระตุ้นให้ผมกลับมาเร็วขึ้น
ผมร่วงเป็นหย่อมเกิดจากอะไร
ผมร่วงเป็นหย่อมเป็น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune) ที่ระบบภูมิคุ้มกันไปโจมตีรากผมในระยะเจริญ ทำให้ผมหยุดเจริญและหลุดร่วง โดยรากผมยังอยู่จึงมีโอกาสงอกใหม่ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:
พันธุกรรมและภูมิคุ้มกัน: มักพบในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิคุ้มกัน
โรคร่วมที่พบบ่อย: โรคไทรอยด์ ด่างขาว (vitiligo) ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และภาวะภูมิแพ้
ตัวกระตุ้น: ความเครียดรุนแรง การเจ็บป่วยหรือการติดเชื้อ อาจกระตุ้นให้กำเริบในผู้ที่มีแนวโน้ม
ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าเกิดจากสระผมผิดวิธี ใช้แชมพูไม่ดี หรือขาดสารอาหาร ซึ่งไม่ใช่สาเหตุของโรคนี้
อาการของผมร่วงเป็นหย่อมเป็นอย่างไร
วงผมร่วงกลมหรือวงรี ขอบเรียบชัดเจน เกิดขึ้นเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์
หนังศีรษะบริเวณนั้นดูปกติ ไม่แดง ไม่ลอก ไม่มีสะเก็ด ไม่มีแผลเป็น
ผมรูปเครื่องหมายอัศเจรีย์ (สั้น ปลายกว้างโคนเรียว) ที่ขอบวง เป็นลักษณะเฉพาะ
เล็บผิดปกติ เช่น เล็บเป็นหลุมเล็ก ๆ หรือผิวเล็บขรุขระ พบร่วมได้
ระดับความรุนแรงหลายแบบ: เป็นวงเดียว หลายวง, ลามเป็นแนวขอบศีรษะ (ophiasis), ร่วงทั้งศีรษะ (alopecia totalis) หรือร่วงทั้งตัว (alopecia universalis)
วิธีแยกผมร่วงเป็นหย่อมจากผมร่วงชนิดอื่น
"ผมร่วง" มีหลายชนิดที่รักษาต่างกัน การแยกให้ถูกคือกุญแจของการรักษาที่ได้ผล:
ผมบางจากพันธุกรรม (Androgenetic alopecia): ผมค่อย ๆ บางทั่วบริเวณกลางศีรษะหรือแนวหน้าผาก ไม่ได้ร่วงเป็นวงขอบชัด และเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
ผมร่วงจากพักตัว (Telogen effluvium): ผมร่วงทั่วศีรษะแบบกระจาย มักตามหลังความเครียด คลอดบุตร เจ็บป่วย หรือลดน้ำหนัก ไม่เป็นวงขอบชัด
เชื้อรากลากที่หนังศีรษะ (Tinea capitis): ผมร่วงเป็นหย่อมร่วมกับ สะเก็ด แดง คัน หรือตุ่มหนอง และผมหักสั้น พบบ่อยในเด็ก ต้องใช้ยาต้านเชื้อรากิน (ต่างจาก AA ที่หนังศีรษะปกติ)
ดึงผมตนเอง (Trichotillomania): วงผมร่วงรูปร่างไม่สม่ำเสมอ มีผมยาวสั้นปนกันจากการดึง
ผมร่วงชนิดมีแผลเป็น (Scarring alopecia): หนังศีรษะแดง เป็นแผล มัน หรือรูขุมขนหาย ผมที่หายไปมัก ไม่งอกกลับ ต่างจาก AA
หลักสังเกต: วงผมร่วงขอบเรียบ หนังศีรษะปกติ ไม่คัน ไม่มีสะเก็ด เข้าได้กับผมร่วงเป็นหย่อม แต่ถ้ามีสะเก็ด แดง คัน หรือแผลเป็น ควรพบแพทย์เพราะอาจเป็นโรคอื่นที่รักษาคนละแบบ
ต้องตรวจอะไรบ้างเมื่อสงสัยผมร่วงเป็นหย่อม
ตรวจร่างกายและส่องกล้องหนังศีรษะ (dermoscopy) เพื่อดูผมอัศเจรีย์ จุดดำ (black dots) และลักษณะเฉพาะ
ทดสอบการดึงผม (hair pull test) ประเมินภาวะกำเริบ
ตรวจเลือดหาโรคร่วม เช่น การทำงานของต่อมไทรอยด์ ในรายที่มีข้อบ่งชี้
การตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) ทำเฉพาะรายที่วินิจฉัยไม่ชัดหรือสงสัยผมร่วงชนิดมีแผลเป็น
วิธีรักษาผมร่วงเป็นหย่อมตามหลักฐาน
การรักษาขึ้นกับความรุนแรง อายุ และการตอบสนอง โดยมีเป้าหมายกดภูมิคุ้มกันเฉพาะที่และกระตุ้นให้ผมงอก แนวทางตามหลักฐาน:
ยาสเตียรอยด์ฉีดเข้าที่รอยโรค (intralesional corticosteroid) เป็นการรักษาหลักสำหรับวงจำนวนไม่มากในผู้ใหญ่ ได้ผลดี
ยาสเตียรอยด์ทาหรือยาทากลุ่มอื่น เช่น สเตียรอยด์แรงปานกลางถึงสูง เหมาะกับเด็กหรือรายที่ฉีดไม่ได้
ยาไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ทา ใช้เสริมเพื่อกระตุ้นการงอกของผม
ภูมิคุ้มกันบำบัดเฉพาะที่ (Topical immunotherapy เช่น DPCP/SADBE) สำหรับรายที่เป็นเป็นบริเวณกว้างและเรื้อรัง ทำโดยแพทย์เฉพาะทาง
ยากลุ่ม JAK inhibitor เช่น baricitinib, ritlecitinib เป็นยารุ่นใหม่ที่ได้รับการรับรองสำหรับผมร่วงเป็นหย่อมชนิดรุนแรง ช่วยให้ผมงอกกลับในหลายราย ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และติดตามผลข้างเคียง
กรณีเป็นรุนแรง (totalis/universalis) มักตอบสนองยากกว่า แพทย์จะวางแผนเฉพาะบุคคล
ส่วนใหญ่ของวงเดี่ยว ๆ มีโอกาสงอกกลับเองได้ การรักษาช่วยเร่งและเพิ่มโอกาส แต่ไม่มีวิธีใดป้องกันการเป็นซ้ำได้ทั้งหมด
สัญญาณที่ควรพบแพทย์ผิวหนัง
ผมร่วงเป็นวงลามเร็ว หลายวง หรือลามทั้งศีรษะ/ทั้งตัว
มีสะเก็ด แดง คัน ตุ่มหนอง หรือแผลเป็นที่หนังศีรษะ (อาจเป็นเชื้อราหรือผมร่วงมีแผลเป็น)
คิ้ว ขนตา หรือหนวดเคราร่วงร่วมด้วย
เล็บเปลี่ยนแปลงชัดเจน หรือมีอาการของโรคไทรอยด์/ภูมิคุ้มกันร่วม
กระทบจิตใจและความมั่นใจ ควรพบแพทย์เพื่อวางแผนรักษาและดูแลด้านจิตใจ
ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับผมร่วงเป็นหย่อม
"เกิดจากสระผมบ่อยหรือใช้แชมพูไม่ดี" — ไม่จริง เป็นโรคภูมิคุ้มกัน ไม่เกี่ยวกับการสระผม
"ผมร่วงเป็นหย่อมคือหัวล้านถาวร" — ไม่จริงเสมอไป รากผมมักไม่ถูกทำลายถาวรและมีโอกาสงอกกลับ
"เป็นโรคติดต่อ" — ไม่ติดต่อจากการสัมผัสหรือใช้ของร่วมกัน
"ต้องกินอาหารเสริมหรือวิตามินเยอะ ๆ จึงจะหาย" — การรักษาหลักคือกดภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ไม่ใช่การเสริมวิตามินพร่ำเพรื่อ
"ยาปลูกผมทั่วไปรักษาได้" — ผมร่วงเป็นหย่อมต่างจากผมบางพันธุกรรม ต้องรักษาตรงกลไกภูมิคุ้มกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผมร่วงเป็นหย่อม
ผมร่วงเป็นหย่อมคืออะไร
คือโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันเข้าทำลายรากผม ทำให้ผมร่วงเป็นวงกลมหรือวงรีอย่างเฉียบพลัน โดยหนังศีรษะยังดูปกติ ไม่แดง ไม่คัน ไม่เป็นแผล และรากผมมักไม่ถูกทำลายถาวร
ผมร่วงเป็นหย่อมเกิดจากอะไร
เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายรากผม สัมพันธ์กับพันธุกรรมและโรคภูมิคุ้มกันอื่น เช่น ไทรอยด์ ด่างขาว และภูมิแพ้ โดยความเครียดหรือการเจ็บป่วยอาจเป็นตัวกระตุ้น ไม่ได้เกิดจากการสระผมหรือขาดสารอาหาร
ผมร่วงเป็นหย่อมหายเองได้ไหม
วงเดี่ยว ๆ จำนวนมากมีโอกาสงอกกลับเองภายใน 6–12 เดือน แต่บางรายเป็นเรื้อรังหรือเป็นซ้ำ การรักษาช่วยเร่งการงอกและเพิ่มโอกาสหาย
ผมร่วงเป็นหย่อมต่างจากผมบางพันธุกรรมอย่างไร
ผมร่วงเป็นหย่อมเป็นวงขอบชัดที่เกิดเร็วจากภูมิคุ้มกัน ส่วนผมบางพันธุกรรมค่อย ๆ บางทั่วบริเวณกลางศีรษะหรือแนวหน้าผาก การรักษาจึงต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผมร่วงเป็นหย่อมรักษาอย่างไร
วงจำนวนไม่มากมักใช้สเตียรอยด์ฉีดเข้ารอยโรคหรือทา ร่วมกับไมน็อกซิดิล ส่วนรายที่เป็นมากอาจใช้ภูมิคุ้มกันบำบัดเฉพาะที่หรือยากลุ่ม JAK inhibitor เช่น baricitinib, ritlecitinib ภายใต้การดูแลของแพทย์
ผมร่วงเป็นหย่อมติดต่อไหม
ไม่ติดต่อ เป็นโรคภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล ไม่แพร่จากการสัมผัส ใช้หวี หมวก หรือของใช้ร่วมกัน
หากคุณมีผมร่วงเป็นวงขอบชัดที่เกิดขึ้นเร็ว หรือผมร่วงลามมากขึ้น ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยแยกโรคและวางแผนการรักษาแต่เนิ่น ๆ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 22 สิงหาคม 2026

ความคิดเห็น