top of page

โปรแกรม Oligio X คืออะไร ไว้ทำอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายเครื่องยกกระชับ Monopolar RF ดูอัลโหมด GXG ต่างจาก Oligio เดิม Thermage และ Ulthera อย่างไร

31 ก.ค.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 30 ก.ย.

Oligio X คือเครื่องยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัด รุ่นอัปเกรดของ Oligio จากบริษัท Wontech ประเทศเกาหลี ทำงานด้วย คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency – RF) ที่ความถี่ 6.78 MHz ปล่อยพลังงานได้ถึง 400 วัตต์ จุดเด่นที่ต่างจากรุ่นเดิมคือเทคโนโลยี ดูอัลโหมด GXG ที่ให้ความร้อนสองระดับความลึกในหัตถการเดียว พร้อมระบบทำความเย็นที่ผิวเพื่อลดความเจ็บและปกป้องผิวชั้นบน


ค่าบริการและการนัด

18,000 – 49,500 บาท

300–900 ช็อต ขึ้นกับบริเวณและจำนวนช็อตที่แพทย์ประเมิน

แพทย์ผิวหนังประเมินก่อนทุกครั้ง • เปิดกล่องหัวเครื่องต่อหน้า • ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน




สิ่งที่แพทย์ผิวหนังอยากให้เข้าใจก่อนคือ Oligio X อยู่ในกลุ่ม RF ยกกระชับ (คล้าย Thermage) ซึ่งเน้น กระชับผิวและปรับความแน่นของผิวจากการกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ใช่การ "ยก" โครงลึกแบบเดียวกับเครื่อง HIFU อย่าง Ulthera และแม้จะมีโหมดที่ลงลึกถึงชั้นไขมัน แต่ก็ไม่ใช่เครื่องสลายไขมันโดยตรง การเข้าใจตรงนี้ช่วยให้เลือกเครื่องได้ตรงกับปัญหาจริง บทความนี้จะอธิบายว่า Oligio X ทำงานอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง ต่างจาก Oligio เดิม Thermage และ Ulthera อย่างไร เหมาะกับใคร และมีข้อควรระวังอะไร

Oligio X ทำงานอย่างไร

หลักการของ Oligio X คือการใช้คลื่นวิทยุสร้างความร้อนในชั้นผิวหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมของผิวเอง โดยจุดเด่นคือ โหมดการทำงานแบบ GXG ที่ให้ความร้อนสองระดับ:

  • G Mode (ให้ความร้อนแบบนุ่มนวล) — กระจายความร้อนที่ ชั้นผิวแท้ส่วนบน เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและเตรียมเนื้อเยื่อ

  • X Mode (ให้ความร้อนลงลึก) — ส่งพลังงาน ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนลึกและชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระชับโครงสร้างผิว

  • ลำดับ G → X → G — ทำงานสลับกันเพื่อกระจายพลังงานให้สม่ำเสมอและคงความร้อนไว้ใต้ผิว

พร้อมกันนั้นมี ระบบทำความเย็นที่พ่นเป็นจังหวะ ช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความรู้สึกร้อนแสบ ทำให้หลายคนทนได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา และมีระบบตรวจวัดอุณหภูมิผิว ความต้านทานผิว และแรงกดหัวจ่าย เพื่อความสม่ำเสมอและปลอดภัยของแต่ละช็อต

ผลลัพธ์ของ RF เป็นแบบ ค่อยเป็นค่อยไป ตามการสร้างคอลลาเจนใหม่ ไม่ใช่เปลี่ยนทันทีแบบผ่าตัด

Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร

หลักการพื้นฐานยังเป็น Monopolar RF เหมือนเดิม แต่ Oligio X พัฒนาส่วนที่ช่วยเรื่องความครอบคลุมและความสบาย:

  • เพิ่มโหมด X ที่ลงลึกถึงชั้นไขมัน — จากเดิมที่เน้นชั้นผิวแท้ ทำให้ครอบคลุมทั้งงานผิวและการกระชับชั้นลึกขึ้นในครั้งเดียว

  • ปล่อยพลังงานได้สูงขึ้น — ช่วยให้เห็นผลด้านการกระชับกรอบหน้าและเหนียงชัดขึ้น

  • ระบบทำความเย็นที่ดีขึ้น — ช่วยให้ทำได้สบายและเจ็บน้อยลง

พูดง่าย ๆ คือ Oligio X ทำงานแบบ สองระดับความลึกในหัตถการเดียว และเน้นความสบายขึ้น แต่ผลลัพธ์ยังขึ้นกับการประเมินและเทคนิคของแพทย์เป็นสำคัญ ไม่ใช่ "ยิงแรง" อย่างเดียว

Oligio X ทำอะไรได้บ้าง

Oligio X ใช้สำหรับยกกระชับและปรับความแน่นของผิวเป็นหลัก บริเวณที่นิยมทำได้แก่:

  • กระชับกรอบหน้าและแก้มที่เริ่มหย่อน ทำให้กรอบหน้าดูคมขึ้น

  • ลดเหนียงและกระชับใต้คาง–ลำคอ

  • ลดริ้วรอยตื้น ๆ และปรับผิวให้แน่นเรียบขึ้น จากการกระตุ้นคอลลาเจน

  • ช่วยเรื่องไขมันสะสมใต้ผิวบางส่วน ผ่านโหมด X ที่ลงลึกถึงชั้นไขมัน

ข้อควรเข้าใจตามหลักวิชาการคือ Oligio X เน้นการกระชับผิว (skin tightening) จากการปรับคอลลาเจน ส่วนผลต่อไขมันของ RF ยกกระชับนั้นเป็นเพียงส่วนเสริม ไม่ใช่จุดประสงค์หลักและไม่ทดแทนวิธีลดไขมันโดยตรง ผู้ที่มีไขมันสะสมมากควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนวิธีที่เหมาะกับปัญหาจริง ไม่ควรคาดหวังผลลดไขมันชัดเจนจากเครื่องกระชับผิวเพียงอย่างเดียว

Oligio X ต่างจาก Thermage, XTherma และ Ulthera อย่างไร

เป็นคำถามที่พบบ่อยที่สุด และคำตอบคือ "ต้องดูว่าเป็นพลังงานชนิดใดและออกแรงที่ชั้นไหน":

  • Oligio X / Thermage / XTherma (กลุ่ม Monopolar RF) — ใช้ คลื่นวิทยุ ให้ความร้อนกระจายในชั้นหนังแท้เป็นวงกว้าง เน้น กระชับผิวและปรับคุณภาพผิว เครื่องกลุ่มนี้ทำงานคล้ายกัน ต่างกันที่รายละเอียดของหัวจ่าย โหมด และระบบทำความเย็น (Oligio X เด่นเรื่องดูอัลโหมด GXG)

  • Ulthera / Ultherapy (HIFU) — ใช้ คลื่นเสียงแบบโฟกัส ลงลึกถึงชั้น SMAS ที่เป็นโครงค้ำใบหน้า เน้น "ยก" โครงสร้างลึก

  • Sofwave (อัลตราซาวนด์ SUPERB) — คลื่นเสียงที่ชั้นผิวแท้ประมาณ 1.5 มม. เน้นงานผิวและลดริ้วรอย

ไม่มีเครื่องใด "ดีที่สุด" สำหรับทุกคน เพราะทำงานคนละชั้นและตอบโจทย์ต่างกัน หลายคนที่มีทั้งโครงหน้าหย่อนลึกและผิวขาดความแน่น ได้ผลดีที่สุดเมื่อ ใช้ RF ร่วมกับ HIFU ตามแผนที่แพทย์ออกแบบ เครื่องที่เหมาะจึงมาจากการประเมินลักษณะผิวและความหย่อนของคุณ ไม่ใช่จากชื่อรุ่นที่กำลังเป็นกระแส

Oligio X เหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่ได้รับการประเมินจากแพทย์แล้วว่า:

  • มี ผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะแก้ม กรอบหน้า และเหนียง

  • เริ่มมี ริ้วรอยและผิวขาดความแน่น ตามวัย และต้องการดูแลเชิงป้องกัน (maintain)

  • ต้องการ ยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด มีเวลาพักฟื้นน้อย และไม่อยากเจ็บมาก

  • อยากได้เครื่องที่ทำงาน ทั้งงานผิวและกระชับชั้นลึกในหัตถการเดียว

ในทางกลับกัน ผู้ที่มี ความหย่อนคล้อยรุนแรงหรือมีหนังส่วนเกินมาก อาจได้ผลจำกัดจาก RF และการดึงหน้าแบบศัลยกรรมหรือเทคโนโลยีที่ลงลึกกว่าอาจตอบโจทย์กว่า แพทย์จะประเมินว่าปัญหาของคุณเหมาะกับ RF ยกกระชับ หรือควรใช้วิธีอื่นหรือหลายวิธีร่วมกัน

ใครที่ควรระวังหรือแจ้งแพทย์ก่อนทำ

เพื่อความปลอดภัย ควรแจ้งแพทย์หากมีภาวะเหล่านี้ก่อนทำ:

  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) หรือโลหะฝังบริเวณที่จะทำ — เป็นข้อควรระวังสำคัญของการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ

  • มีการติดเชื้อ ผื่นอักเสบ หรือแผลบริเวณที่จะทำ ควรรักษาให้หายก่อน

  • เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการอื่นบริเวณเดียวกัน ควรเว้นระยะและปรึกษาแพทย์ เพราะความร้อนอาจมีผลต่อสารเติมเต็มบางชนิด

  • มีโรคผิวหนังหรือภาวะที่ไวต่อความร้อน ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

ความปลอดภัยและผลลัพธ์ของ RF ขึ้นกับการตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสมและความชำนาญของผู้ทำ การเลือกทำกับแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานจึงสำคัญ

ทำ Oligio X เจ็บไหม พักฟื้นนานไหม

โดยทั่วไป Oligio X ออกแบบมาให้ ทำได้สบายและเจ็บน้อย ด้วยระบบทำความเย็นที่พ่นเป็นจังหวะระหว่างทำ ระหว่างทำมักรู้สึกอุ่นสลับเย็น หลายคนไม่ต้องใช้ยาชา

หลังทำ:

  • อาจมี ผิวแดงจาง ๆ หรืออุ่น ๆ เล็กน้อย ในช่วงแรก ซึ่งมักดีขึ้นเองภายใน 1–2 ชั่วโมง

  • โดยทั่วไป กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที จัดเป็นหัตถการที่แทบไม่มี downtime

  • ควร บำรุงผิวและทาครีมกันแดด ตามคำแนะนำแพทย์

Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน

  • ทันทีหลังทำ: หลายคนรู้สึกผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยจากการที่คอลลาเจนเดิมหดตัว

  • 1–3 เดือน: เห็นผลชัดเจนขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่ค่อย ๆ สร้างขึ้น ผิวแน่นและกรอบหน้าดูคมขึ้น

  • ความคงทน: ผลมักอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี ขึ้นกับอายุ สภาพผิว และการดูแล เนื่องจากผิวยังเสื่อมตามวัยต่อไป จึงมัก ต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผล

โดยส่วนใหญ่ทำเพียง 1 ครั้งต่อรอบการรักษา แต่แพทย์อาจปรับแผนตามสภาพผิวของแต่ละคน

Oligio X ราคาเท่าไหร่

ค่าบริการขึ้นกับบริเวณและจำนวนช็อตที่แพทย์ผิวหนังประเมินหลังตรวจ ตารางด้านล่างคือค่าบริการต่อครั้ง


จำนวนช็อต

ค่าบริการ (บาท)

300 ช็อต

18,000

600 ช็อต

36,000

900 ช็อต

49,500


การชำระเงินและการจองคิว

  • ผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต สูงสุด 10 เดือน

  • มัดจำคิว 1,000 บาท นำไปหักค่าบริการในวันทำหัตถการ

  • ปรึกษาแพทย์แล้วยังไม่ทำ คืนมัดจำเต็มจำนวน

  • เลื่อนนัดได้ 2 ครั้ง แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน


ตรวจเครื่องแท้ได้ด้วยตัวเอง

  • เปิดกล่องหัวเครื่องใหม่ต่อหน้า

  • ดูตัวนับจำนวนช็อตบนหน้าจอระหว่างทำ


แพทย์ผู้ดูแล: นพ. ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง ว.54323




คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio X

Oligio X คือเครื่องอะไร?

Oligio X คือเครื่องยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัดจาก Wontech เกาหลี ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF 6.78 MHz) รุ่นอัปเกรดที่มีดูอัลโหมด GXG ให้ความร้อนทั้งชั้นผิวแท้ส่วนบนและชั้นลึกในหัตถการเดียว พร้อมระบบทำความเย็นที่ช่วยให้เจ็บน้อยลง

Oligio X ทำอะไรได้บ้าง?

ช่วยกระชับกรอบหน้าและแก้มที่เริ่มหย่อน ลดเหนียง กระชับใต้คาง-ลำคอ ลดริ้วรอยตื้น และปรับผิวให้แน่นเรียบขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจน โดยเน้นงานกระชับผิว ส่วนผลต่อไขมันเป็นเพียงส่วนเสริม

Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?

หลักการยังเป็น Monopolar RF เหมือนเดิม แต่ Oligio X เพิ่มโหมด X ที่ลงลึกถึงชั้นไขมัน ทำงานสองระดับความลึกในครั้งเดียว ปล่อยพลังงานได้สูงขึ้น และมีระบบทำความเย็นที่ช่วยให้ทำได้สบายและเจ็บน้อยลง

Oligio X ต่างจาก Thermage อย่างไร?

ทั้งคู่เป็นเครื่อง Monopolar RF ยกกระชับที่ทำงานคล้ายกัน ต่างกันที่รายละเอียดของหัวจ่าย โหมดการทำงาน และระบบทำความเย็น เครื่องที่เหมาะที่สุดขึ้นกับลักษณะผิวและการประเมินของแพทย์ ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์

Oligio X ต่างจาก Ulthera อย่างไร?

Oligio X เป็นคลื่นวิทยุ (RF) ที่ให้ความร้อนในชั้นหนังแท้เน้นกระชับผิว ส่วน Ulthera เป็นคลื่นเสียงโฟกัส (HIFU) ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นยกโครงลึก แต่ละแบบเหมาะกับปัญหาต่างกัน บางรายใช้ร่วมกันได้

Oligio X เจ็บไหม พักฟื้นนานไหม?

ออกแบบมาให้ทำได้สบายและเจ็บน้อยด้วยระบบทำความเย็น หลายคนไม่ต้องใช้ยาชา หลังทำอาจมีผิวแดงจาง ๆ ที่ดีขึ้นเองใน 1-2 ชั่วโมง และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แทบไม่มี downtime

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ (ว.54323) แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 31 กรกฎาคม 2569

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ทดแทนการตรวจประเมินและการวางแผนการรักษาโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุขึ้นกับลักษณะผิวและเป็นเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินก่อนเข้ารับการรักษา

ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล · สยาม เดอร์มาโทโลจี คลินิกเฉพาะทางโรคผิวหนัง ใบอนุญาต 11102000969 · ฆสพ.สป. 138/2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
กดสิว สิวแบบไหนกดได้ แบบไหนห้ามกด แพทย์ผิวหนังอธิบายขั้นตอนที่ถูกต้อง ทำไมกดเองแล้วเป็นรอย และกี่วันยุบ

กดสิว (comedone extraction) คือหัตถการที่แพทย์ใช้เครื่องมือปลอดเชื้อเปิดรูขุมขนแล้วดันก้อนไขมันและเคราตินที่อุดอยู่ออกมา เหมาะกับ สิวอุดตันหัวดำและหัวขาว (comedones) เท่านั้น ส่วนสิวอักเสบตุ่มแดง สิวห

 
 
 
ยาแก้คัน ยาแก้แพ้กินตัวไหนดี แพทย์ผิวหนังเทียบชนิดง่วงและไม่ง่วง ขนาดยา และเมื่อไรยาแก้แพ้ไม่ช่วย

ยาแก้คันชนิดกิน ส่วนใหญ่คือ ยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮิสตามีน (oral antihistamines หรือ H1-antihistamines) ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งสารฮิสตามีนที่ร่างกายหลั่งออกมาเวลาแพ้ จึงได้ผลดีกับอาการคันจากลมพิษ (urticaria) แ

 
 
 
สิวขึ้นหน้าผาก เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 7 แบบ สิวเชื้อรา สิวจากผลิตภัณฑ์ผม และวิธีรักษาให้ตรงชนิด

สิวขึ้นหน้าผาก (Forehead acne) คือตุ่มสิวหรือตุ่มคล้ายสิวที่ขึ้นบริเวณหน้าผากและแนวไรผม ซึ่งไม่ใช่โรคเดียว แพทย์ผิวหนังแยกได้อย่างน้อย 7 แบบ ที่พบบ่อยที่สุดคือ สิวอุดตันหัวปิด (closed comedones) สิวเช

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ